สัปดาห์ที่แล้วมีการประชุมคณะกรรมการ ทสม.จ.น่าน ได้ทราบจากผู้แทน อ.นาน้อยว่ามีปัญหาพี่น้องชนเผ่าม้งไม่พอใจ ยกคณะมาที่ว่าการอำเภอเพื่อขอเจรจาและกดดัน เวลาไม่นานนัก ผอ.ทสจ.น่าน ได้รับโทรจาก ผวจ.น่าน รับมอบนโยบายท่านรีบเข้าพื้นที่ อ.นาน้อยเพื่อร่วมดูแลแก้ไขสถานการณ์ มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในสื่อมวลชนหลายแขนง
ทราบต่อมาว่าวันที่ 7 เมษายน 2553่ ช่วงบ่าย ผอ.ทสจ.น่าน เสร็จจากการประชุมที่ อ.ท่าวังผา รีบเดินทางไปร่วมประชุมที่ อ.นาน้อย เป็นครั้งที่ 2 เป็นกรณีที่เกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกทำลายโดยเป็นผลสืบเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา
วันที่ 8 เมษายน 2553 ช่วงบ่าย นายอำเภอนาน้ัอย หัวหน้าส่วน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน ผู้แทนจาก พอช.สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 9 ร่วมประชุมรับรู้ปัญหาลุ่มน้ำแหง นายอำเภอฯ มอบนโยบายให้จัดทำสื่อเผยแพร่ภายใน 3 วัน เพื่อที่จะได้มีการประชุมใหญ่ในการร่วมดูแลแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำแหง
วันที่ 9 เมษายน 2553 ที่ศูนย์แผนที่ อบจ.น่าน คุณฑิฆัมพร กองสอน จากสภาองค์กรชุมชน ต.บัวใหญ่ ได้บอกเล่าความก้าวหน้าจากพื้นที่ และรับมอบนโยบายนายอำเภอมาทำสื่อ ได้ประสานงานกับ สวท.น่านในนามคณะกรรมการลุ่มน้ำน่าน จ.น่าน โดยขอความอนุเคราะห์ สวท.น่านวันที่ 10 เมษายน 2553 เวลา 13.30 น. เพื่อสนับสนุนการบันทึกเสียงเผยแพร่ในหมู่บ้าน/ตำบลผู้ใช้น้ำลุ่มน้ำแหงให้ร่วมรับรู้ดูแลแก้ไขปัญหาเร่งด่วนร่วมกันต่อไป
คงจะได้ประสานงานกับคุณศรายุทธ โนติ๊บ เว็ปมาสเตอร์น่านทูเดย์ และคุณณรงค์ พุฒพวกดี บก.นสพ.นครน่าน รวมทั้งคุณแตน มินตรา ศิลปินน้องรักเยาวชน ฯลฯ ในฐานะที่เป็นชาว อ.นาน้อย เป็นคนลุ่มน้ำแหง เพื่อให้คำปรึกษาและร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนโดยหวังว่าจะได้รับความเอาใจใส่จากทุกท่าน ทุกส่วน ทุกฝ่ายให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ต่อไป
วันที่ 10 เมษายน 2553 ที่ สวท.น่าน คุณฑิฆัมพร กองสอน ได้เตรียมข้อมูลมาเพื่อบันทึกเสียงที่ สวท.น่าน ได้รับความร่วมมือจากคุณเกรียงศักดิ์ เจดีย์แปง ผอ.สวท.น่านและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี คุณประสารฯ พูดว่าเป็นคณะแรกที่นัด 13.30 น แล้วมาถึง สวท.น่านก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง ทราบว่าการนัดหมาย สวท.บ่อยครั้งที่ผู้ต้องการให้ สวท.น่านสนับสนุนไม่ค่อยตรงเวลา เรื่องการนัดหมาย เนื้อหาการทำงานสำคัญอย่างยิ่ง
วันที่ 11 เมษายน 2553 พระครูสุจิณนันทกิจ ประธานเครือข่าย ทสม.น่าน หารือเรื่องจะนำกรณีลุ่มน้ำแหง เสนอที่ประชุมสมัชชาสุขภาพ จ.น่าน ที่ ห้องประชุมจามจุรี ได้ตอบข้อหารือไปด้วยเห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะนายอำเภอ หัวหน้าส่วน กำนัน นายก อบจ.ผู้ใหญ่บ้าน สภาองค์กรชุมชน ฯลฯ ในพื้นที่ถือว่ามีทุนทางปัญญา ทุนทางสังคมค่อนข้างพร้อม หากได้แรงหนุนเสริมจาก สช.