เห็นยังครับว่าความจริงวันนี้ ศาลทุกศาลซึ่งเรียนและมีภูมิรู้กฎหมายมาต่างยกเอาพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 มาประกอบคำวินิจฉัยอยู่เป็นประจำ ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะยกเอามาเฉพาะคดีใดคดีหนึ่งหรือศาลใดศาลหนึ่ง

สวัสดีครับท่านผู้อ่านและชาว G2K ทุกท่าน

ปกติทุกวันอังคารผมจะมีบันทึกใหม่

เกี่ยวกับกฎหมาย จะเล่าตามประสบการณ์จริง

ที่ได้ทำคดีมา

แต่วันนี้จำต้องงดไว้เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ

เหตุเพราะ นายเหวง ได้พูดตอนเจรจาสองฝ่ายกับท่านนายก ตามที่ท่านทั้งหลายได้ดูทาง TV นะ ตอนที่ไอ้นายคนนี้บอกว่า

"ท่านนายกต้องฟังผม เพราะผมอาวุโสกว่าและอยู่กับการเมืองมานานกว่า"

และมีความตอนหนึ่งบอกว่า

"เท่าที่เรียนรู้มายังไม่เคยมีศาลใดในโลกยกเอา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  มาตัดสินคดี เอามาวินิจฉัยยึดทรัพย์ และก็มีศาลเดียวเท่านั้น ทั้งยังอ้างสรรพคุณว่าเรียนกฎหมายมาเช่นกัน"

ผมฟังแล้วทำให้มีอาการ “ทุเรศ” บวกกับ “สงสาร” ครับ หมายถึง “สังเวช” นะ พูดมาได้ว่าไม่มีศาลใดในโลกมีศาลนี้ศาลเดียว ผมไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ของนายคนนี้ ถ้ามีจะส่งข้อความไปบอกว่าไม่รู้อย่าพูด เว้นแต่ต้องการจะโกหกอีก

พักสายตาก่อนหัวเราะครับ

ที่นี้ต่อครับ

ที่ผมว่าโกหกนะเป็นอย่างไร ถ้าจำกันได้ไอ้นายคนนี้แหละ ไปขึ้นเวทีชาวเหลืองตอน  

“เอาคืนประเทศไทย” บอกว่า ถ้าเราไม่ไล่ทักษิณออกไป ประเทศไทยจะเสียทรัพยากรสำคัญแห่งเดียวในโลกไป นั่นคือ “แร่โปแตซ” ที่ภาคอีสานออกไป ซึ่งในโลกมี 3 แห่ง คือ ที่สหรัฐอเมริกาซึ่งใช้หมดไปแล้ว ที่ประเทศรัสเซียก็กำลังจะใกล้หมด และสุดท้ายเหลือที่อยู่อุดมสมบูรณ์ที่สุดอยู่ที่ประเทศไทย แล้วอย่างนี้พี่น้องประชาชนชาวไทยจะยอมให้ทักษิณขายออกไปอีกหรือ
เดิมรัฐบาลเก่าขายแร่โปแตซให้ต่างชาติแค่ 111 ล้านตัน แต่ทักษิณขายให้เพิ่มเป็นกว่า 1,000 ล้านตัน ซึ่งขี้เกลือของแร่โปแตซ 111 ล้านตัน หากนำมากองจากตรงนี้จะยาวไปถึงวัดพระแก้ว ความสูงขึ้นไปถึง 500 เมตร ลองนึกดูขี้เกลือจะปลิวไปทำให้ดินภาคอีสานเค็มขนาดไหน แต่ทักษิณขายให้ถึง 1,000 ล้านตัน เป็นเวลา 75 ปี แล้วจะเป็นอย่างไรนี่จึงเป็นอีกผลที่เราต้องมาไล่ทักษิณ

นี่คือสิ่งที่ประชาชนจะต้องรับรู้ หลังจากทักษิณได้ขายอธิปไตย 5 อย่างของไทยออกไป กับการขายหุ้นชินฯ นั่นคือ ดาวเทียมซึ่งแต่ละประเทศมีตำแหน่งเพียงแห่งเดียว แต่ทักษิณก็ขายออกไป โทรศัพท์มือถือของ เอไอเอส. ที่ปัจจุบันมีกว่า 22 ล้านเลขหมาย ต่อไปสิงคโปร์มันจะดักฟังเสียงคนไทยหมด เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งสำคัญมากที่สุดในโลก เพราะปัจจุบันมันแทรกเข้าไปทุกชีวิตของประชาชน
สายการบินที่เป็นอำนาจอธิปไตยเหนือน่านฟ้า และยังมีสถานีโทรทัศน์ ที่ทุนข้ามชาติเขาแย่งกันจะเป็นตาย แต่ทักษิณขายออกไปหมด เรื่องเหล่านี้จึงบอกได้ว่านายกฯ ขายชาติ ขายอธิปไตย 5 ด้านแล้วจะอธิบายกับประชาชนอย่างไร

ผมเอาคำพูดมาให้ดูเป็นน้ำจิ้ม

ถ้าต้องการทราบว่าไอ้นายคนนี้ก่นด่าคนอีกคนว่าอย่างไรอีก คลิกดูได้ที่นี้ครับ 

พักสายตาก่อนขำอีกทีนะ

มาต่อกันอีกครับ

ปัจจุบัน ไอ้นายคนนี้มายืนข้างคนอีกคนที่ตนก่นด่าไว้ แล้วอย่างนี้จะมาบอกว่า ท่านนายกต้องฟังผมได้อย่างไร.....ฮา....

