พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ

วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก)

ที่ตั้งบ้านนาคำแคน  ตำบลนาแสง  อำเภอศรีวิไล  จังหวัดหนองคาย

ตามประวัติพระอาจารย์จวน  กุลเชฏโฐ  มาสร้างวัดภูทอก  เริ่มมาอยู่ภูทอก  ตั้งแต่เดือนมกราคม 2512 พรรษาที่ 27 – 28 (พ.ศ.2512-2513) บริเวณรอบๆ เป็นป่าทึบรกชัฏ  มีสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์  เบื้องต้นภูทอกยังไม่มีแอ่งเก็บน้ำ  ต่อมาพอเข้าหน้าแล้งท่านได้ขอให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างทำนบกั้นน้ำ  เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้

                ในระหว่างกลางพรรษาที่ 27  ท่านได้ชักชวนญาติโยมทำบันไดขึ้นเขาชั้นที่ 5 และชั้นที่ 6 จนสำเร็จใช้เวลาทำอยู่ประมาณ 2 เดือน กับ 10 วัน  จึงเสร็จเรียบร้อย  การสร้างบันไดนี้สำเร็จในกลางพรรษาได้อาศัยศรัทธาญาติโยมและชาวบ้านใกล้เคียงช่วยกันคนละเล็กละน้อย  ช่วยกำลังแรง  ช่วยกำลังทรัพย์ไม่มี

                พ.ศ.2513  ในฤดูแล้ง  ท่านได้ชักชวนชาวบ้านช่วยกันสร้างทำนบเพิ่มขึ้นอีก 2  ทำนบเพื่อไว้เก็บกักน้ำ  มีประชาชนจากฝั่งประเทศลาว  ชื่อนายบุญที  ได้มีศรัทธามาสร้างพระประธานไว้ที่ถ้ำวิหารพระชั้นที่ 5  ต่อมาได้มีศรัทธาจากที่ต่างๆ  มาร่วมกันสร้างโรงฉัน  และศาลาชั้นที่ 5

                ภายหลังได้ขยายศาลาโรงฉันชั้นล่างให้กว้างออกไปและได้ขยายศาลาถ้ำวิหารพระชั้นที่ 5  ให้กว้างขวางออกไปด้วย  เพื่อประกอบศาสนกิจและสังฆกรรมได้สะดวก

                การก่อสร้างต่างๆ  ท่านพยายามทำแบบส่งเสริมธรรมชาติให้กลมกลืนกันไปกับธรรมชาติ  เช่น  กุฏิ  ศาลาอาศัยผนังถ้ำเป็นฝา  เป็นต้น  นอกจากนี้ยังได้ขุดบ่อน้ำอีกหลายแห่ง  ยังได้พบบ่อน้ำซึมผุดขึ้นมาจากซอกหิน  และได้มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันสร้างบาตรน้ำมนต์ขนาดใหญ่ไว้รองรับน้ำซึมที่หยดมาจากยอดเขา  นอกจากนี้ยังมีผู้บริจาคเงินสร้างถังเก็บน้ำคอนกรีต  ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ  และได้สร้างส้วมและห้องน้ำไว้สำหรับประชาชน

                ใน  พ.ศ. 2513 – 2514   ได้ทำสะพานรอบเขาชั้นที่ 5

                พ.ศ. 2515  ได้ทำทำนบกั้นน้ำเพิ่ม

                พ.ศ. 2516  ปรับปรุงสะพานชั้นที่ 5  ทำทางเดินให้เสมอกันและขยายให้กว้างขึ้น

                พ.ศ. 2517  ทำสะพานบนเขาชั้นที่ 6  ทำสะพานชั้นที่ 4  ครึ่งเขา

                พ.ศ. 2519  ได้ทำทำนบกั้นน้ำในเขตวัด

                ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2519  เป็นต้นมา  ได้มีคณะญาติโยมโดยเฉพาะจากกรุงเทพฯ  ทยอยมากันบ่อยครั้งขึ้น  ได้มีศรัทธาเพิ่มขึ้นบริจาคทั้งกำลังทรัพย์และกำลังกายมาช่วยเหลือที่วัด  ได้มีการสร้างถังน้ำบนเขาชั้นที่ 5  สร้างห้องน้ำ  ห้องส้วมเพิ่มอีกหลายห้อง  นอกจากนี้ยังได้มีการสร้างกุฏิถาวรสำหรับพระเณรจะได้เป็นที่พัก  เพราะแต่ก่อนพระเณรจะใช้เงื้อมหินหรือถ้ำเป็นที่อยู่อาศัยอีกเป็นจำนวนหลายหลัง  และยังได้มีการสร้างกุฏิที่พักสำหรับพระอาคันตุกะ  สร้างกุฏิแม่ชี  และกุฏิที่พักบนชะง่อนเขาชั้นที่ 5   สำหรับญาติโยมได้มาพักอีกด้วย

                นอกจากได้ก่อสร้างในวัดแล้ว  ยังได้ทำประโยชน์ให้แก่ชาวบ้านใกล้เคียงอีกด้วย  โดยได้

สร้างทำนบกั้นน้ำให้ชาวบ้าน  6 ทำนบ  และในปี 2523  ได้เริ่มทำถนนรอบภูเขา  3 ลูก  คือ ภูทอกน้อย  ภูทอกใหญ่  และภูสิงห์น้อย  ซึ่งต่างก็เป็นสำนักสงฆ์ของวัด  เพื่อเป็นการกั้นเขตแดนวัดจะได้เป็นที่พึ่งพาอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด  และยังเป็นการสงวนป่าไม้อีกด้วย  (เมื่อท่านพระอาจารย์จวนมรณภาพแล้ว  งานนี้ยังค้างอยู่  ทางวัดก็ได้ทำต่อจนแล้วเสร็จ  รวมทั้งทำนบน้ำแห่งใหม่ในหมู่บ้านด้วย)

                ท่านได้รับนิมนต์มากรุงเทพมหานครได้รับอุบัติเหตุเครื่องบินตกถึงแก่มรณภาพ  เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2523  สิริรวมอายุ  59  ปี  9  เดือน  และ  18 วัน  พรรษา  38