เช้านี้ ไปเจริญพุทธมนต์ที่จวนผู้ว่าฯ ขณะที่นั่งฉันกาแฟกับขนมก่อนทำพิธี ฟังพระคุณเจ้าและบรรดาญาติโยมคุยกัน “เริ่มเป็นเต่าศักดิ์สิทธิ์…” ก็ผุดขึ้นมา
จางจื้อ นักปราชญ์จีนโบราณ ไม่ชอบรับราชการจึงไปทำสวนทำไร่อยู่ในชนบท ครั้งหนึ่งก็มีราชบุรุษของแคว้น… มาติดต่อให้ไปเป็นนายกฯ
จางจื้อบอกว่า "ที่แคว้น… มีเต่าศักดิ์สิทธิ์อายุสามพันปี ใครปรารถนาสิ่งใดก็ไปกราบไหว้บ่นบานได้ ตามความเห็นของท่าน ต้องการจะเป็นเต่าศักดิ์สิทธิ์ หรือเต่าเที่ยวหากินอยู่ในนาในสวน…"
ราชบุรุษตอบว่า ต้องการจะเป็นเต่าในนาในสวน… จางจื้อก็บอกว่า เราก็ต้องการเช่นนั้นเหมือนกัน ท่านกลับไปเถิด เราไม่ต้องการเป็นเต่าศักดิ์สิทธิ์…
.........
จางจื้อเปรียบชีวิตสามัญชนคนธรรมดาว่าเหมือนกับเต่าในนาในสวน เพียงแต่คอยหลบหลีกอันตรายและหากินพออยู่ได้ไปวันๆ เท่านั้น... ซึ่งต่างกับข้าราชการ แม้จะมีอำนาจมากมายคล้ายกับเต่าศักดิ์ แต่ก็ต้องอยู่ในระเบียบกฎเกณฑ์ ขาดอิสรเสรีภาพ...
ตั้งแต่ผู้เขียนเริ่มเป็นสมภาร ก็เริ่มรู้สึกได้ว่ากำลังจะเป็นเต่าศักดิ์สิทธิ์ขึ้นทุกๆ วัน
กราบนมัสการ พระคุณเจ้าครับ ผมอ่านข้อคิดเห็นของท่านแล้ว มีความคิดเห็นสอดคล้องกับท่านครับ ในหนังสือของ
ท่านปรัชญาเมธีของจีนหลาย ๆ ท่าน ส่วนมากท่านมีความชอบไปในทางธรรมชาติ ซึ่งคล้าย ๆ ศาสนาพุทธนิกายเซ็น
ซึ่งก็ผมชอบอ่านหนังสือประเภทนี้มากเหมือนกัน ได้ข้อคิดว่าความเป็นนักการเมืองแตกต่างไปจากนักบวชโดยสิ้นเชิง
นักบวชแสวงหาความจริงของธรรมชาติ และมีจุดประสงค์ลดละกิเลสทั้งปวงให้หมดไป อยู่กับธรรมชาติด้วยความสงบร่มเย็น
และใช้ชีวิตกับธรรมชาติ เสมือนหนึ่งว่าเราก็คือส่วนหนึ่งของธรรมชาติเช่นกัน แต่นักการเมืองคือผู้ที่ต้องแสวงหาอำนาจ
เพื่อความเป็นใหญ่ของตนเองและหมู่คณะ โดยมีความอยากไม่มีที่สิ้นสุด และเพื่อปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกน้องได้
ผมจึงได้ข้อคิดว่า นักบวชย่อมไม่สามารถเป็นนักการเมืองที่ดีได้ และนักการเมืองย่อมไม่สามารถเป็นนักบวชที่ดีได้
เช่นกัน เว้นแต่บุคคลเหล่านี้จะตัดขาดความเป็นนักบวช และหรือนักการเมืองได้ไปจากจิตใจของตนเองอย่างแท้จริงครับ
ฉะนั้น การเป็นเต่าศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะมีเป็นจำนวนมากขึ้น เพราะเบื่อการเมืองนี้เองครับ
.. ไม่มีใครเกิดมาไร้ค่า
แม้แต่คนโง่ที่สุดยังฉลาดในบางเรื่อง
และคนฉลาดที่สุด
ก็ยังโง่ในหลายเรื่อง ..
