ในบันทึกที่แล้วผมรำลึกอดีตยืดยาวจนไม่ได้บันทึกเรื่องการไปร่วม HA Forum 11 ซึ่งผมไปฟัง อ. หมอจรัส บรรยายเรื่อง “หนทางสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในระบบสุขภาพ” และร่วมกับ นพ. วิวัฒน์ โรจนพิทยากร เสนอเรื่อง “เส้นทางเกียรติยศสู่รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล”
ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “หนทางสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในระบบสุขภาพ” ชี้ให้เห็นประเด็นของความยั่งยืนของบริการสุขภาพไทย ที่กำลังเผชิญความท้าทาย ๙ ประการ ที่ท่านเรียกว่าพายุบริการสุขภาพไทย ได้แก่
๑. ความรู้และเทคโนโลยีขยายตัวแบบระเบิด เป็นพลวัต และซับซ้อน เกิด ปัญหา ไม่รู้ ตามไม่ทัน ถูกหลอก หรือมักง่าย
๒. เทคโนโลยีราคาแพง นำไปสู่ภาวะล้มละลายจากความเจ็บป่วย ประเด็นความคุ้มค่าในการใช้เทคโนโลยี ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ป่วยและครอบครัว
๓. การเปลี่ยนแปลงโรคและสุขภาพ ได้แก่ โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ โรคดื้อยา โรคเดิมรักษาใหม่ โรคเดิมป้องกันได้ ความเข้าใจใหม่ ปัญหาเดิมยังคงอยู่
๔. การเปลี่ยนแปลงประชากร ผู้สูงอายุกับการชลอความแก่
๕. กระแสประชาธิปไตย สังคมสิทธิ
๖. ยุค ไอซีที ความรู้เป็นสมบัติสาธารณะ
๗. ทุนนิยม ธุรกิจสุขภาพ อุตสาหกรรมสุขภาพ การแพทย์พาณิชย์ การฟ้องร้อง defensive medicine ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
๘. ธุรกิจสุขภาพข้ามชาติ
๙. ระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ ที่เน้นกำไร หรือเน้นความพอดี ความพอเพียง คุณธรรมจริยธรรมในบริการสุขภาพ
หนึ่งชั่วโมงกับ อ. หมอจรัส ผู้ฟังอึ้งไปกับเสียงแห่งการเตือนสติสมาชิกในวงการสุขภาพ ซึ่งหากมองด้านบวก ก็มีประเด็นให้จับดำเนินการพัฒนาได้นับร้อยประเด็น
รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ร่วมจรรโลงโลก ให้ผู้คนมุ่งมั่นทำงานสร้างสรรค์ในหน้าที่เพื่อการพัฒนาที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน การพระราชทานรางวัลแก่คุณหมอวิวัฒน์ เป็นการยืนยันว่าผลงาน ถุงยางอนามัย ๑๐๐% เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV ของคุณหมอเป็นผลงานที่สร้างการพัฒนาที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนให้แก่โลก เป็นกระบวนการที่สื่อต่อสังคมวงกว้างว่า คนทุกคนมีความรับผิดชอบต่อเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย และผู้ให้บริการทางเพศ ซึ่งโดยปกติเป็นคนที่ไม่มีพลังต่อรอง กลับมีอำนาจต่อรองเพราะเป็นเป้าหมายร่วมกันว่า จะต้องช่วยกันป้องกันสังคมจากการแพร่กระจายของโรคเอดส์
ผลงานของคุณหมอวิวัฒน์มีผลยั่งยืน ในการเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศกับการใช้ถุงยางอนามัย มีผลป้องกันเอดส์ในคนไทย ๗ ล้านคนจนถึงปัจจุบัน
สิ่งที่คุณหมอวิวัฒน์บอกแก่ผู้ฟัง ไม่ตรงกับที่ผมคาดไว้ คือแทนที่ท่านจะเล่างานที่ท่านริเริ่มที่ราชบุรี ท่ามกลางความยากลำบากในการดำเนินการตามความฝันของตน ท่านกลับเล่า “เส้นทางที่ถูกบดบัง” เพราะวาทกรรมในสังคมเรื่องการป้องกันเอดส์ ๗ ล้านคนที่คนไทยทั่วไปได้รับ เป็นผลงานของรัฐบาลที่ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งทีมเขียนหนังสือ Influencer : The Power to Change Anything ที่มีวิจารณญาณไม่เชื่อ เพราะเขาเชื่อมโยงระหว่างมาตรการกับผลที่เกิดขึ้นไม่ได้
