วันนี้ได้อ่านเรื่องราวของ ด.ญ.นูจู๊ด  โมฮัมหมัด นัสเซอร์ เด็กหญิงชาวเยเมน ถูกผู้เป็นพ่อบังคับให้แต่งงานกับฟาอิช อาลี ตาเมอร์ วัย ๓๐ ปี  เพราะความยากจน  โดยอ้างว่าให้สามีนำเธอไปดูแลจนกว่าอายุจะครบ ๑๘ ปี 

         แต่ในความจริงเธอถูกสามีบังคับขืนใจและทำร้ายร่างกายแบบสัตว์ป่า โดยไม่มีใครให้ความช่วยเหลือเธอเลย  เมื่อเธอมีโอกาสได้กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่  นอกจากพ่อแม่ที่แท้จริงไม่ให้ความเห็นใจเธอ  ทำให้เธอนำเรื่องไปของความเห็นใจจากภรรยาคนที่สองของพ่อ  เธอจึงได้รับคำแนะนำให้ไปศาล   

       วันที่เธอไปศาล  โดยการหลบหนีเธอเห็นคุณค่าของฮิญาบที่ไม่อยากจะสวมใส่ว่ามันมีประโยชน์กับเธอมากที่สามารถใช้คลุมหน้าเหลือแต่ดวงตาทั้งสองข้าง 

      นูจู๊ดเดินเองฟ้องหย่าถึง ๒ ปี  ผู้พิพากษาเยเมนได้ตัดสินให้การแต่งงานของเธอกับตาเมอร์เป็นโมฆะ และสั่งให้เธอแยกจากพ่อแม่มาอยู่ในความดูแลของลุงแทน  และสั่งให้ครอบครัวของเธอจ่ายเงินให้นายตาเมอร์อดีตสามี ๒๕๐ เหรียญสหรัฐ  เป็นค่ารับสินสอด 

      หนูน้อนนูจู๊ด  แสดงความปรารถนาว่าจะกลับไปเรียนต่อให้จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่ถูกบังคับให้ออกมา และอยากจะมีตุกตาหมีไว้กอดเหมือนเด็กคนอื่น ๆ บ้าง  และฝันว่าอยากเป็นทนายความหญิงเพื่อต้องการช่วยเหลือเด็กที่มีชะตากรรมเช่นเดียวกับเธอ 

      นูจู๊ดและชาดา นาสเซอร์ ทนายความที่ช่วยต่อสู้ให้นูจู๊ดได้รับอิสรภาพและเป็นปากเสียงแทนเด็ก  ได้รับรางวัลสตรีแห่งปี ๒๐๐๘ จากนิตยสารกลามัวร์ 

       ไดอารีของนูจูดได้รับการแปลถึง ๑๖ ภาษา ค่าลิขสิทธิ์ถูกนำไปใช้เพื่อการศึกษาของนูจู๊ดและน้อง ๆ และช่วยยังชีพของครอบครัว