เริ่มจากตัวเราก่อน  ใส่เสื้อผ้าที่บาง ไม่ยับง่าย (จะได้ไม่ต้องรีดให้เปลืองไฟ แล้วก้อเสียเวลา)  ใส่เสื้อผ้าให้น้อยชิ้น (ตามสถานที่)   กินพอดี กินใกล้ และกินให้หมด    ออกกำลังกายใกล้ จะได้สุขภาพดี จะได้ลดการเดินทางไปเพื่อรักษาตัวและลดการใช้ยาและผ้าปิดจมูก    ขณะนอน ก้อไม่ต้องเปิดแอร์หรือพัดลม เพื่อให้ร่างกายสมดุล และประหยัดพลังงาน (แต่ก้อต้องดูจากลักษณะห้องนอนด้วยว่า ลมโปร่ง โล่งสบาย อากาศถ่ายเทดีหรือไม่นะคะ) 

 

จากนั้น เราเริ่มจากในชีวิตประจำวันเรา

      ตอนเช้า อาบน้ำแบบพอให้สดชื่น ตอนกลางคืนก้อเปิดไฟเท่าที่จำเป็น  พยายามเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานเหมาะสมกับการใช้งาน  ขยะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เราก้อเอาไปแยกประเภท    เพราะนอกจากจะสามารถนำมาใช้ซ้ำได้อีกแล้ว ยังมีค่าขนมกลับคืนมาด้วย แต่ที่สำคัญ เราได้มีส่วนร่วมได้ช่วยเหลือ “โลก” ของเรา  โดยขยะเราจะแยกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ  คือ กระดาษ พลาสติก โลหะ และแก้ว ส่วนกระดาษเราก้อแยกย่อยได้คร่าว ๆ อีก 2 ประเภทคือ กระดาษที่เป็นหมึกดำ และเศษกระดาษ (กระดาษชนิดอื่น ๆ ในบ้านนอกเหนือจากที่บอกมา)  พลาสติกแยกได้อีก 5 ประเภท คือถุงพลาสติกก๊อปแก๊ป  ถุงร้อน ขวดน้ำใส  ขวดน้ำขุ่นหรือขวดนมเปรี้ยวนะค่ะและก้อถุงขนมที่มีเคลือบด้านในส่วนขยะสด    โลหะ ก้อแยกเป็น เหล็กหนา หรือเหล็กบาง  ส่วนแก้วเราก้อแยกได้อีกว่าเป็นขวดแก้วใส หรือขวดสีชา    ส่วนขยะสด ส่วนหนึ่งเราจะแยกไว้ให้วัวที่บ้านของเรากินค่ะ เช่น  เปลือกและเม็ดมะม่วง เปลือกกล้วย  (ปล. ขอบอกว่า มันชอบมาก ๆ)  บางส่วนที่ วัวเราไม่กิน เราก้อจะแยกใส่ถังหมักอีเอ็มไว้สำหรับเป็นปุ๋ย (ที่ไม่ใช่ภรณ์ทิพย์นะจ๊ะ)ให้ต้นไม้   พอมีเวลาว่างเราก้อปลูกต้นไม้  โดยถ้าในบ้าน เราก้อปลูกพลูด่าง (แต่อย่าลืมดูลูกน้ำบ่อย  ๆ นะคะ)  ประดับในห้องน้ำและก้อบนโต๊ะอาหาร  ดูแล้วสดชื่นดี    ส่วนถ้าบ้านไม่มีพื้นดิน เราก้อปลูกกล้วยไม้พันธุ์หวาย  (ขอบอกว่า ทนมาก ๆ  ออกดอกเฉลี่ยเดือนละ 1 ต้น เวียนกันไป แต่ต้องให้อีเอ็มสม่ำเสมอนะคะ)  ถ้าพอมี เราก้อหากระถางสำหรับปลูกไม้สวนครัว จะได้กินได้    เวลาที่เราซักผ้าด้วยมือ น้ำล้างที่เหลือ เราก้อเอาไปขัดห้องน้ำแล้วก้อ รดน้ำต้นไม้ได้อีก  ถ่านไฟฉายที่เคยผ่านการใช้จากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟเยอะ ๆ  ซึ่งยังมีพลังงานเหลืออยู่ เราก้อเอามาใช้เป็นถ่านนาฬิกาได้อีกจนถ่านหมดพลังงานจริง  ๆ

 

      เวลาไปตลาดเราก้อจะพยายามเอาถุงพลาสติกที่สะอาดที่เคยได้จากการซื้อของมาใช้ซ้ำ  สำหรับใส่ของที่อาจเปียก  ส่วนของแห้งเช่น พริก กระเทียม ก้อใส่ถุงผ้า  เวลาเดินทางเราก้อวางแผนก่อนเดินทาง (จะได้ไม่ลืมซื้อของที่ตั้งใจไว้และก้อประหยัดพลังงาน)  หากมีโอกาส เราก้อจะเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ (แต่ก้อต้องดูด้วยว่า ความรีบร้อน ความทันเวลามากน้อยแค่ไหน)  แค่เนี้ย ก้อคิดว่าเราได้มีส่วนร่วมสำหรับการลดภาวะโลกร้อนแล้วหล่ะค่ะ  จริงป่ะ....อิอิ