เชื่อว่าจะเกิดผลดีเพราะ โอกาสประสบความสำเร็จจากทุนความร่วมมือ ฯลฯ มีอยู่อย่างมากนอกจากนี้ ทราบว่า นพ.พงษ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หน.ฝ่ายเวชกรรมสังคม รพ.น่านเคยเป็นผอ.รพ.นาน้อย ร่วม 4 ปี คุณศิริลักษณ์ คำชมภู ภรรยา นอภ.นาน้อยเป็นพยาบาลอยู่ รพ.นาน้อย มีโครงการขยายผลโครงการหลวงอยู่ ๒ หมู่บ้านพื้นที่ ต.สันทะ ลุ่มน้ำแหงที่ครอบคลุม 5 ตำบล 32 หมู่บ้าน จะขับเคลื่อนได้หรือไม่อย่างไรอยู่ที่ทุกท่าน ทุกองค์กรร่วมมือกัน ขอนำคำกลาวของ นอภ.สมัย คำชมพู ที่ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2553 ว่า “....ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก.....” ทุกปัญหามีทางออก มีทางแก้ไข หากได้ร่วมมือกันอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ( 12 เม.ย.2553 ) ความสำเร็จอยู่ที่พวกเราทุกคนทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่มาร่วมลงมือทำงานยิ่งใหญ่ โดยอาศัยความรู้ ความเข้าใจ การมีส่วนร่วม การทำงานต่อเนื่อง
ร่วมเติมเต็ม
http://www.nan2day.com/forum/index.php?topic=5038.0
เมื่อครู่ได้โทรนำเรียนคุณสมัยฯ นอภ.นาน้อย ว่า ประธานเครือข่าย ทสม.จ.น่าน จะนำเสนอประเด็นลุ่มน้ำแหง เพื่อเป็นอีกช่วงทางหนึ่งในการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานพื้นที่ อ.นาน้อย ร่วมกับท่านนายอำเภอและพี่น้องประชาชนลุ่มน้ำแหง ๕ ตำบล ๓๙ หมู่บ้าน ประโยคสุดท้ายในบทความท้ายนี้โดนใจครับ “ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก”
http://www.codi.or.th/web_codi/index.php?option=com_content&task=view&id=3074&Itemid=2
“ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก”
วิถีชีวิตของชาวอ.นาน้อยผูกพันธ์กับลำน้ำแหงมากว่า ๑ ศตวรรษ ตั้งแต่การทำเกษตรกรรม ประมงพื้นบ้าน ประปาหมู่บ้าน ประชากรได้อาศัยลำน้ำสายนี้กว่า๑.๐๐๐ ครัวเรือน นับตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ ลำน้ำแหงเคยแห้งมาแล้ว ๑ ครั้ง ชาวบ้านในอ.นาน้อยจึงได้ร่วมใจกันสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง นับตั้งแต่นั้นลำน้ำแหงก็ยังมิเคยแห้งอีกเลย
โดยเมื่อสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวใหญ่ทราบถึงปัญหาจึงได้ร่วมกับกลุ่มองค์กรในพื้นที่พยายามทำการอนุรักษ์พื้นที่แหล่งต้นน้ำร่วมและลำน้ำ โดยการปลูกป่าต้นน้ำทำให้พื้นที่ชุ่มน้ำกลับมา การให้ความรู้และสร้างแนวร่วมเยาวชนในการอนุรักษ์แหล่งน้ำ เพื่อขยายแนวร่วมไปสู่ระดับอำเภอ
แต่การทำงานดังกล่าวที่เกือบจะสายไป สำหรับการอนุรักษ์ลำน้ำแหง นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ถึงปัจจุบันลำน้ำแหงแห้งขอดลงไปมากกลายเป็นพื้นที่แล้งซ้ำซาก จนประชากรไม่สามารถดำรงวิถีชีวิตตามแบบเดิมได้ เกิดปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรน้ำโดยคนนาน้อยแบ่งทรัพยากรน้ำกันไม่ลงตัว ต้องให้นายอำเภอมาไกล่เกลี่ยถึง ๓ ครั้ง ซึ่งทุกคนยากที่จะยอมรับว่าเป็นปัญหาของตนเอง
