ในแต่ละท้องถิ่นมีความแตกต่างกันในขนบประเพณี แม้แต่พิธีการก็แตกต่างกันออกไปบ้าง

เรียนรู้พิธีทำขวัญนาค

ตอนที่ 10 บทสรุปกระบวนการ

ขั้นตอนทำขวัญนาคที่มาจากภูมิปัญญา

โดย นายชำเลือง มณีวงษ์

ผู้มีผลงานดีเด่น รางวัลราชมงคลสรรเสริญ ด้านเพลงพื้นบ้าน ปี 2547 

          ผ่านมา 9 ตอน สำหรับบทความเรียนรู้พิธีทำขวัญนาคและอีกหลายสิบตอนที่ผมนำเอาประสบการณ์ตรงมาถ่ายทอดไว้ในบล็อกทำขวัญนาค เว็บไซต์ :  Gotoknow.org แห่งนี้ เพื่อบันทึกเอาไว้ให้คนรุ่นหลังที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในภูมิปัญญาท้องถิ่นได้สัมผัสกับพิธีการทำขวัญนาคตามแบบการเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีครูซึ่งเป็นคุณตา (พ่อคุณวัน มีชนะ) ถ่ายทอดความรู้มาให้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 หรืออาจะก่อนหน้านั้น เพราะว่าผมท่องบททำขวัญนาคมาตั้งแต่ครั้งยังเรียนชั้นประถมศึกษา แต่ด้วยความสนใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นหลายด้าน ครูต้นแบบท่านใดให้ความรู้ก็ไปฝึกหัดทันที เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง ทำได้บ้างพอทำได้บ้างเป็นไปตามความสามารถ

          ที่ฝึกหัดง่ายและตัวเราชอบมากที่สุดคือ ร้องเพลงลูกทุ่งเชียร์รำวง ร้องเพลงแหล่ เสภา และเพลงอีแซว แต่พอมาเริ่มเอาจริงเอาจังกับพิธีทำขวัญนาครู้สึกเลยว่า ยากกว่าการแสดงออกในด้านอื่น ๆ มาก เพราะพิธีทำขวัญนาค มิใช่แค่มานั่งร้องให้นาคฟังอย่างเดียว แต่ยังมีการพูด มีบรรยาย มีร้องเพลงไทยเดิมที่เรียกว่าร้องรับ-ส่ง ดนตรีรับและทำนองเพลงอื่น ๆ อีกด้วย ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ การสร้างบรรยากาศแห่งความสงบ สมาธิ นำทางไปสู่ปัญญา คิดได้ ทำได้ เข้าใจวัฒนธรรมประเพณีที่มีมานานตามความเชื่อ

          เรื่องของบรรยากาศในพิธีทำขวัญนาค เป็นสิ่งที่จะต้องคำนึงมากเช่นกัน เพราะอารมณ์และบรรยากาศของผู้ที่จะบวช คือ เจ้านาค หรือพ่อนาค จะต้องตั้งตนที่ความมีสมาธิสติปัญญา เสริมศรัทธาให้จิตแจ่มใส สละแล้วซึ่งความสุขส่วนตัวเพื่อเข้าสูร่มผ้ากาสาวพัตรในวันรุ่งขึ้นอย่างสมภาคภูมิ ผมยังจำบรรยากาศเก่า ๆ ครั้งที่ได้ไปร่วมพิธีทำขวัญนาคกับพ่อคุณวัน ซึ่งท่านเป็นครูที่สอนทำขวัญนาคให้ผมเมื่อ 40 กว่าปีที่ผ่านมา พ่อคุณจะร้องทำนองเสนาะเสียเป็นส่วนใหญ่ มีร้องส่งเพลงไทยเดิม ตอนไหว้ครู ตอนปวดท้อง ตอนนาคแปลงกาย ตอนนาคฝากนาม แหล่สอนนาค ตอนกล่อมนาคนอน ตอนเบิกบายศรี แต่ในระหว่างที่พ่อคุณอยู่ในพิธีท่านก็เรียกเสียงฮา รอยยิ้มอย่างสงบได้ ผมจำได้ว่าตอนที่แม่ปวดท้องจะคลอด พ่อคุณถามเจ้าภาพว่า “จะเอาแบบคลอดง่ายหรือคลอดยาก” แล้วท่านก็พูดต่อว่า “ถ้าเอาแบบคลอดง่ายก็ร้องแค่เพลงเดียวลูกออกมาเลย” ถ้าเอาแบบคลอดยากก็ต้องไปตามหมอตำแยมาทำคลอดออกหรือไม่ออกไม่รับผิดชอบนะ กลัวว่ามันจะมืดจะค่ำเสียเวลา”  ส่วนมากท่านใช้วิธีการพูดแทนการร้อง

