ไมตรี อินทุสุต ผู้ว่ายอดนักปกครอง นักคิด นักอ่าน และนักเขียน

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2553 มีงานรักการอ่านเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ห้องสมุดประชาชนจังหวัดตรัง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าที่เป็นยอดนักปกครอง นักคิดและนักเขียน ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิด ในงานดังกล่าวมีการมอบเกียรติบัตร แก่ยอดนักอ่านและผู้มีอุปการะคุณ การบรรยายพิเศษของผู้ว่า ฯ การอ่านปฏิญญาส่งเสริมการอ่าน การจัดนิทรรศการอาชีพของห้องสมุดทุกอำเภอ และองค์กรภาคีเครือข่าย การออกร้านจำหน่ายหนังสือราคาถูก

กิจกรรมที่เป็นจุดเด่นอีกกิจกรรมนอกเหนือที่กล่าวข้างต้นคือการเสวนา ในหัวข้อ " การอ่านนำพาชีวิต ไปสู่สิ่งดีงาม " มีนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ และคุณหมอที่ได้รับรางวัลยอดนักอ่าน เข้าเสวนา จำนวน 3 ท่าน คือ คุณวานิช สุนทรนนท์ เจ้าของหนังสือพิมพ์เมืองตรัง/ คุณวิสุทธิ์ ขาวเนียม นักเขียนรางวัล นายอินทร์ อะวอร์ด ปี 51 /คุณหมอไพศาล เกื้ออรุณ คุณหมอคนเก่งของชาวตรัง ที่เป็นทั้งนักอ่านแลนักเขียน มีพิธีกรที่ทั้งสวยและเก่งของ สำนักงาน กศน. ตรังคือ อ. ละออง ภู่กล่าง เป็นผู้นำการเสวนา โดยเปิดประเด็นเชิงลึกที่ตรงจุดแล้วค่อยให้ผู้เสวนาแสดงความเห็นในแนวกว้าง
การอ่านในมุมมองของผู้เข้าเสวนาสามารถสร้างความรู้ ความคิด ทำให้คนสามารถแยกแยะวิเคราะห์สิ่งที่ถูกต้องออกจากสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คนที่อ่านหนังสือจะเป็นผู้มีความคิด มีลักษณะนิสัยที่ไม่ก้าวร้าว เช่นเรื่องการเมือง ย่อมมีความคิดที่แตกต่าง แต่ถ้าทุกคนเอาความคิดที่แตกต่างมานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองในเชิงเหตุและผล เมื่อคนสามารถคิดวิเคราะห์ได้ปัญหาต่าง ๆก็คงไม่เกิดขึ้น อย่างในปัจจุบัน การขับเคลื่อนการอ่าน ก็ต้องมียุทธศาสตร์ต่อเนื่องต้อง สร้างสภาพแวดล้อม การอ่านต้องเริ่มส่งเสริมจากที่บ้าน ทุกบ้านควรมีหนังสือหรือมุมหนังสือไว้ให้สมาชิกในบ้านได้หยิบอ่านสะดวก ทุกหมู้บ้านควรมีแหล่งการอ่านสาธารณะให้คนทุกคนเข้าถึงการอ่านได้ โดยไม่ต้องใช้เงิน ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมค่านิยม เป็นการเปลี่ยนจากภายใน PHISICAL CHANGE สร้างความตระหนัก ความรู้สึกดี ๆ ให้คนรักการอ่าน ทุกภาคส่วนทั้งรัฐเอกชนต้องร่วมมือกัน สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ในการส่งเสริมการอ่านให้มากขึ้น นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมเสวนายังได้ให้ข้อเสนอแนะว่าควรมีการเชิญนักเขียนเมืองตรัง กลับมาเยี่ยมบ้าน มาพูดคุยกับชาวตรังบ้าง นอกจากการอ่านแล้วก็ควรมีการส่งเสริมฝึกให้มีการเขียน โดยจัดเป็นค่ายฝึกนักเขียนเยาวชน โดยยกตัวอย่างค่ายนักเขียนเยาวชนของจังหวัดพัทลุง และกลุ่มนักการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติก็ควรต้องปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ในการเป็นนักอ่าน เพราะเป็นผู้มีส่วนขับเคลื่อนการส่งเสริมการอ่าน และการพัฒนาคน ท้องถิ่น ในชุมชนอยู่แล้ว