ขออนุโมทนาสาธุกับพระหมู (ลูกพี่ลูกน้อง) ที่เข้าพิธีอุปสมบทหมู่เป็นเวลา 3 เดือนในช่วงฤดูร้อน
ระหว่างที่นั่งฟังพระคุณเจ้าทำพิธีอยู่ในโบสถ์ พลันสายตาก็ไปจับเข้ากับภาพสะท้อนของหินอ่อนขัดมันเข้า
ความคิดมันเกิดขึ้นมาจากภาพสะท้อนที่เห็นนั้นว่า ภาพสะท้อนจะชัดเจนสักเพียงใดขึ้นอยู่กับตัวกลางที่ใช้ในการสะท้อน ภาพสะท้อนที่เกิดจากหินขัดมัน...ไม่ค่อยมีความคมชัดเท่าไหร่เมื่อเทียบกับกระจกเงาแล้วยังห่างไกลกันมาก เพราะภาพสะท้อนจากกระจกเงาคือภาพเสมือนของวัตถุจริง
ใจมันก็คิดต่อไปอีกว่า ก็เหมือนกับเราจะสะท้อนตัวของเราออกมาได้สักเท่าไร ชัดเจนแค่ไหน มันก็จำเป็นที่จะต้องมีตัวกลางที่ใช้ในการสะท้อนนั้น
คำถามมันก็อยู่ที่ว่า...แล้วเราจะใช้อะไรในการสะท้อนความเป็นตัวเรา มันจึงจะบอกความเป็นตัวเราได้ดีที่สุดล่ะ
หลายๆ ครั้งทั้งตัวเราเองทั้งคนรอบข้าง ก็มีคำพูดที่บอกว่า "ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน" ให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ
ในกรณีที่ถ้าเราสามารถเห็นความคิด ความเป็นตัวของเราเองได้เหมือนส่องกระจกก่อนออกจากบ้านทุกวันได้ก็คงจะดี เพราะก่อนออกจากบ้านหรือเมื่อไหร่ที่เราส่องกระจกเราก็จะรู้ว่าเรามีความบกพร่องอยู่ในตัวเราตรงไหนบ้าง เราก็จะได้แก้ไขให้มันเรียบร้อยเข้าที่เข้าทางก่อนจะออกจากบ้าน
ถ้ากระจกเงาสะท้อนภาพลักษณ์ภายนอกของเราได้ดีที่สุด
แล้วเราจะใช้อะไรสะท้อนภาพลักษณ์ ความรู้สึกนึกคิด จิตใจภายในของเราดีล่ะ ?
สวัสดีค่ะ
ถ้าจะเสนอว่า ใช้ "ธรรมวิจย" หนึ่งในองค์ธรรมในโพชฌงค์ 7 เป็นสิ่งที่ใช้สะท้อน จะใช้ได้ไหมคะ หมายถึงเริ่มที่สติจับอารมณ์ได้ และวิจัยต่อ จนเกิดองค์ธรรมที่เหลือตามมาน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมกันค่ะ
มีดอกไม้มาฝากด้วยค่ะ