ม.ทักษิณ มอบปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ แด่นายเจริญจิตต์ ณ สงขลา

คำสดุดีเกียรติคุณ 

นายเจริญจิตต์  ณ สงขลา

ปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 

มหาวิทยาลัยทักษิณ

วันที่   ๑   กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓

 

 

                นายเจริญจิตต์ ณ สงขลา เป็นชาวสงขลาโดยกำเนิด บรรพบุรุษคือ พระยาสุวรรณคีรีสมบัติ (เหยี่ยง แซ่เฮา) ต้นตระกูล ณ สงขลา  ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการเมืองสงขลาคนแรกและสายตระกูลได้สืบทอดเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นระยะเวลากว่า ๒๐๐ ปี จนถึงนายเจริญจิตต์ ณ สงขลา

                นายเจริญจิตต์ ณ สงขลา จบการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ประกาศนียบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ ๒๗     ประกาศนียบัตรสาขาวิชา Management Science จาก  College of Saint  Thomas  Management  Center  Saint  Paul  ประเทศสหรัฐอเมริกา  ประกาศนียบัตรโรงเรียนสงครามจิตวิทยา  และประกาศนียบัตรนักศึกษาวิทยาลัยการปกครองชั้นสูง (นปส.)รุ่นที่ ๓

                ในด้านการทำงาน นายเจริญจิตต์  ณ สงขลา ได้รับราชการเป็นนายอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานีและนายอำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา ปลัดจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และจังหวัดสงขลา  ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) คนแรก ปลัดกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามลำดับ ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติในปีพุทธศักราช ๒๕๓๔-๒๕๓๕  ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาในปีพุทธศักราช ๒๕๓๕-๒๕๓๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ดำเนินการวิจัยผู้อพยพ  กระทรวงมหาดไทย    ผู้ช่วยผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร  ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนภาคใต้ ในปีพุทธศักราช  ๒๕๓๑  นอกจากนั้นยังเป็นอาจารย์บรรยายหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรและบรรยายวิชาปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้แก่นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

นายเจริญจิตต์  ณ สงขลา เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างดียิ่ง  มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์มากมายทุกท้องที่ที่ได้รับการแต่งตั้งไปปฏิบัติหน้าที่ตลอดระยะเวลาที่รับราชการทั้งข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต และจงรักภักดีในชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์เป็นที่ตั้ง ยึดหัวใจสำคัญของการปฏิบัติงานราชการในภูมิภาค  คือการบำบัดทุกข์บำรุงสุขด้วยความจริงใจและจริงจังตลอดมา    ในฐานะนักปกครองได้ให้ความสำคัญในการสร้างมวลชนสัมพันธ์  ใช้กลยุทธ์ในการรู้คน  รู้พื้นที่  รู้ปัญหา  รู้สถานการณ์  ให้ความสำคัญในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายที่เป็นปรปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข   ใช้ความสามารถขจัดผู้มีอิทธิพลที่ประพฤติตนอยู่เหนือกฎหมาย  และอาชญากรที่พัวพันกับคดีสำคัญ ๆ ของประเทศ   ในฐานะนักบริหารได้ใช้หลักรัฐประศาสนศาสตร์เต็มรูปแบบ   วางแผนโครงการในการแก้ปัญหา  ติดตาม  ประเมินผลอย่างใกล้ชิด  ขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ   เป็นแบบอย่างแก่ผู้ร่วมงาน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวินัย  จิตสำนึกความรับผิดชอบ  จรรยาบรรณและคุณธรรม   เป็นที่ยอมรับของผู้ใต้บังคับบัญชา  ผู้ร่วมงาน  และได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาทุกระดับ  ได้รับการยกย่องสรรเสริญว่าเป็นแบบอย่างนักปกครองและนักบริหารดีเด่น ได้รับรางวัลแหวนทองคำลงยาในฐานะนายอำเภอผู้ปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี ๒๕๑๖

ด้วยวิธีปฏิบัติการสงครามจิตวิทยาแย่งชิงประชาชน  นายเจริญจิตต์ ณ สงขลา ได้ใช้ความรู้ความสามารถในฐานะนักปกครองและนักบริหาร  ประกอบกับมีความเชี่ยวชาญ เจนจัด สันทัดกับงานด้านสงครามจิตวิทยา  ทำให้แนววิธีปฏิบัติดังกล่าวเป็นผลดีต่อราชการ  จึงได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นคนแรก  เพื่อตอบสนองนโยบายความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล  โดยใช้ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ๒ ประการ คือ  ปฏิเสธความรุนแรงและแสวงหาสันติวิธี   เปลี่ยนวิธีคิดต่อขบวนการก่อการร้าย  จากเดิมที่เรียกว่า “โจรแบ่งแยกดินแดน” มาเป็น “ขบวนการโจรก่อการร้าย”(ขจก.) เป็นที่ยอมรับมาจนบัดนี้   การใช้ยุทธวิธีทางจิตวิทยาทำให้ ขจก. ส่วนใหญ่ติดต่อขอมอบตัว กลับมาอยู่กับครอบครัว  ร่วมพัฒนาชาติโดยไม่ต้องหลบหนีจากพื้นที่   สามารถสกัดกั้นไม่ให้เยาวชนหลงผิดไปเข้ากับขบวนการดังกล่าว   สนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่มีขวัญกำลังใจในการทำงานเพราะผู้นำเข้มแข็ง  เอาจริงเอาจัง  ทำให้ผู้นำทางด้านศาสนาในพื้นที่เชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหา  สมัครใจให้ความร่วมมือ  ประชาชนรุ่นหนุ่มสาวหันมาสนใจเรียนรู้ภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาทางราชการ เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพและศึกษาต่อ  เปลี่ยนวิถีชีวิตจากการยึดติดอยู่ในหมู่บ้านใต้อิทธิพลของสังคมปิด  ไปทำงานประกอบวิชาชีพซึ่งเป็นสังคมสู่โลกภายนอก  เข้าใจเจตนาของราชการ  เชื่อมั่นในการทำงานของราชการในระยะเวลาอันรวดเร็ว  เป็นบรรยากาศและแบบอย่างในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในยุคนั้นที่ได้ผลดียิ่ง

               

โดยเหตุที่  นายเจริญจิตต์  ณ สงขลา เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ กอปรกับความมีคุณธรรมและเสียสละอุทิศตนเพื่อประเทศชาติ สภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๒   เมื่อวันที่     ๑๙     ธันวาคม     ๒๕๕๒             จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ได้รับพระราชทานปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป