มีความสุข สนุก ได้แบ่งปัน

   ปฏิบัติการองค์กรไร้พุงต้นแบบ

                  เริ่มต้นในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการคนไทยไร้พุงของเขต โดยรับช่วงต่อจากผู้รับผิดชอบเดิม คือ คุณจุฑาภรณ์  ชูสมภพ  โดยย้ายมาจากเขต 10  มาราชบุรี ปี 49 เปลี่ยนจากงานประชาสัมพันธ์มาเป็นงานวิชาการทางด้านโภชนการเนื่องจากจบมาทางด้านนี้   จึงมีความรู้สึกสนุก และไฟแรงที่จะทำงานไม่เกี่ยงงาน  จึงขออนุญาตพี่ต้อย จุฑาภรณ์  ว่า ช่วง 2-3 ปี ขออนุญาตรับงานวิทยากรมากหน่อย เนื่องจากต้องมีการเตรียมการและค้นคว้า ซึ่งจะทำให้ตนเองฟื้นความรู้ได้มากขึ้น

         หลังจากที่รับงานบรรยายและวิทยากรมากขึ้นทั้งระดับเจ้าหน้าที่ และภาคประชาชน ยิ่งทำให้สนุกและท้าทายเหนื่อยเท่าไรก็ยอม  แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ค้างคาใจ ว่าแล้วองค์กรเราในฐานะกรมอนามัย เราทำอะไรให้บ้างจึงตั้งใจไว้ว่า ปี 50-51 เราจะลุยในระดับจังหวัดให้เต็มที่ และปี 52 เราจะต้องทำเรื่องไร้พุงกับศูนย์ฯ เราบ้าง                 

                พอมาปี 52 กรมอนามัย ได้รับงบสนับสนุนจาก สสส ให้จัดทำโครงการภาคีร่วมใจ คนไทยไร้พุง  โดยเราเป็นพี่เลี้ยงและผู้ประสานงานจังหวัด  โดยเน้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เมื่อทราบวัตถุประสงค์รู้สึกสนุกอีกแล้วแต่เสียดายเป็นเพียงผู้ประสาน ไม่ได้ลงไปทำเอง  จึงจัดทำโครงการของศูนย์ฯ บ้างด้วยงบประมาณอันจำกัด  (ถ้าไม่มีงบมรแต่ใจก็สามารถทำได้) ซึ่งใช้กลวิธีเดียวกับโครงการภาคีร่วมใจ คนไทยไร้พุง ของกรมอนามัย โดยตั้งโจทย์ไว้กับตนเองว่า “จะทำองค์กรไร้พุงต้นแบบใน ศอ.4 ไปได้แค่ไหน ” จะเหมือนกับที่จังหวัด หรือ อปท. (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  บ่นว่ายากและยุ่งหรือไม่

                แต่ก่อนที่จะลงมือเขียนโครงการ  เราใช้วิธีฝันก่อนจะทำอย่างนั้น จะทำอย่างนี้ แล้วไปเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟัง  เช่น ” ถ้าจะทำค่ายลดน้ำหนัก สนใจหรือไม่  เราจะทำกิจกรรมอย่างไรกันดี “ โดยใช้เวทีโรงอาหารเวลาพักเที่ยง ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จะไปรวมตัวเพื่อทานอาหารเที่ยง (เสียเงินรายเดือนนะคะ ไม่ได้ทานฟรี  แต่จัดเป้นอาหารสุขภาพค่ะ)   ก็มีคำตอบจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่หลากหลาย ซึ่งทุกคนให้ความสนใจ และสอบถามว่าจะทำค่ายเมื่อไหร่ จะมีคนสมัครเยอะเลย  จึงนำความไปเล่าให้ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ฟัง  ซึ่งท่านก็เห็นด้วยและให้คำแนะนำเพิ่มเติม  ปรึกษาหมอชลทิศ คุณหมอเป็นหัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพฯ  เป็นผู้ที่ช่างคิด และคิดไว  คิดแล้วลงมือทำทันที  เคยเป็น ผอ.โรงพยาบาล  ก็เห็นด้วยและคิดต่อให้ทีมงานเราอีกมากมาย  ต่อจากนั้นคุยกับจิตติมาหัวหน้างานคลินิกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ  และคุยกับพี่ต้อย ,พี่พัธนาพร ,พี่พรนิภา ซึ่งอยู่งานออกกำลังกาย  ทุกคนเห็นดีด้วย  จึงเริ่มเขียนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 4 เพื่อการเป็นองค์กรไร้พุงต้นแบบ โดยมีผู้รับผิดชอบโครงการ 3 งาน คือ โภชนาการ  ออกกำลังกาย และงานคลินิกฯ