ผู้นำในชุมชนหลายคนพูดว่า “เราไม่สามารถบอกได้เต็มปากว่าวิกฤติของลำน้ำแหงในครั้งนี้เกิดจากภาวะภัยธรรมชาติ หรือฝนแล้ง แต่เราลืมเหลียวมองกลับมาว่าภัยธรรมชาติส่วนหนึ่งนั้นนั้นเกิดจากอะไร ถ้าไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ที่ยังไม่หยุดทำลายธรรมชาติ “
ดังนั้นเมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๓ ว่าที่ร้อยตรีสมัย คำชมพู นายอำเภอนาน้อยร่วมกับสภาองค์กรชุมชนต.บัวใหญ่จึง จัดประชุมการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำและลำน้ำแหง ณ ที่ว่าการอำเภอ โดยมีผู้แทนจากสำนักบริหารอนุรักษ์อุทยานที่ ๑๓ ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๙ เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนผู้เกี่ยวข้อง กว่า ๕๐ คน
นายอำเภอนาน้อยกล่าวว่าการอนุรักษ์นั้นต้องไม่ใช่ปัญหาของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นปัญหาของทุกคน และต้องร่วมมือที่จะฟื้นฟูที่ครบวงจร อย่างตั้งใจและจริงจัง โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้สรุปแนวทางในการฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าต้นน้ำและลำน้ำแหงร่วมกันดังนี้
๑.สร้างความเข้าใจในทุกหมู่บ้านที่ใช้ทรัพยากรลุ่มน้ำแหงให้ตระหนักถึงปัญหาและเสนอแนวทางการแก้วิกฤติครั้งนี้
๒.จัดทำยุทธศาสตร์อำเภอนาน้อยในเรื่องของการฟื้นฟูทรัพยากรสิ่งแวดล้อม โดยการฟื้นฟูพื้นที่ทำกินของชาวบ้านให้เป็นผืนป่าเศรษฐกิจ
๓. ออกเอกสารสิทธิ์ให้กับพื้นที่ทำกินบริเวณเขตต้นน้ำให้ชัดเจน โดยอาจออกเป็นโฉนดชุมชนเพื่อหยุดยั้งการบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำ
๔.จัดตั้งโครงสร้างคณะกรรมการแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำแหง
โดยนายอำเภอกล่าวทิ้งท้ายว่า “ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก”
ได้รับข้อมูลจากคุณฑิหัมพร กองสอน ขอนำมาแบ่งปันทุกท่านที่นี้ครับ
เวที ฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ลุ่มน้ำแหง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
ณ ห้องประชุมโรงเรียนมัธยม อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2553
****************************************************************************กำหนดการ
08.30 - 09.00 น. - ลงทะเบียน พร้อมรับเอกสารการประชุมครั้งที่ผ่านมา(ทีมงานกองเลขา)
สภาองค์กรชุมชนตำบลบัวใหญ่
09.00- 09.20 น. - กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานพร้อมชี้แจงวัตถุประสงค์ของการประชุม
โดย กำนันเกษตร ยศบุญเรือง
09.20-10.00 - กล่าวเปิดการประชุม โดยนายอำเภอนาน้อย ว่าที่ รต.สมัย คำชมภู
10.10 - 10..30 น. - สรุปการประชุมครั้งที่ผ่านมา(วันที่ 8 เมษายน 53) พร้อมนำเสนอ
ภาพรวมลุ่มน้ำ
โดย นางฑิฆัมพร กองสอน
10.30 – 10.45 น. – พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 – 12.00 น. - แนวทางการแก้ไขปัญหา น้ำแห้ง แผนงานกิจกรรมเชิงรูปธรรมกลุ่มต้นน้ำ – กลุ่มปลายน้ำ
โดย นายอำเภอนาน้อย
พื้นที่เป้าหมาย 5 ตำบล 32 หมู่บ้าน
กลุ่มเป้าหมาย หมู่บ้าน ๆ ละ 5 คน จำนวน 160 คน
หน่วยงานภาคีภาครัฐและเอกชน จำนวน 10 หน่วยงาน กลุ่มฮักนาน้อย สจ. พช. กศน.
