ในช่วงบ่ายวันที่ 3 เมษายน 2553 ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงความเงียบ ว่า เป็นภาษาที่แสดงออกในขณะเงียบ และเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อผู้สัมภาษณ์ให้ข้อมูลย้อนกลับ โดยใช้คำถามเพื่อล้วงลึก Probe
การเงียบ
การเงียบในขณะสนทนาของคู่สนทนาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยไม่มีการสื่อสารด้วยคำพูด มี 2 ลักษณะ
-
การเงียบที่ไม่มีเสียงใดๆออกมา เป็นการเงียบที่แสดงว่าผู้พูดต้องการเวลาคิดไตร่ตรอง หรือต้องการหลีกเลี่ยงการพูดถึงประเด็นนั้น
-
การเงียบที่มีเสียงบางอย่างอยู่ในคอเช่น เออ....อึม... ประกอบด้วยเสียงที่ตะกุกตะกัก แสดงถึงอารมณ์วิตกกังวล
อาจารย์ทวีศักดิ์ นพเกษร ได้แบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ ดังนี้
-
การเงียบเชิงบวกของผู้ให้ข้อมูล มีความหมายว่า ผู้ให้ข้อมูลกำลังคิดไตร่ตรองเพื่อรวบรวมประเด็นที่จะเล่าเรื่อง หรือกำลังคิดทำความเข้าใจประเด็นของผู้สัมภาษณ์ หรือเงียบเพื่อคอยให้ผู้สัมภาษณ์พุดอะไรบางอย่างเพิ่มเติม หรือต้องการพักเหนื่อยชั่วคราว
-
การเงียบเชิงบวกของผู้สัมภาษณ์ คือ ผู้สัมภาษณ์ต้องการให้โอกาสในการคิด สำรวจ รวบรวม ทบทวนประเด็นที่เขาจะเล่าเรื่อง หรือต้องการให้เขาได้พักเหนื่อยชั่วขณะ
-
การเงียบเชิงลบของผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ให้ข้อมูลรู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกถูกบังคับ ไม่อยากพูดถึงความลับ ประเด็นส่วนตัว กลัว อาย ไม่พอใจ โกรธ ต่อต้าน ไม่อยากร่วมมือ รู้สึกเจ็บ เสียใจ
-
การเงียบเชิงลบของผู้สัมภาษณ์ คือ ผู้สัมภาษณ์ไม่รู้ว่าจะพูด กระตุ้น ถาม ผู้ให้ข้อมูลอย่างไร หรือรู้สึกมีอคติ อึดอัด อายที่จะพูดในเรื่องของเขา
อาจารย์ย้ำอีกว่า
ผู้เก็บข้อมูล ควรยอมรับความเงียบเชิงลบของเขา และใช้ทักษะการให้กำลังใจ หากเขาเงียบจากความโกรธ เสียใจ จากการพูด การกระทำของผู้สัมภาษณ์ ผู้ทำการสัมภาษณ์ควรกล่าวขอโทษ หากไม่แน่ใจก้อาจถามถึงความรู้สึกตรงๆเช่น
"ผมไม่ทราบว่าได้พูดอะไรผิดไป ทำให้คุณไม่สบายใจหรือเปล่า"