          สำหรับผม ซึ่งได้รับมรดกทำขวัญนาคมาจากท่าน ผมได้นำเอาบทร้องทำนองเสนาะฉบับครู มาใช้ในพิธี แต่เมื่อเวลาผ่านไปผมได้รับคำแนะนำ ได้รับการร้องขอจากท่านผู้ฟัง จากคณะวงดนตรี จากเจ้าของเครื่องไฟงานแล้วงานเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า ผมจึงได้ปรับปรุงวิธีการและพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ได้รับคำแนะนำ ทำให้พิธีทำขวัญนาคของผมได้รับการผสมผสานสิ่งใหม่ ๆ ลงไปบ้าง ที่โดดเด่นที่สุดคือ การร้องกลอดสดในพิธีการอย่างน้อย 3 ตอน คือ “ตอนที่ 1 เยินยอเกียรติของพ่อนาค ตอนที่ 2 อธิบายธรรมชาติของแม่เมื่อยามที่ท่านเจ็บท้อง และตอนที่ 3 ตอนนาคขอสมาลาญาติพี่น้อง”  และอีกจุดหนึ่งที่มองเห็นได้ชัดเชนมากคือ เพลงกล่อมที่ผมนำเอามาใช้ร้องในตอนกล่อมนาค เป็นบทประพันธ์ที่ผมเขียนขึ้นมาใหม่ให้มีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ในยุคปัจจุบัน และเป็นความรักลูกที่ผูกพันกันมานานของพ่อแม่กับลูกโดยนำเสนอผ่านทำนองเพลงไทยเดิม

          สำหรับบรรยากาศในพิธีทำขวัญนาค ในภาพรวมส่วนใหญ่จะสงบเรียบร้อย แต่มีชวนหัวสุกสนานบ้างบางตอนเพียงช่วงสั้น ๆ ที่เรียกเสียงหัวเราะรอยยิ้มจากเจ้าภาพ ปู่ย่า ตายายบ้างตามโอกาสอันควร แต่ผมก็ไม่ลืมที่จะวกกลับมาสู่ความมีสมาธิ มีสติปัญญา พอมาถึงช่วงสุดท้ายก็จะเป็นพิธีสำคัญที่พ่อนาคจะต้องมีความตั้งใจเป็นพิเศษ ในพิธีเชิญขวัญนาค เราทำตามขนบประเพณีโบราณที่คุณตาวัน มีชนะสอนผมมา ภาพบรรยากาศในพิธีทำขวัญนาคหลายตอนได้นำเสนอไว้ในเว็บ : yuotube.com ผู้ที่จะเรียนรู้พิมพ์คำว่า อ.ชำเลือง ทำขวัญนาค  หมอทำขวัญนาค หรือ พิมพ์คำว่า ทำขวัญนาคตั้ม, หรือพิมพ์คำว่า ทำขวัญนาคบุลากร และหัวข้ออื่น ๆ ในช่อง search แล้วคลิกเมาส์ก็จะเข้าสูบันทึกสดการทำขวัญนาคของผมซึ่งจะเชื่อมโยงไปยังบันทึกอื่น ๆ อีกหลายตอน

           

กระบวนการในการทำขวัญนาค

          เมื่อตอนที่จะเริ่มลงมือประกอบพิธีทำขวัญนาค หมอทำขวัญหรือโหราจะต้องทำจิตให้สงบ ทำใจให้แน่วแน่ แล้วเริ่มทำน้ำมนต์

          1. จุดเทียนแล้วว่าคาถา บทเชิญเทวา สัคเค กาเมจะรูเป..... ตามด้วยบท อิติปิโสภะคะวา......ต่อไปบทสวาขาโต...... พอถึงบท สุปฏิปันโน ภะคะวะโต ให้หยิบเทียนมาหยดลงในน้ำ จนจบคาถา ปุญญะเคตัง โลกัสสาติ  ต่อจากนั้นนำใบพลู จำนวน 7 ใบมาลงคาถาว่า “พุทธสังมิ” แล้วลอยไว้ในขันน้ำมนต์

