ได้คนไม่ตรงกับงาน ความล้มเหลวแรกของการบริหารงานบุคคล
ในปีการศึกษา 2553 นี้ สาขาบริหารโรงพยาบาล คณะสาธารณสุขศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ส่งนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชาสหกิจศึกษา(HM 4179) ไปฝึกงานเสมือนจริงที่โรงพยาลทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษามีประสบการณ์จริงในการทำงาน ทั้งนี้จะได้ลบคำว่า "ได้คนที่ไม่ตรงกับงาน ความล้มเหลวแรกของการบริหารงานบุคคล" ออกจากโรงพยาบาลที่รับบัณฑิตสาขาการจัดการโรงพยาบาลเข้าทำงาน และพื้นที่นี้เป็นที่เรียนรู้ของนักศึกษาร่วมกัน และอาจารย์ปรึกษา
หากเราได้ให้โอกาสตนเองย้อนกลับไปดูเวลาที่องค์กร/โรงพยาบาลรับคนเข้ามาทำงาน เราก็จะคาดหวังว่าบุคลากรใหม่สามารถทำงานได้ทันที โดยโรงพยาบาลจัดให้มีระบบในการสรรหา คัดเลือกและก็ได้คนเข้ามาทำงาน ที่พบเสมอเลยก็คือว่าหน่วยงานที่จะใช้คนแทบจะไม่ได้มีโอกาสสัมผัสผู้ที่มาสมัครเลยหรืออย่างดีก็หัวหน้าหน่วยใช้เวลาสั้นในการสัมภาษณ์ ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าบุคลากรใหม่น้นจะสามารถทำงานได้ตามความคาดหวังของหน่วยงาน
สหกิจศึกษามหาวิทยาลัยร่วมมือกับสถานประกอบการที่ส่งนักศึกษาไปทำงานจริงในหน่วยงานที่ตนเองชอบ ถนัด โดยใช้เวลา 4 เดือน ตรงนี้น่าจะเป็นหลักประกันได้ว่าบัณฑิตสาขาบริหารโรงพยาบาลจะสามารถทำงานในหน่ยงานนั้นๆได้ดีระดับหนึ่งที่ตอบสนองต่อภารกิจของหน่วยงานนั้นได้ คือ ได้บุคลากรที่ ตรงกับงานนั้นๆ
ผลผลิตของบัณฑิตที่ผ่านวิชาสหกิจศึกษา เมื่อปีการศึกษา 2552 ในภาคการศึกษาที่ 1 เกือบทุกคนได้งานทำในเดือนมีนาคม 2553 ยังเหลืออีก 3 คนที่ยังไม่คิดจะทำงาน 1 คน ต้องมาเก็บตกอีก 1-2 วิชา และ อีกคนก็ไปทำงาน 4 วันเห็นว่าองค์กรใช้ประโยชน์มากกว่าค่าตอบแทน เลยไม่อยากทำงาน ขอหยุดทำใจก่อน
ปรากฏการณ์เหล่าที่เห็นสื่อให้เราได้รู้ว่าวิชาสหกิจศึกษามีประโยชน์มากต่อการทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว บางคนก็ได้เจรจากับองค์กรถึงความถนัด ชอบของตนเองและโรงพยาบาลก็กรุณาย้ายไปทำงานในที่นั้น โรงพยาบาลก็ได้ประโยชน์เต็มที่ บัณฑิตก็ได้ใช้พลังอย่างคุ้มค่า บางคนก็ได้ไปเรียนรู้งานใหม่ๆและก็ทำได้ดี การปรับตัวง่ายยิ่งขึ้น ที่สำคัญผมสื่อบอกบัณฑิตทุกคนที่มีโอกาสได้พูดคุยก็คือ ปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่หล่อหลอมทุกคนมา 4 ปี และทุกคนก็ยังใช้สิ่งนี้ขับเคลื่อนชีวิตการทำงาน
"เรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม"
ตอนก่อนจะปิดภาคการศึกษาสาขาบริหารโรงพยาบาล ได้เริ่มสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่นักศึกษาที่ลงทะเบียนวิชานี้ไว้ 11 คน โดยนักศึกษาต้องกลับไปทบทวนองค์ความรู้ที่ได้เรียนมาทั้งหมดโดยเฉพาะวิชาเอกที่เป็นวิชาหลักๆ เท่าที่ผมจำได้ก็ได้แก่ การจัดการโรงพยาบาล 1 การจัดการโรงพยาบาล 2 ระบบสุขภาพ อาชีวอนามัย และความปลอดภัยเบี้ยงต้น อนามัยสิ่งแวดล้อมและการจัดการ การวิเคราะห์สถิติเพื่อการบริบาล การบัญชีเพื่อการจัดการโรงพยาบาลระบาดวิทยาและการจัดการ การจัดการการบริบาลสุขภาพ การจัดการการเงินสำหรับโรงพยาบาล กฎหมายสำหรับการจัดการโรงพยาบาล การพัฒนาระบบคุณภาพในโรงพยาบาล การจัดการระบบสารสนเทศในโรงพยาบาล เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข การบริหารการจัดชื้อและพัสดุสำหรับโรงพยาบาล การนำระบบคุณภาพไปสู่การปฏิบัติในโรงพยาบาล ระบบเวชระเบียนเพื่อการจัดการในโรงพยาบาล การจัดการความเสี่ยงของโรงพยาบาล การปฐมพยาบาล การวิจัยด้านการจัดการโรงพยาบาล เป็นต้น ตรงนี้เป็นวิชาที่นักศึกษาได้เรียนผ่านมาแล้ว และสัมฤทธิผลของนักศึกษาในรุ่นนี้ต้องไม่น้อยกว่า 2.5 แสดงให้เห็นเป็นผู้มีความรู้ในเรื่องราวของโรงพยาบาล
