วันนี้ระลึกถึงครูแล้วคิดถึง “ความไร้เงื่อนไข”
การที่ครูปฏิบัติต่อหนูเสมอมา คือ ความไร้เงื่อนไข สอนสั่ง อย่างไม่ย่อท้อ ทุ่มเท แรงกาย แรงใจ แรงสติปัญญา ประหนึ่งว่า ครูมีเท่าไหร่ก็เท กระเป๋ามอบให้หมด ไม่มีกั๊ก ศิษย์พอที่จะเรียนรู้อะไรได้ ครูไม่ได้รีรอ
เหตุการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ครูท่านเมตตาแวะมาทานข้าวด้วย
หนูวางทุกอย่างลง แล้วก็ไปหาครู โดยที่ไม่มีห่วงใด ๆ
การได้พบปะเรียนรู้จากครู เป็นความไร้เงื่อนไข ในใจตนเองที่หนูได้สัมผัส
เรียนรู้ที่จะซึมซับ เพื่อทำความเข้าใจ เมื่อใดที่ความไร้เงื่อนไข เกิดขึ้นการดำเนินชีวิตจะโปร่งเบา
ทำให้หนูระลึกในตนเองถึง การทำงาน การใช้ชีวิต ในทุกวันนี้ที่บางครายังรู้สึก ว่าใจมีน้ำหนักอยู่ นั่นแสดงว่า
“มีความไม่โปร่งใสบางอย่างเกิดขึ้นในใจ แต่มองไม่เห็น”
พอมองย้อนวิถีการงานที่ผ่านมา ไม่โปร่งเบาเพราะ มีความคาดหวังในลาภ ยศ ตำแหน่ง การได้รับการยกย่อง กลัวโดนตำหนิ มีความหวาดกลัวมากมายที่ทับซ้อนอยู่ในความรู้สึกขณะทำงาน ทำให้อิสรภาพในใจไม่เกิดขึ้นจริง ทำให้หนูวางแผน หรือ คิดอะไรซับซ้อนโดยไม่จำเป็น
ขนาดเพียรพยายามฝึกตนมาพอสมควร แต่ใจนี้ยังมีบางขณะที่หลงไปใน ลาภ ยศ สรรเสริญ และค่าตอบแทน
หนูไม่ได้รังเกลียดความรู้สึกเหล่านี้ แต่กลับรู้สึกว่า โชคดีที่มองเห็น
การทำงานตามหน้าที่ ก็ยังต้องพึงทำอย่างเดิม แต่ทำอย่างรู้ตัว
โดยเรียนรู้แบบมีเป้าหมายในใจว่า
“สักวันต้องทำงานอย่างไร้เงื่อนไขให้เป็น”
การฝึกฝนใจเป็นเรื่องไม่ง่าย แต่เมื่อใดที่ฝึกได้แล้ว เมื่อนั้นมันคุ้มค่าที่สุดในการฝึกตน
หนูระลึกขึ้นมาได้อย่างหนึ่งค่ะครู
ณ ขณะชีวิตที่ได้ใช้ร่วมกับครู เป็นเหมือนการได้ไปสัมผัสเป้าหมาย อืมเหมือนได้ไปเห็นทรัพย์สมบัติของมหาเศรษฐี แต่ไม่ใช่ของตน
แต่ครูรู้อะไรไหมค่ะ นี่แหละสุดยอดเพราะการไปเห็นทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า
“สิ่งที่ตามหามีอยู่จริง สัมผัสได้ที่ครูนี่เองค่ะ”
หากปรารถนาจะไขว้คว้าทรัพย์สมบัติ ดังเช่นที่ครูครอบครองก็ต้องมาสู้เอง ตามแนวทางที่ครูแนะให้ หนูเชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกคล้ายหนู
ทำให้มองเห็นอีกอย่างว่า การที่ใคร ๆ มักจะมาเสพสิ่งเหล่านี้จากครูบ่อย ๆ เหมือนการมากินข้าวบ้านมหาเศรษฐี มันอร่อย มันสบาย จนบางทีลืมไปว่า “มันไม่ใช่สมบัติของตน”
หรือบางทีอาจจะเป็นผู้ยากไร้มาขอข้าวบ้านมหาเศรษฐีกินเป็นครั้งคราวเป็นต้น