          2. จัดเตรียมขนมต้มแดง ต้มขาว ข้าวปากหม้อ ไข่ต้มมาวางพร้อมเหล้าขาว พานไหว้ครู จุดธูป เทียนบอกเส้นสังเวยไหว้บูชาครู ด้วยบท “นะโมนมัสการการ วันทิตตะวา สมาธิยามิ ครูอุปัชฌาย์ อาจาริยานัง สัมโพธานัง สะระนังคัจฉามิ” สมควรแก่เวลา ให้ลาครู แล้วหยิบขนม ข้าว ไข่ใส่ในชั้นบายศรี (ในกรณีที่เป็นบายศรีแห้ง) ใส่ทุกชั้นหรือจะใส่เพียง 3 ชั้นได้ หรือจะไม่ใส่ (กรณีที่เป็นบายศรีสด) สำหรับบายศรีปากชาม ข้าว ไข่จะนำไปวางไว้บนยอดบายศรี ในขั้นตอนนี้ให้ปรับตามความเหมาะสมกับยุคปัจจุบัน

          3. เอาไม้ที่ผ่าเป็น 3 ซีก มาขนาบบายศรีแล้วมัดด้วยสายศีลให้แน่น

          4. เอาผ้าแพร ผ้าสี หรือผ้าม่านขนาดเล็กมาหุ้มบายศรีส่งอ้อมบายศรีด้วยมือซ้ายรับด้วยมือขวา (ทักษิณาวัตร) แล้วเอาพวงเงินพวงทองมาคล้องที่บายศรี (สมัยก่อนจำเป็นมากใช้สายสร้อยทองเส้นใหญ่ ๆ)

          5. เอาเทียนมาติดที่แว่นเวียนเทียน หรือติดกับวัสดุแทน ทั้ง 3 แว่น ปักไว้ที่ขันข้าวสาร

          6. นำเอาแป้งหอม น้ำมันหอมมาเสกว่า” นะเมตตา โมกรุณา พุทธาปราณี ทายินดี ยะเอ็นดู”

            

ขั้นตอนของพิธีการทำขวัญนาค

          บทร้องในพิธีทำขวัญนาคในยุคปัจจุบันอาจมีบางบทบางตอนถูกตัดออกไปตามเวลาที่เหมาะสม แต่ในอีกหลายสถานที่ยังมีผู้ขอให้ร้องในบทเก่า ๆ และในบางสถานที่เน้นให้สอนนาคมาก ๆ ยังมีข้อปลีกย่อยที่ได้พบมาอีกมากมาย หมอทำขวัญจะต้องแนะนำให้นาครู้ว่า พิธีทำขวัญนาค ทำเพื่ออะไร มีประโยชน์เพียงใด แค่ไหน

          โดยหลักใหญ่ของพิธีทำขวัญนาคนั้นก็เพื่อที่จะเตือนใจให้นาคได้ล่วงรู้ถึงบุญคุณของบิดามารดาที่ท่านได้เลี้ยงดูมา อีกอย่างคือ เชิญผู้ที่รู้คัมภีร์มาแนะนำสั่งสอนนาคก่อนที่จะเข้าโบสถ์ได้อุปสมบท และอีกประการหนึ่งคนโบราณเชื่อว่าตอนที่ปลงผมโกนคิ้วไป ขวัญที่เคยอยู่บนหัวก็หายไปด้วย จึงต้องทำการเรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับตัว แต่ทั้งหมดนี้จะให้หมอทำขวัญมานั่งพูดให้นาคฟังก็คงไม่เกิดผลดี จึงสอดแทรกมาในรูปแบบพิธีการ วิธีการนำเสนอความรู้ที่แยบยลน่ารับฟังตั้งแต่ต้นจบเสร็จสิ้นขั้นตอน ดังนี้

  1. พูดอธิบายหรือแนะนำให้เห็นคุณค่าความสำคัญของพิธีทำขวัญนาค
  2. บทร้องเชิญเทวาลงมาดูแลรักษางานบวช และบทร้องส่งไหว้ครู บูชาครู
  3. บทร้องทำนองเสนาะเคารพคุณพระศาสดา เยินยอเกียรติของพ่อนาค
  4. บทร้องทำนองเสนาะ และเพลงไทย เพลงแหล่ ตอนปฏิสนธิ (กำเนิดของคน)
  5. บทร้องทำนองเสนาะและเพลงไทย ตอนนามนาค (ปัจจุบันมีน้อยมักจะผ่านไป)
  6. บทร้องทำนองเสนาะ ร้องแหล่ ตอนแนะนำ สอนนาค นาคลาและลานาค
  7. บทร้องทำนองเสนาะ และเพลงไทย เรียกขวัญนาค
  8. พูดอธิบายให้นาคได้รู้ว่าบายศรีคือสิ่งที่จัดขึ้นมาแทนสิ่งใด สำคัญเพียงใด
  9. บทร้องทำนองเพลงไทย พิธีเบิกบายศรี และเวียนเทียน