ในด้านความประพฤตินั้น นักศึกษากลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีความประพฤติดีงามไม่ถูกตัดคะแนนความประพฤติเลย ผมเคยเห็นนักศึกษานำเกียรติบัตรมาแสดงให้เห็นก็พอจะเป็นหลักค้ำประกันว่านักศึกษาจะออกไปสร้างสิ่งดีงานให้เกิดขึ้นในสถานประกอบการที่ได้เลือกไป
ประเด็นต่อมาที่นักศึกษาต้องเรียนรู้ก่อนที่จะเข้าไปปฏิบัติงานจริงก็คือการศึกษาบริบท(context)ของโรงพยาบาล และหน่วยงนที่เป็นแหล่งฝึก โดยให้นักศึกษาไปเรียนรู้ตอนที่ไปติดต่อกับโรงพยาบาลเท่าที่ได้ สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นต้นทุนของนักศึกษาแต่ละคน มีนักศึกษาหลายคนมาถามผมว่าแล้วบริบทของโรงพยาบาลเป็นอย่างไร? ผมก็บอกว่าให้กลับไปทบทวนตอนที่ผมนำเขาเรียนรู้ในวิชาการวิจัยฯ เรื่องการหาหัวข้อวิจัยในระบบบริหารสุขภาพ ว่าหากเราได้เรื่องที่เป็นจุดอ่อนหลักๆของโรงพยาบาลมาทำการศึกษาก็จะช่วยให้โรงพยาบาลบรรลุเป้าหมายได้อย่างตรงเรื่องตรงประเด็น......ที่ดูผ่านระบบสารสนเทศของโรงพยาบาล
รู๋ยังไม่ได้ไปส่งคำร้องที่โรงบาลเลย
เดี๋ยวจะไปอาทิตย์หน้านี้
รอวันหยุดงานก่อนค่ะ
+++
สวัสดีค่ะ อาจารย์ยงยุทธ
อีเมล์ฉบับแรกที่อาจารย์ส่งให้ ไฟล์ที่แนบมา เปิดไม่ได้นะค่ะ
เพื่อนหลายคนก็เปิดไม่ได้ ก็เลยไม่รู้ว่าอาจารย์ส่งอะไรมาให้
การติดต่อกับโรงพยาบาลมีความสำคัญ และต้องใช้เวลา หากโรงพยาบาลตอบตกลงแล้ว มหาวิทยาลัยต้องทำหน้งสือขอเป็นทางการอีกครั้ง เท่าที่ทราบมีโรงพยาบาลในต่างจังหวัดตอบกลับมาแล้ว 3 แห่ง ระยอง ชลบุรี และขอนแก่น
เอกสารที่ส่งไปนั้นเป็นรายชื่อนักศึกษา การติดต่อ และอาจารย์ที่ปรึกษาอาทิตย์หน้าจะส่งให้ใหม่นะครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ โรงพยาบาลยังไม่ตอบกลับมาเลยค่ะ ต้องทำยังไงค่ะถึงจะทราบอย่างเร่งด่วนค่ะ
ในช่วงนี้ต้องประสานงานกับโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิดนำเสนอให้เห็นความมีคุณค่าที่เราจะเข้าไปทำงานในแก่โรงพยาบาล พยายามต่อไปนะครับ แต่ต้องเตรียมแผนสำรองไว้เหมือนกัน ปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษานะครับ
สวัดดีวันสงกรานต์ค่ะ อ.ยงยุทธ
อ.โรงพยาบาลราชพฤกษ์ ขอนแก่น ตอบรับการฝึกงานของหนูยังคะ
ตอบมาแล้วครับตั้งแต่ต้นเดือน 2 เม.ย. 2552
สาขาวิชาบริหารโรงพยาบาล แจ้งเปลี่ยนวันปฐมนิเทศสหกิจศึกษามาเป็นวันที่ 17-21 พฤษภาคม 2553 เวลา 08.30 - 16.00 น. ห้องประชุมจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
นักศึกษาจะเตรียมตัวอย่างไรในการฝึกงานเสมือนจริง ที่เรียกว่าสหกิจศึกษาเป็นคำถามที่ทุกคนคุ้นเคย ที่มีคำตอบที่หลากหลายลองเอามาแบ่งปันกันนะครับ
+++
สวัสดีค่ะ อ.ยงยุทธ และอ.ทุกท่าน
โรงพยาบาลอำนาจเจริญส่งใบตอบรับการฝึกงานหรือยังค่ะ
อาจารย์ค่ะ ช่วยติดต่อโรงพยาบาลพญาไทศรีราชาให้เพื่อนหนูด้วยค่ะ
