

คำสดุดีเกียรติคุณ
พระราชพิพัฒนาภรณ์ (ผัน ปสนฺโน)
ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
มหาวิทยาลัยทักษิณ
วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
พระราชพิพัฒนาภรณ์ (ผัน ปสนฺโน) เดิมชื่อ ผัน ทองอร่าม เกิดที่บ้านทรายขาว ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมืองสงขลา เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๖ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดทรายขาว อำเภอเมืองสงขลา จบนักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนวัดเลียบ อำเภอเมืองสงขลา และเปรียญธรรม ๑-๒ ประโยค จากสำนักเรียนวัดคูหาสวรรค์ จังหวัดพัทลุง ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดทรายขาว (ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๕) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา
พระราชพิพัฒนาภรณ์ (ผัน ปสนฺโน) เป็นพระเถระนักพัฒนาที่มองการณ์ไกล เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา การศาสนา และการพัฒนาชุมชน ได้ให้การสนับสนุนการศึกษาของโรงเรียนต่างๆ เช่น การจัดหาที่ดินเพื่อขยายพื้นที่ให้แก่โรงเรียน สนับสนุนให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ-สามเณรและเยาวชนมาโดยตลอด ทั้งยังจัดให้มีโครงการค่ายอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน โดยมีเยาวชนทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม เข้าร่วมโครงการปีละประมาณ ๘๐๐ คน ดำเนินการจัดมาเป็นระยะเวลา ๒๓ ปี จนถึงปัจจุบัน
ด้านการศาสนา ได้ทำนุบำรุงศาสนา โดยการสร้างวัดและดูแลจัดส่งพระภิกษุเข้าจำพรรษาเพื่อรักษาพระพุทธศาสนาให้ดำรงไว้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงต่างประเทศ เช่น สร้างวัดปิเหล็ง อำเภอสุคิรินทร์ จังหวัดนราธิวาส วัดเขาแก้ว (บ้านแซะ) อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา วัดป่าแจ้งแก้ว (ทวดเสือ) อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา วัดภูเขาหลง (ศูนย์ปฏิบัติธรรมคณะสงฆ์จังหวัดสงขลา) อำเภอเมืองสงขลา วัดเกาะลังกาวีวนาราม รัฐเคดะ ประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนการก่อสร้าง “มัสยิดบ้านทรายขาว – วังใหญ่” อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ในการประกอบศาสนกิจ
ด้านการพัฒนาชุมชน ได้ร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและราษฎรชาวไทยพุทธ และไทยมุสลิมในพื้นที่ร่วมกันพัฒนาพื้นที่บ้านทรายขาวและใกล้เคียง เช่น การสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านและตำบล สร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างประปาหมู่บ้าน สร้างฝายน้ำล้นเพื่อการเกษตรของกสิกรบ้านทรายขาว สร้างอาคารอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน จัดซื้อที่ดินสร้างสถานีอนามัยประจำหมู่บ้าน จัดซื้อที่ดินมอบให้องค์การโทรศัพท์เพื่อขยายการโทรคมนาคมภายในตำบล ดำเนินการขยายขอบเขตไฟฟ้าเข้าสู่วัดและมัสยิดรวมถึงหมู่บ้านทรายขาว สร้างเมรุเผาศพประจำหมู่บ้าน เป็นต้น จากการเป็นพระนักพัฒนาดังกล่าว ท่านจึงได้รับความร่วมมือจากทางราชการ และประชาชนเป็นอย่างดี รวมถึงเป็นที่ยกย่องนับถือและชื่นชมแก่บุคคลโดยทั่วไป
พระราชพิพัฒนาภรณ์ (ผัน ปสนฺโน) เป็นพระเถระที่มีเมตตาสูง อีกทั้งได้ดำเนินการพัฒนาทั้งด้านวัตถุและด้านจิตใจควบคู่กัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเพื่อนมนุษย์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา ทำให้หมู่บ้านทรายขาว เป็นหมู่บ้านแบบอย่างแห่งความสามัคคีระหว่างพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิม ทั้งสองศาสนามีความเกื้อกูลร่วมมือกันในทุกโอกาส ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ ท่านจึงได้รับโปรดเกล้าฯพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในพระราชทินนามที่ “พระพิศาลพิพัฒนพิธาน” อันแปลว่า “พระผู้พัฒนากว้างไกล” และปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในพระราชทินนามที่ “พระราชพิพัฒนาภรณ์” ท่านได้ปฏิบัติงานคณะสงฆ์ในหลายตำแหน่งหน้าที่ เช่น เจ้าคณะอำเภอเมืองสงขลา รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา คณะกรรมการส่งเสริมกิจกรรมพระพุทธศาสนาระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย (ก.ส.ท.ม.) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานหลายสถาบันในจังหวัดสงขลา เป็นต้น
โดยเหตุที่ พระราชพิพัฒนาภรณ์ (ผัน ปสนฺโน) เป็นพระเถระที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา อุทิศตนทุ่มเทพัฒนาและทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา พัฒนาการศึกษา พัฒนามนุษย์ พัฒนาสังคม และสร้างความสามัคคีระหว่างเพื่อนมนุษย์ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสร้างศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ก่อให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างพี่น้องไทยพุทธ – มุสลิม เป็นที่ยอมรับของคณะสงฆ์ ส่วนราชการ และประชาชน นับเป็นผู้กอปรกรณียกิจ อันเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง สภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ได้รับพระราชทานปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป