สิ่งที่สราวุฒิและลุงอั้นต้องการขอแค่ใครสักคนที่รับฟังความทุกข์อย่างเข้าใจ

         เสียงดังมาจากเตียงข้าง ๆ ที่ฉันนั่งให้คำปรึกษาอยู่ อดหันไปมองแว่บหนึ่งไม่ได้ เป็นภาพของชายวัยรุ่นอายุประมาณ 15ปี ผมยาวประบ่า ร่างกายผ่ายผอม สวมชุดสีเขียวของโรงพยาบาล

        “ผมไม่รู้เป็นโรคอะไร ชักบ่อยจัง” 

        ทำให้ดิฉันเกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ป่วยรายนั้น มีอะไรที่เราจะให้ความช่วยเหลือได้บ้าง หลังจากให้คำปรึกษาผู้ป่วยที่รับผิดชอบเสร็จแล้ว และดิฉันเดินเข้าไปที่เตียงดังกล่าว ข้างเตียงมีผู้หญิงชราตัวเล็ก ๆ รูปร่างผอม ผิวคล้ำ สีหน้าอิดโรย อาการเหมือนคนอดหลับอดนอน ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นมารดาของผู้ป่วย ดิฉันเริ่มเปิดประเด็นว่า

          “เป็นอย่างไรบ้างค่ะ”

เรื่องราวที่เล่าถึงความทุกข์ทรมานแต่ละครั้งที่เห็นลูกชัก น้ำลายฟูมปาก ไม่รู้สึกตัว ถูกถ่ายทอดมาให้ฉันฟัง

          “กว่าจะหายแต่ละครั้งเป็นชั่วโมง”

          แม่ได้เล่าต่อว่าสราวุฒิหรือผู้ป่วยก็ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีความมั่นใจในการที่จะใช้ชีวิตประจำวัน จะไปทำงาน ขับรถ , ทำสวน หรือไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ก็กลัวว่าจะชัก

          ดิฉันได้ประสานงานกับแพทย์ ถึงแนวทางการรักษา แพทย์พิจารณาส่งตัวไปโรงพยาบาลสราญรมย์ ซึ่งดิฉันได้โทรปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ ขอคิวเร่งด่วนให้ผู้ป่วย เพราะบ้านไกล ถ้าได้คิวบ่าย ผู้ป่วยไม่มีรถกลับบ้าน และผู้ป่วยเป็นคนชนบทเพื่อไปรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่จะขาดความมั่นใจ ดิฉันได้ประสานกับพยาบาลเพื่อให้ข้อมูลบางส่วนแก่ทีมและสราวุฒิได้รับการตรวจรักษาจากโรงพยาบาลสราญรมย์เป็นที่เรียบร้อย

          ก่อนไปเยี่ยมบ้านทีมงานร่วมกันวางแผนว่าจะลดปัจจัยที่จะกระตุ้นให้สราวุฒิชักอย่างไร? ใครต้องทำอะไรบ้าง และการดึงครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วม

         ครอบครัวของสราวุฒิมีกันอยู่ 5 คน รายได้หลักมาจากการเปิดร้านขายของชำ ลุงอั้นซึ่งเป็นพ่อของสราวุฒิ เป็นคนชอบสังสรรค์ เพื่อนฝูงมากมาย เป็นที่รักใคร่และนับถือของเพื่อนบ้าน เป็นคนนักเลงใจร้อน ถึงไหนถึงกัน รู้ว่าใครเดือดร้อนลุงอั้นจะช่วยเหลือในทุก ๆ ครั้งเมื่อถึงเวลาเมามาก ๆ จะแบ่งปันของใช้ , เงินทอง , แม้กระทั่งของในร้านให้เพื่อน ๆ หมด จนไม่มีของขายในบ้าน ทำให้ครอบครัวมีปัญหา และไม่เข้าใจกัน สราวุฒิเครียดไม่สบายใจ หาทางออกให้กับครอบครัวไม่ได้จึงหันมากินเหล้าบ่อยครั้งและเป็นโรคลมชักในที่สุดสิ่งที่ครอบครัวของ สราวุฒิ รวมทั้งลุงอั้น ไม่ทราบก็คือ สาเหตุหลักที่ทำให้สราวุฒิชักได้บ่อย ๆ

          สิ่งที่ทีมงานสามารถสรุปได้ก็คือ สราวุฒิเครียด จากการที่พ่อติดเหล้า จึงหันหน้าเข้าหาเหล้าจนทำให้เป็นโรคลมชัก แต่พ่อไม่ทราบถึงเรื่องราวดังกล่าวเลย

