บทความเรื่อง Their Own Worst Enemies : Why scientists are losing their PR wars. โดย Sharon Begley ในนิตยสารนิวสวีก ฉบับวันที่ ๒๙ มี.ค. - ๕ เม.ย. ๕๓ ทำให้ผมเขียนบันทึกนี้
การต่อสู้ระหว่างวิทยาศาสตร์กับ "ความเชื่อ" (belief) เป็นเรื่องที่น่าจะถือได้ว่า เป็นความจริงแห่งชีวิตหรือความจริงของสังคม ไม่ว่าสังคมใด เช่นในสหรัฐอเมริกายังมีคนจำนวนมากที่เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกและจักรวาล ตรงกันข้ามกับทฤษฎี บิ๊กแบง และทฤษฎีวิวัฒนาการ
นักวิชาการไทยมีแนวโน้มจะบอกว่า คนทั่วไปมีความเชื่อผิดๆ ไม่เรียนรู้
แต่ Sharon Begley บอกว่า นักวิชาการต้องอยู่กับความเป็นจริงของสังคม ไม่แยกตัว และต้องสื่อสารกับสังคมโดยเข้าใจความเป็นจริงในสังคมว่า โลกยุคปัจจุบันเป็นยุคแห่งสไตล์ ไม่ใช่ยุคสาระ นักวิทยาศาสตร์/วิชาการมัวแต่พูดเรื่องสาระ หรือทำตัวเป้นผู้ปกปักความจริง จึงไม่มีใครฟัง
การสื่อสารความจริง หรือวิชาความรู้ แก่สังคมหรือสาธารณชนเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่ต้องเอาสาธารณชนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาความรู้หรือวิชาการเป็นตัวตั้ง ดังในหนังสือ Don’t Be Such a Scientist : Talking Substance in an Age of Style โดย Randy Olson ผู้ลาออกจากศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาทางทะเล มาสร้างภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ เพื่อสื่อสารความรู้วิทยาศาสตร์ในวิธีการที่คนธรรมดาเปิดรับ
เป็นหน้าที่ของสถาบันอุดมศึกษาที่จะทำหน้าที่สื่อสารวิทยาการต่อสังคม ในรูปแบบที่สังคมของชาวบ้านธรรมดาสามารถเข้าใจได้ และน่าสนใจที่จะรับรู้ นี่คือความท้าทายอีกรูปแบบหนึ่ง
วิจารณ์ พานิช
๒๕ มี.ค. ๕๓
สวัสดีค่ะอาจารย์
เห็นด้วยค่ะโดยเฉพาะคำพูดที่ว่า
"เป็นหน้าที่ของสถาบันอุดมศึกษาที่จะทำหน้าที่สื่อสารวิทยาการต่อสังคม ในรูปแบบที่สังคมของชาวบ้านธรรมดาสามารถเข้าใจได้ และน่าสนใจที่จะรับรู้ นี่คือความท้าทายอีกรูปแบบหนึ่ง " ขอให้ทุกคนช่วยกันสื่อสารความเป็นจริงให้กระจ่างเพื่อให้คนที่มีความเชื่อผิด ๆ ได้เข้าใจได้มากยิ่งขึ้น
การถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน ที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งต้องรีบทำ