มุมมองความรักในแบบชาวพุทธ                   


 

           ข้อมูลของ "eHarmony" เว็บไซด์จัดหาคู่ออนไลน์ ทำการสำรวจจากวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ จำนวน 598,000 คน (มติชน 10/02/53) ทั้งที่โสดและผ่านการสมรสแล้ว  ผลที่ได้ส่วนใหญ่จะใช้อารมณ์ ความรู้สึก แรงปรารถนาเสียเป็นหลัก รวมทั้งมองไปถึงความรักเป็นอารมณ์เกาะเกี่ยว รูปร่างหน้าตา บุคลิกลักษณะ แต่ไม่ได้ใส่ใจกับความสามารถ และความต้องการที่จะทำให้รักนั้นยืนยาวมั่นคง  ดังนั้นในเทศกาลวาเลนไทน์  บางคนอาจบอกว่าเป็นเทศกาล "พร่าพรหมจารีย์" หรืออีกหลายนิยามที่เกี่ยวกับเหตุการณ์สืบเนื่อง แต่เมื่อถึงที่สุดก็คงเป็นปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้น และจะยังเกิดขึ้นอย่างไม่รู้จบ  

 

           สะท้อนให้เห็นว่าหลายฝ่ายห่วงใย ใส่ใจ และมองพฤติกรรมแห่งรักในเทศกาลที่เราสมมติว่าเป็นความรักกันอย่างอ่อนไหวต่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้น

            ย้อนกลับมาที่เทศกาลของความรัก (ไม่รู้เข้าใจถูกต้องไหม) จะมีมุมมองอย่างไร ประหนึ่งว่าเราชาวพุทธจะใช้มุมมองอย่างชาวพุทธในการสร้างมุมรัก ถักไยแห่งมิตรภาพอย่างไร จนกระทั่งไม่ก่อให้เกิดการมีเซ็กซ์ก่อนวัยอันควร ท้องนอกสมรส รวมไปถึงการทารุณต่อทารกในครรภ์ จนกระทั่งทำแท้ง และมีไม่น้อยที่กลายเป็นอาชญากรรมที่สัมพันธ์กับความรักในเบื้องต้นแต่มีผลในเบื้องปลายเป็นความรุนแรงไป

              พระพุทธศาสนามีคำสอนในเรื่องความรักในแบบที่มองความรักให้เป็นเพียงปรากฏการณ์ เกิดขึ้นมา แล้วเปลี่ยนไปตามสภาพของเหตุปัจจัย ภาษาพระใช้คำว่า "เมตตา"  เป็นเครื่องยืนยันความรัก ที่จัดเป็นไมตรี และก่อกำเนิดเป็นมิตรภาพ นำไปรวมเป็นคำว่า "กัลยาณมิตร" และคำนี้ได้กลายเป็นความรักระหว่างกันและกัน ในฐานะเป็นสมาชิกใกล้ตัว ครอบครัว ชุมชน และสังคมองค์รวม  แต่ต้องเป็นความรักที่เป็นเมตตา ไม่หวังได้ ไม่คิดเอา ยินดีส่งผ่านความงดงาม เอื้ออาทรให้แก่กัน  พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต) ให้ทัศนะว่า "ต้องเป็นความที่รักที่ไม่ได้มุ่งเอามาให้ตัว เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจะนำมาซึ่งความขัดแย้ง"(TV-7 13/02/53) โดยความหมายอาจนิยามว่าความรักเชิงพุทธต้องเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว จึงจะเป็นความรักที่ถูกต้องและงดงาม 

 โมไนย  พจน์

 

 ที่มา http://www.okkid.net/blog_journal_detail.php?journal_id=4026