นับว่าเป็นครั้งที่ ๓ ที่ได้มาเยือน Niagara Falls น้ำตกที่ยิ่งใหญ่อลังการสุดยอดของสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ๑ ใน ๗ ของโลก  ไม่เคยคิดและหวังว่าจะได้กลับมาเยือนอีก เนื่องจากอยู่ห่างไกลหลายพันไมล์   แต่บางคนเชื่อว่าหากคุณเคยไปสถานที่ใดก็จะได้กลับไป ณ ที่แห่งนั้น อีกครั้งหรือหลายๆครั้ง  นั่นซินะ  บางจังหวัดของประเทศไทยไม่เคยได้ไป ณ นาทีนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้ไป อย่างเช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน  จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอำนาจเจริญ  

                         

       นัดหมายพี่ Rose ที่สนามบิน Buffalo เพื่อร่วมขบวนการท่องเที่ยวและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยกันสัก ๒-๓ มลรัฐ   สองสาววัยห่างกันเล็กน้อยหอบร่างอันสมบูรณ์แข็งแรง(จากสภาพภายนอก) ไปยืนสูดอากาศสดชื่นริมน้ำตก Niagara Falls ซึ่งมองเห็นฝั่งประเทศแคนาดาแค่เอื้อม  จุดมุ่งหมายครั้งนี้หยุดอยู่แค่ฝั่งประเทศสหรัฐอเมริกา  หลายคนอาจชื่นชอบและมองว่าฝั่งประเทศแคนาดาสวยกว่า เพราะปริมาณน้ำที่พุ่งตกลงมามีมากกว่า 


                        

 

                                             ด้านล่างน้ำยังจับตัวเป็นน้ำแข็ง

แต่ในสายตาของผู้เขียนคิดว่าไม่ต่างกันมากนัก  เคยให้เพื่อนขับรถเรียบริมน้ำตกของฝั่งแคนาดาไปจนถึงต้นทาง  น้ำไหลหลากคล้ายกับลำธารใหญ่มากกว่า  มีเพียงแค่จุดเดียวที่อวดโฉมความงดงามของทัศนียภาพได้ราวกับภาพวาด  แต่ไม่เหมาะที่จะนำภาพคนไปใส่ด้วย ผู้เขียนเองประทับใจภาพของธารน้ำสีเขียวครามใสที่ไหลพุ่งลงสู่ความลึกระดับตึก ๑๖  ชั้นกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มหึมาขยายรัศมีเป็นวงกว้างกระจายลงสู่ฝืนน้ำต่างระดับด้านล่างอันกว้างใหญ่อย่างตระการตา    ความต่างของน้ำตกแห่งนี้กับน้ำตกอื่นๆ คือ คุณต้องยืนอยู่ระดับเดียวกันกับลำน้ำแห่งทะเลสาบ Ontario ที่กั้นเขตแดนของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา  แล้วก้มมองไปชมด้านล่าง  แต่น้ำตกอื่นๆนั้นอาจจะมองในระดับเดียวกับสายตาหรือแหงนหน้ามองขึ้นไปเบื้องบน  เพราะไหลมาจากที่สูงเช่นภูเขา                          

                          

   ตรวจสอบสภาพภูมิอากาศของเมือง Buffalo มีฝนตกทั้ง ๓ วันของการไปเยือนเป็นจำนวนสูงถึง ๙๐ %  โอกาสที่ท้องฟ้าจะเปิดให้แสงอรุณส่องเท่ากับ ๑๐ % ดังนั้นจึงต้องเฝ้าคอยแสงแห่งความหวังอย่างใจจรดจ่อ   การพยากรณ์อากาศจะบอกล่วงหน้าได้เพียงแค่ หนึ่งสัปดาห์แต่โปรแกรมของผู้เขียนมีการวางแผนจองตั๋วไว้ก่อนเป็นเดือนๆ  จึงยากที่จะเปลี่ยนแปลง                          

 

                        

 พบคณะทัวร์ของชาวจีน และชาวญี่ปุ่นมีชาวไทยปะปนเล็กน้อย มาชมความงดงามของน้ำตกผ่านม่านละอองหมอกที่หนาแน่น  สมกับชื่อที่ได้รับการขนานนามว่า The maid of the mist  แม้ช่วงค่ำคืนจะเปิดสปอร์ตไลท์ไล่สีสันอย่างสวยงามสาดส่องมายังน้ำตก  ก็ไม่สามารถมองเห็นประกายแสงของมิติแห่งความงดงามเกินจิตนาการนั้นได้!               

 

                       


        คุณ Judy ขับรถพาคุณยายและลูกชายทั้ง ๒  มาจาก Montreal ประเทศแคนาดา เพื่อพบพี่ Rose และกรุณาเลี้ยงอาหารเย็นด้วย เธอเคยไปร่วมโครงการสอนที่ประเทศไทยกับเอเอฟเอสมา ๑ ปี  คุณยายจะไปสก๊อตแลนด์สัปดาห์หน้า  กล่าวว่าอยากไปประเทศไทยมาก และเน้นย้ำให้เราทั้งสองไปเที่ยวหาที่แคนาดาให้ได้
          

                        
                                

วันที่สองเดินลุยฝนเพื่อไปลงลิฟต์ด้านล่างในราคา ๖ เหรียญ  ได้เสื้อกันฝนบางใสมาคนละตัว   แหงนหน้ามองขึ้นไปข้างบนเห็นผู้คนยืนชมน้ำตกอย่างไม่หวั่นไหวต่อสภาพฝนฟ้าพรำๆ สำรวจตนเองว่าได้นำสิ่งที่เป็นสายล่อฟ้ามาบ้างหรือเปล่า  ปกติก็ไม่ค่อยได้กล่าวสาบานกับใครๆจึงมั่นใจว่าคงแคล้วคลาดปลอดภัย 

                                   

สองสาวเดินแวะเวียนชื่นชมกับความงามของน้ำตกโดยไม่ไปเที่ยวที่อื่นๆ อากาศอันหนาวเย็นส่งผลให้ไม่อยากก้าวเดินไปไหนไกลๆ อาศัยสั่งอาหารฝรั่งจากภัตตาคารใกล้ที่พักซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณห่างจากน้ำตกเพียงแค่ ๕ นาทีของการเดินเท้า 

                        

เวลาที่เหมาะสมในการมาเที่ยวน้ำตกแห่งนี้  ควรอยู่ในระหว่างกลางเดือนเมษายน- ปลายสิงหาคม มีกิจกรรมหลากหลายให้เที่ยวเล่น....(เสียดายว่าภาพสีสวยๆเมื่อหลายปีก่อนอยู่เมืองไทย  จึงไม่สามารถนำมาลงได้)

                        

คุณพี่ Rose ใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งของชีวิตต้องมาเยือน ณ สถานที่แห่งนี้ให้ได้  ผู้เขียนเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้ความฝันของเธอได้กลายเป็นจริง  

                           

ฝนฟ้ามืดครึ้มต้อนรับการมาเยือนของวันที่สาม ตั้งแต่เช้าตรู่  เดินฝ่าละอองฝนปรอยปรายไปร่ำลาน้ำตกที่งดงามเกินจินตนาการ อย่างอาลัย-อาวรณ์  ลาก่อนนะจ๊ะ  The maid of the mist @ Niagara Falls