เอาหละในส่วนอื่นผมอาจไม่รู้จริง

แต่ในส่วนของกฎหมายที่ไอ้นายคนนี้อ้างว่าไม่มีศาลใดในโลกเขาจะอ้างเอาพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน มาประกอบคำพิพากษายกเว้นศาลนี้ศาลเดียวที่ยึดทรัพย์สี่หมื่นกว่าล้าน และยังกล้าที่จะพูดอีกว่า ศาลอื่นเขาต้องใช้กฎหมายอื่นมาเทียบเคียง ถ้าไม่มีใช้กฎหมายต่างประเทศ ถ้าไม่มีอีกก็ใช้ธรรมเนียนปฎิบัติ เพราะพูดอย่างนี้ผมถึงสังเวศไงหละ วันนี้จึงต้องทำ  ความจริงวันนี้  ความเท็จเมื่อวานนี้ ให้ปรากฏ

คำพิพากษาของศาลฏีกาในคดีทั่วไปมีมากเลยครับที่ศาลแปลความหมายของคำบางคำด้วยการนำเอาพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525  มาประกอบการวินิจฉัย นักเรียนกฎหมายทุกท่านได้เรียนและจำได้ดี ยกเว้นไอ้นายคนนี้ครับไม่รู้ว่ามันเรียนยังไง....อิ.อิ. 

ผมจะขอยกเอาคำพิพากษาฎีกามาเป็นตัวอย่างสักสองสามเรื่อง ถ้าต้องการรายละเอียดมากกว่าที่ยกมากรุณาไปค้นดูจากห้องสมุดศาลฎีกาได้เลย ค้นเลขฏีกาที่ผมให้ไว้นะครับ หรือจะให้นักเรียนกฎหมายหรือทนายความท่านใดค้นให้ดูก็ได้ครับ

พักกันอีกทีก่อนไปอ่านฏีกา

 

 

 

ฎีกาที่ 3015/2543

     ข้อความที่จำเลยที่  1  พูด  เป็นการพูดเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเอง   ซึ่งแปลความหมายได้ว่าโจทก์เป็นคนเจ้าชู้จำเลยที่ 1 จึงลาออกจากงานเพราะกลัวตัวเองจะเสียหายโดยไม่ปรากฏข้อความใดที่กล่าวหาว่าโจทก์ได้กระทำการอันเป็นการลวนลามจำเลยที่ 1 โดยที่จำเลยที่ 1 ไม่ยินยอม ข้อความที่แปลความหมายได้ เพียงว่า โจทก์เป็นคนเจ้าชู้นี้ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525ให้ความหมายของคำว่า "เจ้าชู้" หมายความถึง ผู้ใฝ่ในการชู้สาว เมื่อปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้ชาย ตามความรู้สึกของสังคมหรือคนทั่วไปที่ได้ยินข้อความที่จำเลยที่ 1 พูด ก็ไม่อาจมีความรู้สึกได้ว่าเป็นการใส่ความโจทก์ที่จะทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของผู้ชายซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะใฝ่ในทางชู้สาวได้ คำพูดของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์

 

ฎีกาที่ 1370/2500

วินิจฉัยว่า การใช้ทางเดินในที่ดินของผู้อื่นโดยถือวิสาสะย่อมได้สิทธิ ภารจำยอม ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 วิเคราะห์ ศัพท์คำว่า "วิสาสะ" หมายความว่า ความคุ้นเคย ความสนิทสนม  การถือว่าเป็นกันเอง ลักษณะการใช้ทางเดินโดยวิสาสะ จึงมีลักษณะ เป็นการอาศัยความคุ้นเคย ความสนิทสนมกันมากกว่าที่จะมีลักษณะ เป็นการโต้แย้งหรือมีลักษณะการใช้สิทธิโดยมิชอบแต่อย่างใด ไม่น่า จะเข้าลักษณะของการใช้สิทธิโดยปรปักษ์อันจะก่อให้เกิดภารจำยอมได้

 

 