เมื่อทีมหนังสือ Influencer ทีมนั้นได้รับคำแนะนำให้ลองคุยกับ นพ. วิวัฒน์ เขาก็ขอให้ลองเขียนเรื่องราวและ อี-เมล์ ส่งไปให้ เป็นข้อเขียน ๘ หน้า เขาก็เชื่อ เรื่องราวของ นพ. วิวัฒน์จึงถูกบรรจุในหนังสือเล่มนี้ และนำไปสู่การเขียนหนังสือ “เขาเรียกผมว่า คุณหมอผู้เปลี่ยนโลก” และการได้รับรางวัล ชูเกียรติ อุทกพันธุ์
จากนั้น หลักฐานของงานถุงยางอนามัย ๑๐๐% ป้องกันเอดส์ จึงเป็นที่ยอมรับว่าเป็นปัจจัยหลักในการป้องกันเอดส์ ๗ ล้านคน และนำไปสู่การได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในที่สุด
ตอนผมไปฟังผู้ได้รับรางวัลปี ๒๕๕๒ พูดที่ศิริราชเมื่อวันที่ ๒๖ ม.ค. ๕๓ หมอวิวัฒน์เล่าเรื่องชีวิตสมัยเด็กที่ต้องออกจากโรงเรียนมาช่วยพ่อแม่ทำมาหากินอย่างตรากตรำอยู่ ๔ ปี เพราะครอบครัวยากจน เพราะมีลูกมากถึง ๘ คน ลูก ๓ คนแรกจึงต้องออกจากโรงเรียนมาช่วยทำมาหากิน หมอวิวัฒน์เป็นคนที่ ๒ แต่หลัง ๔ ปี ครอบครัวฐานะดีขึ้น หมอวิวัฒน์จึงกลับไปเรียนต่อจนจบ ม. ศ. ๕ (ม. ๖ สมัยนี้) ด้วยผลการเรียนติด บอร์ด ที่ ๒๙ ของประเทศ และสอบเข้าเรียนแพทย์ได้ที่รามาธิบดี ผมจึงยุให้เล่าชีวิตตอนนี้ให้ท่านผู้ฟังทราบ เพื่อผมจะโยงว่า คุณหมอวิวัฒน์เป็นคนไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคง่ายๆ
และผมยุให้ท่านเล่าหลักการทำให้บริการทางเพศเป็นสินค้าผูกขาด ผู้ให้บริการเป็นผู้ควบคุมผู้ใช้บริการ วิธีการทำให้โครงการถุงยางอนามัย ๑๐๐% ทำได้ใน จ. ราชบุรี และจังหวัดใกล้เคียง โดยการชักชวนเจ้าของสถานบริการทั้งจังหวัดให้รวมตัวกัน กำหนดว่าจะให้บริการเมื่อใช้ถุงยางอนามัยเท่านั้น ซึ่งจะเห็นความมีปัญญาไม่ยอมแพ้ที่ตอนแรกผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นด้วย เพราะไม่เห็นทางที่จะตรวจสอบว่ามีการใช้ถุงยางจริง คุณหมอเสนอวิธีทดสอบโดยให้เจ้าหน้าที่ปลอมตัวไปตรวจสอบ จนผู่ว่าฯ เอาด้วย ประชุมเจ้าของสถานบริการถามว่าใครไม่เห็นด้วย ไม่มีคนยกมือ ถามว่าใครเห็นด้วยทุกคนยกมือ และหมอวิวัฒน์เตรียมให้ทีวีถ่ายรูปตอนยกมือ ตกลงวันเริ่ม
แต่เมื่อตรวจอัตราติดเชื้อ ไม่ลดลง จึงต้องจัดประชุมหญิงบริการ ทำความเข้าใจ ในที่สุดจึงได้ผล
เมื่อตรวจอัตราการติดเชื้อในหญิงบริการพบว่าลดลง แต่อัตราติดเชื้อในผู้ชายไม่ลด เพราะเขาไปเที่ยวตามสถานบริการของจังหวัดใกล้เคียง เพราะถ้าเที่ยวในจังหวัดราชบุรีเกรงคนจะเห็น จึงต้องไปดำเนินการทำนองเดียวกันในจังหวัดใกล้เคียง จึงได้ผล
คุณโฉมยง บุตรราช จาก จ. แพร่ ถามหลักการดำเนินชีวิต และเคยท้อถอยหรือไม่ เอาชนะความท้อถอยอย่างไร คำตอบคือความยากลำบากไม่เคยทำให้คุณหมอวิวัฒน์ท้อถอย และได้ยกตัวอย่างนักสเก๊ตน้ำแข็งชาวเกาหลีใต้ที่แข่งได้ที่ ๑ ของโลก ที่เอาจริงเอาจังกับการฝึกฝนอย่างจริงจัง มากกว่าคนอื่นๆ ผมจึงได้ย้ำตัวอย่างหลักการที่สรุปไว้ในหนังสือ Outliers ที่สรุปคุณลักษณะที่ไม่ยอมแพ้ท้อถอยต่ออุปสรรคของคุณหมอวิวัฒน์
วิจารณ์ พานิช
๑๐ มี.ค. ๕๓

นายแพทย์ วิวัฒน์ โรจนพิทยากร
อ่านเรื่องเล่า การพัฒนาที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน เร้าพลังค่ะนึกประโยคนี้ได้ค่ะ
... Body is Flexible, ... Heart is Firm and ... Soul is Sustainable ขอบคุณค่ะ