อาจารย์ไปคุยให้หน่อย มันจะสิ้นเดือนแล้วค่ะ ยังไม่เสร็จเลย
จนถึงเวลานี้มีสถานบริการได้เลือกนักศึกษาเข้าฝึกงาน ได้แก่ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โรงพยาบาลราชพฤกษ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และโรพยาบาลกรุงเทพระยอง
วิชาสหกิจศึกษา นักศึกษาต้องนำเสนอสถานประกอบการให้เขามันใจว่าเราจะไปทำอะไรให้แก่โรงพยาบาล มิใช่ว่าโรงพยาบาลจะให้อะไรแก่เรา ต้องได้ทั้งสองฝ่าย ยังพอมีเวลาสำหรับคนที่โรงพยาบาลยังไม่ตอบรับได้แสดงศักยภาพ
ขอบคุณมากค่ะอาจารย์
เจอกันวันที่ 17 พ.ค. นะค่ะ
+++
เครียดตั้งแต่ยังไม่ฝึกจริงเลยนะค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะ หนูอยากทราบรายละเอียดของจดหมายที่โรงพยาบาลสิริกิติ์ส่งมานะค่ะ
ขอบคุณค่ะ เคารพยิ่ง คนึงนิตย์
มนุษย์เราก็จะคุ้นเคยกับความรู้สึก ความคิดเดิมๆ และที่อยู่ในที่เดิมๆ ผมอยากชวนให้ทุกคนได้ทบทวนความคิดว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร การเรียนรู้ที่ดีไม่ได้เกิดจากความกลัว ความกังวลจนเกินเหตุ ไม่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมเดิมๆ เราต้องก้าวออกจากจุดเดิมที่เราอยู่ด้วยตัวเราเองอย่างมั่นใจ เรามีอาจารย์คอยให้คำปรึกษา ที่สำคัญที่เราไปอยู่ในโรงพยาบาลเรากำลังออกไปเรียนรู้ออกไปสร้างเรียนราวดีๆ ออกไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพถึงจะเป็นจุดเล็กๆ การเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเราก็ได้เรียนรู้ในหลักการ ทฤษฎี แนวความคิดต่างๆ การทำงานจริงในโรงพยาบาลๆเราจะได้เห็นความเป็นจริง(ปรากฎการณ์) สาขาคาดว่านักศึกษาจะนำความรู้ที่ได้เรียนมาจนเกือบจะเป็นบัณฑิตอยู่แล้วเอามาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น และแสดงออกมาเป็นความคิดเห็น
ความวิตกกังวล ความกลัว ความเครียดนั้นล้วนเป็นอุปสรรค์การเรียนรู้ทั้งสิ้นเราต้องก้าวผ่านจุดนี้ให้ได้อย่างรวดเร็ว
หากเราไม่พร้อมรับในโอกาสที่เราได้สร้างขึ้นและเข้ามาในชีวิตเราอย่างนี้ เราก็สามารถเลือกเส้นทางใหม่ของเราได้เองซึ่งอาจจะเป็นเส้นทางเหมาะสมกับตัวเรา เราเลือกได้เองและปรึกษาอาจารย์ท่านนะครับ
"พลังทางความคิดที่ดีและทรงพลังนั้นควรเริ่มจากการคิดจุดเดียวอย่างยาวนานระยะหนึ่ง เริ่มจากเรื่องในตัวเราและขยายออกไปสู่สังคมตามสิ่งที่เราสนใจจะเรียนรู้ เรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม"
รายละเอียดตามแบบตอบรับนักศึกษาสหกิจเข้าทำงานครับ
หนูได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์มาแล้วค่ะ แล้วที่หนูจะไปฝึกงานนั้นทางโรงพยาบาลเรียกว่า สำนักงานพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลค่ะ ส่วนบริบทของโรงพยาบาลนั้นหนูจะศึกษาอย่างต่อเนื่องค่ะ เคารพยิ่ง คนึงนิตย์
ดีมากครับ การเตรียมตัวที่จะเข้าไปฝึกงานเสมือนจริงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นักศึกษาต้องเรียนรู้เรื่องราวของโรงพยาบาล(บริบท)ให้ได้มากที่สุด เป็นโอกาสดีมากๆที่ได้ฝึกที่สำนักงานพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล 4 เดือนเราเห็นการทำงานของโรงพยาบาลทั้งโรงละครับ
โรงพยาบาลวิภาราม ตอบรับนักศึกษาให้เข้าฝึกงานในวิชาสหกิจศึกษาแล้ว