มีสิ่งหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจนะครับ เวลาเราไม่ชอบ ไม่ถูกใจนักการเมือง เราก็ด่านักการเมืองคนนั้นเสีย ก็เพียงพอแล้ว ทำไมเราต้องไปด่าเพื่อนร่วมชาติที่ชื่นชอบนักการเมืองคนนั้นว่าโง่ ว่าไร้ความคิด ว่ารับเงิน ฯลฯ ในที่สาธารณะด้วยครับ (ด่าที่บ้านหรือกับเพื่อนน่ะ ทำไปเถิดครับ ไม่มีใครว่าอะไรคุณหรอก)
คำพูดพวกนี้คือการเหยียดหยามคนอื่นนะครับ คุณกำลังยกตัวเอง ว่าฉลาดกว่าคนอื่น โดยการบอกว่าคนอื่นเขาไม่เข้าใจ คนอื่นเขาเข้าใจผิด หลงผิด ต่างๆนาๆ (โดยเฉพาะเรื่อง "รับเงิน" มันฟังดูเฉยๆ แต่มันคือการเหยียดหยามครับ)
แค่ด่านักการเมืองก็พอแล้วครับ ไปด่าทักษิณ ด่านายกฯอภิสิทธิ ด่าบุคคลสาธารณะอะไรก็ว่าไปนะครับ
หากเราด่าหรือวิจารณ์เพียงแค่บุคคลสาธารณะ แต่ให้เกียรติเพื่อนร่วมชาติ แม้การเมืองจะแตกแยก แต่ผู้คนจะไม่แตกแยกนะครับ
จริงของคุณปริญญา เห็นด้วยกับความคิดนี้เป็นอย่างยิ่ง....
คนบางคนมองเห็นแต่ความคิดของตัวเอง ไม่มองความคิดของผู้อื่น....
คอยแต่จะยัดเยียดความคิดเห็นของตัวเองที่คิดว่าถูกถึงถูกที่สุด
มาให้คนอื่น ถ้าคนอื่นเห็นดีด้วยก็แล้วไป...
ถ้า....มีความเห็นเป็นอย่างอื่นเมื่อไหร่!!!!!
โดนด่าแถมซ้ำเติมอีกต่างหาก....คือใช้แต่อารมณ์ท่ามกลางสาธารณชน
อย่างนี้ควรจะต้องให้ตั้งสติใหม่....แล้วทบทวนด้วยตัวเอง
ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ ( มีสติแล้ว ).......ค่อยมาว่ากันอีกที ดีไหม???
คุณ JJ ครับ
เราไม่ควรตกเป็นทาสทั้งความลุ่มหลงทั้งความเกลียดน่ะแหละครับ
คุณ krugui ครับ
ในทางจิตวิทยาเขาอธิบายได้นะครับ ว่าคนเรามักจะมีแนวโน้มที่จะยกตัวเองให้สูงกว่าความสามารถจริงๆที่ตนมีอยู่ และมองคนอื่นต่ำกว่าความสามารถที่เขามี
ตัวผมเองก็ชอบด่าเล่นเอามันส์ในหมู่เพื่อนๆนะครับ ด่าคนโน้นทีคนนี้ที ว่าโง่ ว่าควาย แต่ผมไม่เคยคิดจะเหยียดคนอื่นบนที่สาธารณะครับ สังคมที่ดี คือสังคมที่ไม่มีการเหยียดหยามเพื่อนมนุษย์ครับ
ติดตามอ่าน แต่ยังไม่เคยแสดงตัว ชื่นชมในความคิดทางการเมืองของคุณ ว่าเป็นผู้ที่มีความจริงใจ มองคนในแง่ดีและมีแนวคิดที่มีสติมีเหตุผล
สวัสดีครับคุณ meenonghaok
ขอบคุณครับที่ติดตามอ่าน ;-)
ถูกต้องที่สุดเลยครับ
ความแตกต่างทางการเมือง จะไม่ทำให้เกิดความแตกแยก เพียงแค่เราเปิดใจรับฟัง และไม่ดูถูกความคิดของคนอื่นครับ