กลุ่มเป้าหมาย แบ่งดังนี้
นายเกษตร ยศบุญเรือง
กล่าวต้อนรับชี้แจง วัตถุประสงค์การประชุมครั้งนี้
ว่าที่ ร.ต. สมัย คำชมภู นายอำเภอนาน้อย
วิกฤติน้ำแหงแห้ง เป็นปัญหาของชาวอำเภอนาน้อย (ปัญหาของพวกเรา) จุดสนใจเป็นเรื่องน้ำ เรื่องป่า จุดประสงค์ของการแก้ไขปัญหาคือ 2 เรื่อง 1. อยู่ดี-กินดี 2. ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม
และให้ถูกการจัดการ อย่างเป็นรูปธรรม จากลำห้วยสาขา มีจำนวน 23 ลำห้วย ทำอย่างไรนำไปสู่การจัดการให้เกิดการกินดีอยู่ อยู่เย็นเป็นสุข “ความจนและสิ่งแวดล้อม” ในปัจจุบันเรามีโอกาสเนื่องด้วยมีโครงการของ ยูเอ็นดีพี ลงมาใช้พื้นที่จังหวัดน่านเป็นพื้นที่นำร่อง มีจุดแข็งคือความร่วมมือของประชาชนเป็นเมืองสงบ ไม่มีปัญหาการเมือง ภัยคุกคาม พื้นอยู่ในเขตป่าสงวน อุทยาน พื้นที่ป่าถูกทำลาย ลำน้ำแหงตื้นเขิน จุดอ่อน การบรูณาการไม่ชัดเจนตระหนักในปัญหามีน้อย
จุดยืนของนายอำเภอคือความอยู่ดี-กินดี ความอยู่เย็นเป็นสุข โครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอำเภอนาน้อยเช่น โครงการหลวง การจัดทำโฉนดชุมชน มีเป้าหมายคือการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ชาวบ้านอยู่ดี กินดี
เป้าหมายวันนี้ สิ่งที่ต้องการคือกิจกรรมที่ต้องทำได้เลย เร่งด่วน สำคัญ เอากิจกรรมที่ง่าย ๆ ลงมือทำเลย ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นทำให้ จัดลำดับเป็น 3 ระยะ เร่งด่วน (ระยะสั้น) ระยะปานกลาง ระยะยาว
สรุปเวที ลุ่มน้ำแหง วันที่ 14 พฤษภาคม 2553
นายอำเภอ เปิดการประชุม
ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์การประชุม ดังนี้ โดยวิเคราห์จุดแข็ง ความร่วมมือของประชาชน จุดอ่อน ปนิฐานนายอำเภอ ให้เกิดความอยู่ดีกินดีของประชาชน การพึ่งตนเองได้ การจัดการ การพัฒนา ความเสมอภาคเป็นธรรม ผลลัพธ์กิจกรรมที่ควรมีในแต่ละกล่ม กิจกรรมที่ทำได้เอง เร่งด่วน สำคัญ ทำได้เอง น่าทำ ไม่ยาก
ชุมชนเสนอ
การเสนอจากอุทยานในเรื่องการประกาศเขตอุทยานเพิ่มขึ้น ในเขตพื้นที่ ป่าชุมชนบ้านทัพม่าน และพื้นที่ทำกิน บริเวณบ้านขุนสถาน ในระวางที่ 62 59 784 786 838
เสนอแนะ
ให้ทำหนังสือ/ขอขยายเขตพื้นที่ทำกินและป่าชุมชนของชาวบ้าน ถึงอุทยานแห่งชาติขุนสถานและให้ใช้แนวเขตเดิมที่มีการสำรวจและวาดขอบเขตแปลง