                ขั้นตอนต่อไปนี้สนุกมาก หลังจากที่เขียนโครงการ  ผอ. ให้ทีมงานเราเข้าไปช่วยพัฒนาหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพบุคลากรท้องถิ่นและสาธารณสุขในการป้องกันกลุ่มอาการเมตาบอลิก(อ้วนลงพุง) โชคดีมาก ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว  เราจึงนำหลักสูตรนี้ไปใช้ในโครงการของเราเลย  จิตติมาและทีมงานคัดเลือกกลุ่มเสี่ยง กลุ่มปกติ และเป็นโรค  ส่งมาให้เรา  เราทำหนังสือเชิญให้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ  ทีมออกกำลังกาย คิดค้นกิจกรรมในการประชุม ระหว่างการประชุม และนอกเวลาการประชุม และ WALK RALLY  เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีการเคลื่อนไหวตลอดระยะเวลาในการประชุม  ทีมงานทั้ง 3 ทีม สนุกกับการเตรียมงาน และรอวันจัดค่าย

         

 

ผลของกิจกรรมเกิดขึ้นแบบดาวกระจาย  คือ

ผลข้อที่ 1 ผลจากการเข้าค่ายผู้จัดทั้งหมดพึงพอใจมา  ผู้เข้าร่วมพึงพอใจที่สุด และปฏิบัติได้ดีมาโดยตลอด(ซึ่งทุกวันนี้ยังติดตามต่อเนื่อง)  จึงนำไปสู่การจัดค่ายในรุ่นที่ 2 ทั้งๆ ที่ไม่มีในแผน แต่ได้รับความกรุณาจาก ผอ. และพี่แดง( เลขาฯ) ที่รับผิดชอบเรื่องงบประมาณ  ช่วยจัดสรรงบประมาณให้

ผลข้อที่ 2 คุณหมอชลทิศ ผู้ที่เป็นสุดยอด IT ของพวกเรา ได้พัฒนาโปรแกรม การประเมินตนเองให้ ซึ่งใช้ในการติดตามผล มาจนถึงทุกวันนี้  และเผยแพร่ไปสู่เครือข่ายอื่นๆ หลายแห่ง  (ถ้าท่านใดสนใจ ติดต่อเข้ามาได้นะคะ

ผลข้อที่ 3 ทีมงานได้รับงบสนับสนุนเพิ่มเติมในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและออกกำลังกาย  คือ การพัฒนาโรงอาหารเฉลิมราช , พัฒนาเส้นทางเดิน-วิ่ง 5 เส้นทางทั้งในอาคารและนอกอาคาร   พร้อมกับจัดกิจกรรมให้เจ้าหน้าที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง

 

ผลข้อที่ 4 เกิดชมรมต่างๆ  เช่น ชมรมลีลาศเพื่อสุขภาพ ,ชมรมออกกำลังกาย

ผลข้อที่ 5 ได้นโยบาย หรือมาตรการของศูนย์ฯ โดยการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่  และได้บุคคลต้นแบบในปี 52 จำนวน 8 คน (ก็ยังดีกว่าไม่ได้) และจะต้องหาต่อไป พร้อมกับเชิดชูในสิ่งที่เขาประสบผลสำเร็จในงานที่ใหญ่ที่สุดขององค์กร

               จากกระบวนการทำงานคิดว่ายังไม่ดีที่สุด กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้มีความต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างการเจรจากับทีมวัฒนธรรมองค์กร  เพื่อร่วมกันจัดทำแผนต่อเนื่อง ในปี 53

       สิ่งที่ทีมงานหรือองค์กรได้รับ

      1. ได้ความร่วมมือจากทีมงาน สามารถบูรณาการกันได้อย่างลงตัว ทุกคนแทนงานกันได้  มีความรักห่วงใยกันมากขึ้น  พร้อมที่ทำงานเพื่อองค์กรได้อีกมากมาย

      2. เจ้าหน้าที่มีจิตสำนึก ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมากขึ้น มีความมุ่งมั่น และสามารถขยายเครือข่ายภายในได้ โดยใช้เพื่อนช่วยเพื่อน  มีการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น ระวังเรื่องอาหารมากขึ้น

      .         สุดท้าย รู้สึกภูมิใจมาก ที่สุด ที่เราเป็นโลโก้  “ไร้พุง”ของศูนย์ฯ  ทุกคนให้ความร่วมมือในทุกกิจกรรมที่พวกเราสรรค์สร้างทุกคนสนุก มีความสุขที่ได้แบ่งปันความรู้ร่วมกัน  มีการส่งข่าว UPDATE  ชักชวนทำโครงการอื่นๆ ในปี 53  และขอบอกองค์กรของเราสามารถเป็นแหล่งศึกษาดูงานหรือแหล่งเรียนรู้ให้กับเครือข่ายอื่นๆ ได้

ไม่เชื่อ ก็ต้องมาดูของจริงค่ะ

            ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กิจกรรมประสบความสำเร็จในการทำงาน  คือ   ผู้บริหารให้ความสำคัญและสนับสนุนพวกเราอย่างสม่ำเสมอ    ได้การทำงานเป็นทีม  ทีมงานเป็นสุขและสนุกกับการทำงาน  และการทำมีให้คนในองค์กรมีส่วนร่วม (ดูเหมือนจะเสร็จกระบวนงาน  แต่ขอบอก  ยังค่ะ  เรายังต้องตามกันอย่างไม่หยุดยั้ง จนกว่าพวกเราชาวส่งเสริมสุขภาพ ของศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี จะมีสุขภาพที่ดี และสามารถเป็นต้นแบบให้กับผู้มารับบริการและเครือข่ายได้