ฏีกาที่  859/2536 

การที่จะถือว่าผู้ใดเป็นผู้ผลิตตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77นอกจากจะหมายถึง ผู้นั้นทำการเกษตรหรือขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติประกอบแปรรูป แปรสภาพสินค้า แล้วยังให้รวมถึงการที่ผู้ใดทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ด้วย ซึ่งการกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าดังกล่าวนั้น มีความหมายว่าทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดสินค้าใหม่ขึ้นมา    ซึ่งอาจใช้วัตถุดิบของสินค้าเดิมมาทำเป็นสินค้าใหม่โดยไม่แปรเปลี่ยนสภาพของสินค้าเดิมก็ได้  และไม่จำต้องคำนึงว่าสินค้าใหม่นั้นอาจแปรเปลี่ยนกลับคืนมาเป็นสินค้าเดิมได้หรือไม่ การที่โจทก์ใช้ลวดซึ่งเป็นสินค้าเดิมที่โจทก์ซื้อมาเข้าเครื่องปั๊มออกมาเป็นลวดเสียบกระดาษซึ่งเป็นสินค้าใหม่  โดยลวดซึ่งเป็นวัตถุดิบนั้นยังมีสภาพเป็นลวดเช่นเดิมอยู่  เพียงแต่ใช้เครื่องปั๊มตัดและดัดงอให้อยู่ในสภาพเป็นของใช้เสียบกระดาษตามที่โจทก์ต้องการแล้วนำสินค้าลวดเสียบกระดาษนั้นไปจำหน่ายทั่วไป ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ผลิตสินค้าลวดเสียบกระดาษตามความหมายของมาตรา 77 แล้ว     ตามบัญชีที่ 1 หมวดที่ 9 ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ 54) พ.ศ.2517 ได้กำหนดลักษณะของสินค้าอื่น ๆ ไว้ว่า  เครื่องมือ เครื่องใช้ของใช้ใดๆ ทั้งนี้เฉพาะที่ผลิตจากโลหะหรือโลหะเคลือบ อย่างใดอย่างหนึ่ง คำว่า "ของใช้" นั้นตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ. 2525 ให้ความหมายไว้ว่า "ของสำหรับใช้"  ซึ่งเป็นที่เข้าใจของคนทั่ว ๆ  ไปว่า   ของใช้ที่ว่านี้ประชาชนทั่วไปที่มีของนั้นอยู่สามารถนำของนั้นไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีโดยลำพัง ไม่ต้องนำไปประกอบกับของสิ่งอื่นเสียก่อนจึงจะนำไปใช้ได้ สำหรับลวดเสียบกระดาษ  ผู้ใดมีอยู่ในครอบครองสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีโดยลำพัง จึงเป็นของใช้ตามบัญชีที่ 1 ดังกล่าว เมื่อลวดเสียบกระดาษดังกล่าวผลิตจากโลหะเคลือบ จึงเป็นของใช้ผลิตจากโลหะเคลือบอันเข้าลักษณะสินค้าอื่นๆในหมวดที่ 9 แต่โจทก์ผลิตขายในราชอาณาจักร จึงต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 9 ของรายรับ

 

เห็นยังครับว่าความจริงวันนี้ ศาลทุกศาลซึ่งเรียนและมีภูมิรู้กฎหมายมาต่างยกเอาพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 มาประกอบคำวินิจฉัยอยู่เป็นประจำ ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะยกเอามาเฉพาะคดีใดคดีหนึ่งหรือศาลใดศาลหนึ่ง แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมทำ

“ความจริงวันนี้ ความเท็จวานนี้” ได้อย่างไร

ยังคิดอยู่ว่าถ้าได้ไอ้นายคนนี้มานำประเทศคงขำจนตาย...ฮา....

ขอเป็นวันพฤหัสนะครับผมจะกลับเข้าเรื่องเดิมที่ค้างท่านอยู่

 

หมายเหตุ

กราบเรียนท่านผู้อ่านทุกท่าน เนื่องจากมีท่านผู้อ่านบทความบางท่านเข้ามาแสดงความคิดเห็นแต่ไม่แสดงตน ผมขอแจ้งให้ทราบว่าผมไม่ขัดข้องที่ท่านจะมีความคิดเห็นที่แย้งกับความคิดเห็นและบทความของผม ผมยินดีรับฟังและตอบความคิดเห็นของทุกท่านเกี่ยวกับเรื่องที่ผมเขียนบันทึกข้างต้นนี้ เว้นแต่ท่านไม่แสดงตนโดยการสมัครเป็นสมาชิกของสังคมนี้ ผมขอสงวนสิทธิที่จะลบความคิดเห็นของผู้ไม่แสดงตนตามแต่จะเห็นสมควร ส่วนความคิดเห็นที่ต่างจากผม ซึ่งเป็นของท่านสมาชิกชาว G2K.ทุกท่านทั้งที่ตำหนิผม หรือชื่นชม ผมจะไม่ลบออกและยินดีตอบความคิดเห็นของท่านด้วยความเคารพยิ่ง และขอกราบน้อมรับด้วยความยินดีครับ