อ่านได้ที่นี่ ความเห็นของผมคืออย่าหลงให้นักการเมืองชักจูงเราให้หลงตามวาทกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อตัวเขาเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ตระหนักว่า เราต้องช่วยกันลดช่องว่างในสังคม วิจารณ์ พานิช๒๕ มี.ค. ๕๓
ยังจำวาทะ นี้ได้ดีค่ะท่านอาจารย์ ... เกิดมาควรตอบแทนคุณแผ่นดิน ...
อย่าหลงให้นักการเมืองชักจูงเราให้หลงตามวาทกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อตัวเขาเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ตระหนักว่า เราต้องช่วยกันลดช่องว่างในสังคม
ฟันเฟืองเล็ก ใหญ่ ตามทำกำลังความสามารถที่มี ขอบพระคุณค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์วิจารณ์ พานิช
ค่ะขอให้คนไทยช่วยกันคิด ช่วยกันทำให้ถูกต้องตามความเป็นจริง อย่าหลงคำพูดชักจูงอย่างงงงาย
อาจารย์ค่ะ เข้าใจคำนี้มากค่ะขอสนับสนุน
ป้องปกพระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขของชาติค่ะ
มาอ่านอีกครั้งแล้ว ต่อยอดความคิดอันลุ่มลึก ได้มากมาย ขยายได้หลายประเด็นเลยค่ะ
ที่ผ่านๆ มา เราถูกกำหนดให้คิดว่า เรื่องการเมืองและศาสนา มิควรพูดคุยพูดจากัน ทำให้เกิดช่องว่าง ระยะห่าง ทางความคิด ไม่ชัดเจน ...จนตอนนี้น่าเป็นห่วงพุทธศาสนาค่ะ
ใคร? ทำอะไร? ที่ไหน? อย่างไร?
คำถามง่ายๆที่เคยถามกันมาแต่เด็ก
ลองกลับมาถามตัวเองดูซิ...
ก็ตอบกันไม่ได้...
ขอบคุณครับสำหรับความคิดเห็นของท่านอาจารย์ครับ ผมขอให้ความคิดเห็นที่สอดคล้องกับท่านอาจารย์ดังนี้ครับ
ปัจจุบันการเมืองของประเทศไทย กำลังตกอยู่ในภาวะทุนนิยมสูงมากครับ ใช้ระบบพรรคพวกโดยขาดหลักธรรมาภิบาล
ยกตัวอย่าง การฝากนักเรียนเข้าเรียนในแทบทุกจังหวัด เช่นฝากเข้าทำงานราชการ ฝากย้ายและหรือเลื่อนตำแหน่ง
ฝากเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อให้ได้ห้องพิเศษ ฝากแม้กระทั่งเมื่อเสียชีวิต ก็ขอฝากไว้ที่ศาลาดี ๆ ในวัด
เรื่องเหล่านี้ที่เกิดขึ้น จึงทำให้ระบบอื่น ๆ พลอยเสียไปด้วยครับ ผมคิดว่าการเมืองไทยจึงพัฒนาไปในทางที่ไม่ดีครับ
ความจริงเมื่อประเทศไทยเรามีระบบการศึกษาที่ดีขึ้นกว่าเดิม มีสถาบันทางการศึกษา ที่เปิดสอนในระดับปริญญาโท
ปริญญาเอกมากขึ้น มีผู้จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษามากขึ้น แต่ความเจริญในด้านคุณธรรม จริยธรรม กลับลดลงครับ
มีตัวชี้วัดจากสถิติของอาชญากรรมที่สูงขึ้น คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น จากการแย่งชิงกันมากขึ้น แม้กระทั่ง การเบียดกันเข้าไป
ใส่บาตรและทำบุญกับพระที่เป็นที่เคารพในสายวัดป่าที่ผมได้ไปพบเห็นมา และแย่งชิงกันในหลาย ๆ เรื่อง ที่ไม่เคารพใน
หลักสิทธิมนุษย์ชนที่มีความเท่าเทียมกัน
วันนี้มีกลุ่มนักการเมืองกลุ่มหนึ่งซึ่งอ้างสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย หลักอหิงสา อ้างว่า เป็นแนวของท่านมหาตมะคานธี
แต่ความจริง ท่านคานธี ท่านทำเพื่อปล่อยอิสระภาพจากประเทศมหาอำนาจ ซึ่งตรงกันข้ามกับพวกของท่าน อหิงสาที่ทำ
ให้ประชาชนเดือดร้อน และต่อสู้เพื่อประโยชน์ของพรรคพวกของท่าน ท่านคานธีไม่เคยทำให้ใครสักคนต้องเดือดร้อนนะครับ
ทุกคนในประเทศอินเดียตอนนั้นมีจุดหมายเดียวกันครับ
ความคิดเห็นของผมนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับ อาจไปกระทบกระทั่งกับความรู้สึกของบางท่านบ้าง อย่าโกรธเลยนะครับ
เพราะระบอบประชาธิปไตย มีสิทธิเสนอความคิดเห็นได้ มีสิทธิประท้วงได้ แต่ต้องไม่ผิดกฏหมายนะครับ
มิฉะนั้น จะกลายเป็นกฏหมู่อยู่เหนือกฏหมายนะครับ
ในหัวใจของผมนี้มีความเคารพและรักในหลวงของเราอยู่มั่นคงครับ หากใครคิดร้ายต่อพระองค์ท่าน ผมคิดว่าตัวผมเองและ
ประชาชนที่เคารพรักพระองค์ท่านคงไม่ปล่อยให้นักการเมือง และหรือคนที่คิดล้มล้างพระองค์ท่านลอยนวลอยู่ได้แน่ครับ
ขอขอบคุณท่านอาจารย์ตลอดมาและตลอดไปครับสำหรับข้อมูลดีดี