ดิฉันทำงานในโรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นโรงเีรียนเอกชนในอำเภอหาดใหญ่ มีจำนวนนักเรียน ประมา๊ณ 2,100 คน ดิฉันได้เข้ามาทำงานที่นี้เป็น เวลา 5 ปี ครั้งแรก เจ้าหน้าฝ่ายบัญชี   เป็นครูผู้สอนสาขาการบัญชี  หัวหน้าสาขาการบัญชี ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายวิชาการและปัจจุบันหัวหน้าฝ่ายวิชาการ

         ซึ่งการทำงานในแต่ละหน้าที่นั้นใช้ความรู้ความสามารถที่แตกต่างกันมาก คือ การทำงานเกี่ยวกับงานบัญชีนั้นก็ใช้ความรู้และทฤษฎีต่าง ๆ ตามที่เรียนมา มันค่อนข้างจะเป็นอะไรที่แน่นอนตายตัวไม่มีอะไรให้น่าเรียนรู้นัก แต่ต่อมาเมื่อได้มาเป็นครูผู้สอนในระัดับปวช. และปวส. ดิฉันนั้นว่ามันเป็นงานที่ค่อนข้างจะท้าท้ายความรู้ ความสามารถ นอกจากเราจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีต่าง ๆ แล้วเราจะต้องใช้ประสบการณ์ในการสอนช่วยในการสอน เพราะนักเรียน/นักศึกษาในแต่ละปีการศึกษานั้นมีความแตกต่างกัน แต่นักเรียน/นักศึกษาในแต่ละห้องก็มีความแตกต่างกันมาก เนื่องจากแต่ละคนก็มากันจากหลายสถาบันครอบครัว  ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียน/นักศึกษาแต่วันละที่มาปรึกษาหารือกับดิฉันนั้นล้วนแล้วเป็นปัญหาที่เกินความสามารถของดิฉันที่จะช่วยเหลือให้กับนักเรียน/นักศึกษาได้  เช่น นักเรียนไม่มีเงินมาโรงเรียน ก็เลยขาดเรียน เนื่องจากพ่อกินสุราเมาไม่ทำงาน ตบตีแม่บ้าง และแม่ก็ให้ดูแลน้องแม่ออกทำงานรับจ้างหาเงินบ้าง  บางร้ายพ่อแม่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ อยู่กับลุงกับป้าซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างก่อสร้าง  และปัญหาของนักเรียนที่ดิฉันคิดว่ามันเหลวร้ายที่สุด คือ ถูกพี่เขยข่มขืนจนท้อง และนักเรียนก็เล่าให้ดิฉันแล้วให้ดิฉันสาบานว่าห้ามเล่าเรื่องนี้ให้กับใคร ทำให้ดิฉันเครียดมากไม่รู้จะปรึกษากับใคร ดิฉันก็มีเพื่อนอยู่ต่างจังหวัดซึ่งเขาเป็นพยาบาล  และดิฉันก็ได้โทรศัพท์ไปปรึกษาเรื่องนี้กับเพื่อนเพราะลำพังตัวเองก็มือแปดด้าน และไม่กล้าที่จะเล่าให้ครูในโรงเรียนด้วยกันฟังเพราะเดียวจะได้ยินถึงหูของนักเรียนคนที่เล่าให้ดิฉันฟัง  เดี่๋ยวนักเรียนมองว่าดิฉันไม่รักษาคำพูด และสุดท้ายเมื่อดิฉันได้ปรึกษากับเพื่อนเพื่อนก็ให้กับปรึกษาให้บอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ของเด็ก และให้พานักเรียนไปทำแท้งและแจ้งตำรวจจับพี่เขยคนนั้น แล้วให้นักเรียนย้ายไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ เพื่อให้นักเรียนได้ลืมอดีตที่ไม่ดี ในที่สุดตอนนี้นักเรียนก็ผ่านปัญหานี้ไปได้ด้วยดี ดิฉันรู้สึกว่าภูมิใจมากที่สามารถช่วยนักเรียนให้พ้นสภาวะอันกดดันนี้ได้ "ดิฉันคิดว่าการประกอบอาชีพครูนั้นมิได้ใช้ความรู้จากตำรา เพียงอย่างเดียวแต่ต้องมีอะไรมากมายที่ไม่สามารถจะหาอ่านได้จากตำราเล่มใดในโลกใบนี้  ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องอาศัยประสบการณ์สะสมไปเรื่อย ๆ  มีการแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่นบ้าง มีการปรึกษาหารือกับผู้ที่มีความรู้มากกว่าเรา เราต้องไม่คิดว่าข้าเป็นคนเก่ง ข้าไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนความรู้กับใคร ซึ่งในองค์กรของดิฉันนั้นปัจจุบันก็มีการประสานงานกันดีระหว่างเพื่อนร่วมกันด้วยเอง หรือ กับผู้บริหาร " หากท่านผู้อ่านได้อ่านข้อความของดิฉันแล้วต้องการที่จะเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์กับนักเรียนดิฉันยินดีเป็นอย่างมากเลย คิดว่าเพื่ออนาคตของประเทศชาติ