                       

                       

                       

         สำหรับที่มาของการที่เป็นผู้ประกอบพิธีทำขวัญนาคได้นั้น จะต้องได้ผ่านการฝึกปฏิบัติในการกระกอบพิธีอย่างถูกต้องสมบูรณ์ เป็นไปตามที่ครูทำขวัญนาค หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านนี้ได้ถ่ายทอดความรู้มาให้ และจะต้องผ่านการครอบครูทำขวัญนาคอย่างถูกต้องในพิธีจริงมาก่อน เพราะพิธีทำขวัญนาคมีบทสวด มีคาถาที่ต้องนำเอามาใช้ มีบทร้อง บทพูดแนะนำ มีเพลงร้องรับ-ส่งและมีขั้นตอนของพิธีการ ยังมีส่วนที่สำคัญอีกคือ โหราบดีหรือหมอทำขวัญนาค จะต้องเป็นผู้ที่มีบุคลิกลักษณะที่น่าเชื่อถือ ศรัทธา มีศีล มีความสุภาพเรียบร้อย ไม่ดื่มไม่เสพของมึนเมาในระหว่างประกอบพิธี เป็นผู้ที่ไม่ข้องเกี่ยวในอบายมุขทั้งปวง และจะต้องได้ผ่านการบวชเรียนมาแล้ว

        ในเรื่องความถูกต้องของการประกอบพิธี ขอให้ถือว่าสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดจากครูของท่านมา คือความถูกต้องสมบูรณ์ ต่อมาเมื่อได้พบว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่เรายึดถือมาไม่ตรงกับพิธีการที่ส่วนใหญ่ยึดถือก็ให้มีการปรับปรุง หรือเรียกใหม่ว่า พัฒนาไปสู่ความถูกต้องสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ต้องยอมรับว่าในแต่ละท้องถิ่นมีความแตกต่างกันในขนบประเพณี แม้แต่พิธีการก็แตกต่างกันออกไปบ้างเล็กน้อย สำหรับผม พ่อคุณวัน มีชนะ สอนว่า “ให้เราทำพิธีด้วยความมั่นใจ มีความคล่องแคล่ว ฉับพลัน ไม่เงอะ ๆ เงิ่น ๆ ติด ๆ ขัด ๆ จนดูไม่น่าเชื่อถือ (จะต้องฝึกปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ)

        ผมผ่านการประกอบพิธีทำขวัญนาคมานานกว่า 40 ปี ถ้าจะให้นับเป็นงานก็คงจะหลายพันงาน เพราะตอนหนุ่ม ๆ อายุ 19-29 ปี มีงานชุกมากบางวันต้องไปถึง 3-4 งาน ในแต่ละงานจะอยู่ไม่ไกลกันมากนัก แต่เมื่อมาถึงวันนี้ผมต้องเดินทางไกล ๆ เพื่อไปประกอบพิธีทำขวัญนาค บางสถานที่อยู่ไกลออกไปกว่า 900 กิโลเมตร แต่ด้วยความรัก นับถือ เชื่อถือและศรัทธาที่มีต่อกันจึงทำให้ได้ไปร่วมกิจกรรมเดียวกันได้

       ผมหวังว่าในบทความเกี่ยวกับพิธีทำขวัญนาค ในกรอบ “เรียนรู้พิธีทำขวัญนาค” ทั้ง 10 ตอน คงพอที่จะเป็นแนวทาง ทางหนึ่งให้คนรุ่นหลังที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านพิธีทำขวัญนาค ได้ตามแนวทางของหมอทำขวัญผู้หนึ่งที่ผ่านการประกอบพิธีมานานพอสมควร แต่อาจจะมีข้อบกพร่อง ผิดพลาดอยู่บ้าง ขออภัย หากมีความเห็นอย่างไร โปรดเสนอแนะเข้ามาเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ปรับปรุงและพัฒนาไปสู่ความถูกต้องสมบูรณ์ต่อไป