โจทย์ แบ่งกลุ่มย่อย (เป้าหมาย ตำบลเชียงของ นาน้อย บัวใหญ่ สันทะ ศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย)
1 สิ่งที่เป็นข้อดี และเป็นปัญหา ด้าน ทรัพยากร ป่าไม้ ที่ดิน น้ำ ในหม่บ้าน/ตำบลของท่าน
2 มีแนวทางในการแก้ไข อย่างไร ท่านจะร่วมแก้ไขได้อย่างไร ในช่วงระยะสั้น 1 ปี ระยะปานกลาง 3 ปี และในระยะยาว 5-10 ปี
3 มีแผนงานกิจกรรมโครงการอะไรบ้าง ที่จะแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า และแต่ละแผนงานจะทำเอง ทำร่วมประสานงานหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคีอื่นๆ มาร่วมอย่างไร
4 ข้อเสนอแนะ อื่นๆ
จะทำอย่างไรที่จะช่วยกันให้ลำน้ำแหงให้มีความอุดมสมบูรณ์
ผลการนำเสนอกลุ่มย่อย
ตำบลเชียงของ
ข้อดี
- เกษตรกรมีน้ำใช้ในด้านการเกษตรอย่างพอเพียง
- เกษตรกรได้ผลผลิตดีพอให้
- กลุ่มผู้ใช้น้ำเข้มแข็งและมีกติกาการใช้น้ำ
แนวทางแก้ไข
- ปลูกพืช ไม้เศรษฐกิจ ยางพารา ไม้สัก ลำไย ลิ้นจี่
- มีการประสานงานกันระหว่างเกษตรกร
ข้อเสีย
- ใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย น้ำไม่เพียงพอ
- ไม่มีการประสานงานกัน
ข้อเสนอ
ตำบลบนาน้อย
ปัญหา
แก้ปัญหา
ระยะสั้น
ระยะยาว
ข้อเสนอ
ตำบลบัวใหญ่
แนวทางการปฎิบัติ
ระยะยาว
ข้อเสนอ
ตำบลสันทะ บ้านขุนสถาน บ้านแสนสุข
ข้อดี
ข้อเสีย
แนวทางแก้ไข
ปัญหา
ข้อเสนอ
ตำบลศรีษะเกษ
ข้อดี
ข้อเสีย
ระยะสั้น
ระยะปากลาง
ระยะยาว
ข้อเสนอ
สรุป “ฟื้นคืนชีวิตลุ่มน้ำแหง ด้วยมือเรา”
ต้นน้ำ ทำได้เร่งด่วน
ระยะยาว
ปลายน้ำ
กำนันเกษตร
นายอำเภอ
นัดเจอกัน 2 เดือน/1 ครั้ง ครั้งต่อไป ต้นเดือนสิงหาคม 2553
ฑิฆัมพร กองสอน
ผู้บันทึก
โดย : สวท.น่าน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
เวลา : 10:02:45
ดีใจ๋ครับตี่หันคนนาน้อยออกมาดูแลลำน้ำแหงสมัยผมเป็นละอ่อนอยู่นาน้อยบ่อมีตี่แอ่วหลอกครับมีแค่อ่างเก็บน้ำน้ำแหงแค่นั้นแหละตี่ไปแอ่วกั๋น แต่เดี๋ยวนี้มีตี่แอ่วหลายตี่ ดอยเสมอดาว เสาดินนาน้อย ขุนสถานดอกซากุระเมืองไทย ตี่คนทั่วประเทศฮู้จักกั๋นตาง internet เลยลืมอ่างเก็บน้ำน้ำแหงกั๋นหมดเลย แหมบ่อเมินก็จะได้ไปอยู่นาน้อยแล้วละแต่ตอนนี้ทำงานก่อน แล้วเจอกันนาน้อยน่าน สำนึกรักบ้านเกิดเหมือนกันแหละ