สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ มาพระราชทานปริญญาบัตร

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ มาพระราชทานปริญญาบัตร

แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ

มหาวิทยาลัยทักษิณ จัดงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งมีผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2551 จำนวน  2,482 คน   ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว    ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์  มาพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา เมื่อวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 09.00 น.  ณ อาคารเรียนรวมเอนกประสงค์ 1  มหาวิทยาลัยทักษิณ  วิทยาเขตสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา    

ในการนี้สภามหาวิทยาลัยทักษิณ ขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายปริญญา                ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาทัศนศิลป์  แด่  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี   และมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์               ดังรายนามต่อไปนี้

  1. ถวายปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

       แด่ พระราชพิพัฒนาภรณ์                                            

  1. มอบปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์

แก่ นายเจริญจิตต์ ณ สงขลา

              3.    มอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชาชีววิทยา

                     แก่ ศาสตราจารย์ ดร.วิสุทธิ์ ใบไม้

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยทักษิณ   ความว่า

                “... ในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติกิจการงาน บุคคลจะต้องมีความสามารถที่สำคัญสองอย่าง คือ ความสามารถในการใช้วิชาความรู้ อย่างหนึ่ง กับความสามารถในการประสานสัมพันธ์กับผู้อื่น อย่างหนึ่ง  ความสามารถอย่างแรกจะเกิดมีขึ้นได้ ก็ด้วยการที่แต่ละคนได้ศึกษาเล่าเรียนจนมีหลักวิชาที่ดีที่หนักแน่นทั้งด้านลึกและด้านกว้าง  แล้วนำหลักวิชานั้นไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับงาน และสถานการณ์ต่างๆ  พร้อมทั้งขวนขวายแสวงหาความรู้ใหม่ มาเพิ่มเติมอยู่เป็นนิตย์  ส่วนความสามารถอย่างหลังนั้นจะเกิดมีขึ้นได้ ก็ด้วยการที่แต่ละคนได้ฝึกตนให้เป็นผู้มีจิตใจอย่างกว้างขวางหนักแน่น  เปี่ยมด้วยความสุจริตจริงใจ และความเมตตาปรารถนาดีต่อผู้อื่น บุคคลใดศึกษาและฝึกฝนตนเองดังที่กล่าว  ให้มีความสามารถทั้งสองอย่างประกอบพร้อมกัน บุคคลนั้นย่อมประพฤติตนปฏิบัติงานให้เป็นประโยชน์ยั่งยืนแก่ตนแก่ส่วนรวมได้จริง  ทั้งสามารถร่วมมือประสานงานกับผู้อื่นฝ่ายอื่นได้อย่างราบรื่น  และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยความผาสุกสงบ บัณฑิตทุกคนจึงควรจะได้พิจารณาตนเองให้ทราบชัด  ว่ามีความสามารถทั้งสองนี้มากน้อยเพียงใด หากเห็นว่ายังบกพร่องในข้อหนึ่งข้อใดอยู่ ก็ขอให้ตั้งใจพยายามปฏิบัติเสริมสร้างให้บริบูรณ์ขึ้นเพื่อความสำเร็จและความเจริญมั่นคงที่แท้ในชีวิตและกิจการงานของแต่ละคน ...”

นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  ทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์ ผลงานชื่อ “ เสือสีฟ้า ”  เป็นภาพฝีพระหัตถ์ที่พระราชทานเนื่องในวโรกาสเสด็จฯ แทนพระองค์ มาพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา และมหาวิทยาลัยได้ขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาทัศนศิลป์  เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553  และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาต  ให้ มหาวิทยาลัยทักษิณ  เชิญนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ  “ ฝีพระหัตถ์ทัศนศิลป์ “  เพื่อให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา  และพสกนิกรไทยผู้สนใจงานศิลปะ   ได้มีโอกาสชื่นชมพระปรีชาสามารถอย่างใกล้ชิด   นับเป็นพระกรุณาธิคุณเป็นที่ล้นเกล้าฯ  และเป็นสิริมงคลอย่างสูงยิ่งแก่มหาวิทยาลัยทักษิณ  คณะศิลปกรรมศาสตร์ และวงการศิลปะของชาติ ซึ่งนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ  “ ฝีพระหัตถ์ทัศนศิลป์ ”  จัดแสดงระหว่างวันที่ 3 – 7 กุมภาพันธ์ 2553  ณ บริเวณชั้น 1  อาคารสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา  อำเภอเมืองสงขลา  จังหวัดสงขลา