          “ลุงอั้นอยากให้ลูกหายหรือเปล่าค่ะ”

         ลุงอั้นมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่พูดอะไร แววตาดุดันไม่พึงพอใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกทางท่าทางออกมา ดิฉันให้ความรู้ คำแนะนำไปเรื่อย ๆ ดูท่าทีของลุงอั้นว่าจะตอบรับอย่างไร ลุงอั้นก็ยังนิ่งเฉย ไม่ตอบสนองอะไร แต่ดิฉันมั่นใจว่าจะเปลี่ยนความคิดลุงอั้นได้ สักพักทีมงานก็เดินทางกลับ     

        “พี่อ้อน ๆ  พ่อผมแย่แล้วครับ อ้วกตลอด ปวดท้องมาก กินอะไรไม่ได้เลย”

         “เกิดอะไรขึ้น”

        เสียงปลายสายร้อนรน กระวนกระวาย สราวุฒิเล่าให้ฟังว่า พ่อเริ่มมีอาการหลังจากหยุดกินเหล้า ฉันบอกให้รีบพาพ่อมาโรงพยาบาล ก่อนจะวางสายและตั้งใจจะรีบไปเยี่ยมในเช้าวันรุ่งขึ้น  

       สีหน้าซีดเซียวของลุงอั้น ทำให้ฉันรู้สึกเป็นห่วง และเข้าใจสัจธรรมว่าการเลิกเหล้ามันทรมานอย่างนี้นี่เอง

      “หมอบอกให้นอนดูอาการสัก 3-4 วัน”

       เป็นประโยคแรกที่ฉันได้ยินเมื่อเดินไปยืนข้างเตียง

      “ตอนแรกสราวุฒิบอกให้เลิกผมก็ไม่ยอม ด่าลูก  ทำให้ลูกเครียดและชักอีก”

      ลุงอั้นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดิฉันปล่อยให้ลุงอั้นระบายความอึดอัดในใจ โดยนั่งฟังนิ่ง ๆ อย่างตั้งใจ เพราะวินาทีนี้สิ่งที่ลุงอั้นต้องการขอแค่ใครสักคนที่รับฟังความทุกข์อย่างเข้าใจ

      ลุงอั้นบอกว่า

       “พวกคุณหมอ พยาบาลไม่ได้เป็นญาติกับผม ทุกคนอยากให้ลูกหายแต่ผมเป็นพ่อแท้ ๆ ยังทำไม่ได้ น่าอายหมา เสียชาติเกิด ถึงแม้ว่าผมจะทุกข์ทรมานแต่ผมจะต้องเลิกเหล้าให้ได้”  

      ดิฉันได้ฟังก็รู้สึกปลื้มใจแทนลุงอั้นจริง ๆ และดีใจแทนสราวุฒิและทุกคนในครอบครัว  ลุงอั้นสัญญาว่าจะเลิกเหล้า , เลิกบุหรี่ด้วย ในที่สุดดิฉันก็ได้บำบัดการรักษายาเสพติดทั้งกระท่อม , บุหรี่ , สุราแก่ลุงอั้น 

      จากการติดตามเยี่ยมจนเวลาผ่านไปเป็นเดือนลุงอั้นมีสภาพดีขึ้น ทุกข์ทรมานน้อยลง จิตใจฮึกเฮิม ใจเย็นลง มีเหตุผลและยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นมากขึ้น สราวุฒิก็เลิกกินเหล้าหลังจากปรับความเข้าใจกับพ่อได้ส่งผลให้อาการโรคลมชักก็ดีขึ้นตามลำดับที่แน่ ๆ ยังไม่ชักกลับมาโรงพยาบาลซ้ำในตอนนี้

      ข่าวดีที่ทราบต่อมาก็คือลุงอั้นเลิกเหล้าได้ ทำให้ฉันและทีมงานภูมิใจมาก จะเห็นได้ว่าปัญหาของโรคที่เกิดขึ้นสามารถรักษาได้ด้วยการหันหน้าเข้าหากันของคนในครอบครัว ซึ่ง ยาขนานไหนก็คงใช้แทนกันไม่ได้ฉันไม่กล้าที่จะรับประกันหรอกว่าลุงอั้นจะเลิกเหล้าได้ตลอดไปหรือไม่ แต่อย่างน้อย ๆ ความรู้สึกดี ความเข้าอกเข้าใจกันของคนในครอบครัวคือกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่จะส่งผลให้ลุงอั้นประสบความสำเร็จในอนาคตได้

                                                                       เรื่องเล่าดี ๆ จากพี่ชะอ้อน