.. ไม่มีอะไรเสียเวลาไปมากกว่า
การคิดที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต
ไม่เคยมีอะไรช้าเกินไป
ที่จะทำใหสิ่งที่ตนฝัน ..
.. คนที่ไม่เคยหิว
ย่อมไม่ซาบซึ้งรสของความอิ่ม
ความสำเร็จที่ผ่านความล้มเหลว
ย่อมหอมหวานกว่าเดิม ..
เต่านามีหญ้ากิน เต่าหินนั่งดมกลิ่นควันธูป ครับ นมัสการครับท่าน
ความเห็นของอาจารย์คล้ายจะแย้งกับความเห็นใครก็จำไม่ได้ ที่บอกว่าพระพุทธเจ้าและศาสดาเอกอื่นๆ จัดว่าเป็นนักการเมืองชั้นยอด... ก็เป็นเพียงมุมมองที่ต่างกันเท่านั้น
.......
เรียงร้อย ถ้อยคำ ขัดแย้ง
สำแดง เห็นต่าง สร้างสรรค์
ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เตือนกัน
แปรผัน เป็นไป ปัจจัย ปรุงแต่ง... เอย
........
หญ้ากับกลิ่นควันธูป สิ่งใดรสชาดถูกใจกว่ากัน คงจะขึ้นอยู่กับเต่าแต่ละตัว...
........
เจริญพรทุกท่าน
นมัสการค่ะ
..โลกธรรมแปดย่อมแผดเผาใจนักบวชผู้สงบไม่ได้..อ่านแล้วได้ความคิดนี้ผุดขึ้น..สาธุ..เป็นเรื่องเล่าที่ให้ข้อคิดเตือนใจที่ดีจริงๆ
มีบ้าง บางคน ก่นทุกข์
ยังบุก บากบั่น หมั่นหา
จนกว่า จะซึ้ง ศรัธทา
หาทาง ปล่อยวาง อย่างแท้จริง...
ก็หลง อยู่มา กี่กัล์ป
ยอมรับ ศักดิ์สิทธิ์ ติดหนี้
เมื่อรู้ ฝึกอยู่ หลายปี
หลุดพ้น ชาตินี้ ที่ต้องการ
รสชาติของการเอาตัวไปพัวพันกับพันธนาการ...ไม่เบาเลยนะครับ พระอาจารย์...
แต่ถ้าไม่ได้ลองเป็นสมภารดู...ใครจะเกิดปัญญารู้แท้เท่าพระที่เป็นได้เล่าขอรับ...555
กราบ 3 หนครับ
ก่อนแต่นี้ เคยคุยกับเพื่อนๆ ว่า งานในวัดทำมาเกือบทุกอย่างแล้ว ยังแต่สมภารนี้แหละ ไม่เคยเป็น อยากจะลองเป็นสักครั้ง ตอนหลังเมื่อเพื่อนๆ เริ่มเป็นสมภาร ก็ค่อยๆ รู้ปัญหาของสมภาร ก็ไม่ค่อยอยากจะเป็น...
แปลกแต่จริง ตอนที่อยากจะเป็นนะ เค้าไม่ให้เป็น แต่ตอนไม่ค่อยอยากจะเป็นนะ กลับได้เป็นโดยผ่านสะดวก...
ตอนนี้ อยากจะเป็นหรือไม่อยากจะเป็น ก็เป็นเต็มตัวแล้ว...
(คิดถึงท่านเลขาฯ อยู่เช่นเดียวกัน)
เจริญพร