อันความรักของแม่ไม่แปรผัน จะกี่วันรักของแม่ไม่จางหาย จะกี่เดือนรักของแม่ไม่กลับกลาย จนสิ้นใจไม่มีเคลื่อนเลือนหายไป.....

           ชีวิตของคนเรามีทั้งสุขและทุกข์  ความสุขและความหวังของคุณปรานอมหรือพี่นอมคือลูกหนุ่มซึ่งเธอรักอย่างแก้วตาดวงใจ 22ปีที่ผ่านมาหนุ่มไม่เคยนำปัญหามาสู่ครอบครัว แต่ความไม่แน่นอนมักจะเกิดขึ้นในโลกใบนี้เสมอ  เรื่องมีดังนี้

         พี่นอมอายุ 48 ปี  เป็นพนักงานช่วยเหลือคนไข้ เป็นเวลา 20 กว่าปี ที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช แผนกศัลยกรรมอุบัติเหตุชาย  เธอมีฐานะปานกลางแต่เป็นคนขยันขันแข็งตั้งใจทำงานมาก  เธอมีลูก 2 คน  เป็นหญิงและชายอย่างละคน ครอบครัวเธออาศัยอยู่ด้วยกัน 6 คน คือ ตา ยาย สามี พี่นอมและลูกๆ เธอชอบเล่าให้ฟังว่าเธอรักลูกชายมากเพราะเป็นคนที่เติมเต็มความสุขให้เธอและครอบครัว  ในครอบครัวลูกคนนี้จะนำเสียงหัวเราะมาให้เสมอ ต่างกับลูกสาวที่ไม่ค่อยพูด   เมื่อลูกชายอายุ 20 ปี เธอจึงจัดงานบวชให้หลังจากสึก หนุ่มได้รับจ้างขับรถ  สิบล้อบรรทุกดิน ตามงานของบิดา  พี่นอมตั้งใจจะให้ลูกแต่งงานมีครอบครัวที่ดีเป็นความหวังดีของแม่และตระกูล                                           

           หนุ่มหน้าตาดี รักแม่มาก วันหนึ่งหนุ่มมีปัญหาทะเลาะกับตาเรื่องขอออกเที่ยวกลางคืน เลยทำให้หนุ่มออกไปค้างบ้านเพื่อน แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อหนุ่มไปเที่ยวกับเพื่อนและมีการทะเลาะกับคนต่างถิ่นในวันที่ 6 กรกฎาคม 2550 และหนุ่มโดนยิงเข้าที่คอ เพื่อนได้นำตัวมาส่งที่โรงพยาบาลบางปลาม้าและส่งต่อมาที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราชที่ห้อง อุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน และเข้าห้องผ่าตัดด่วน เพราะอาการสาหัสลูกกระสุนโดนเข้าเส้นเลือดใหญ่ที่คอและบาดเจ็บต่อไขสันหลังแพทย์ได้ทำการผ่าตัดผูกเส้นเลือดและเจาะคอ หลังทำผ่าตัด

         หนุ่มนอนอยู่ในห้อง ICU ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ขยับแขนขวาได้แขนเดียว จนถึงวันที่13 กันยายน 2550 แพทย์บอกพี่นอมว่าอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดชีวิต หลังจากนั้นได้ย้ายมาอยู่แผนกศัลยกรรมอุบัติเหตุชาย   หนุ่มมีแฟนสาว 2 คนที่คิดว่าจะเลือกคนใดคนหนึ่งเป็นคู่ครองทั้งสองคนมาเยี่ยมประจำและแย่งกันดูแล แต่เพียง 1 เดือนผ่านไปเราก็ไม่เคยเห็นหน้าเธอ 2 คนอีกเลย ตลอดจนเพี่อนๆ ก็เช่นเดียวกันและพ่อต้องไปประกอบอาชีพ รวมทั้งน้องสาวต่างก็ไม่ค่อยว่างมาดูแลเพราะต้องทำงาน การดูแลหนุ่มจึงเป็นหน้าที่ของพี่นอม ดังนั้นทางหอผู้ป่วยจึงได้ช่วยจัดเวลาทำงานให้พี่นอมใหม่ให้สามารถดูแลหนุ่มได้

        แต่ด้วยความรักลูกคุณปรานอมจึงบอกเพื่อนร่วมงานทุกคนว่า   ถึงแม้ลูกจะพิการเป็นเจ้าชายนิทรา  ก็ไม่เป็นไรขอให้มีลมหายใจอยู่เธอก็พอใจแล้ว  เพราะขณะที่ย้ายมาที่ตึกศัลยกรรมอุบัติเหตุชายหนุ่มยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลา และเกิดการหยุดหายใจไปถึง 3ครั้ง    พวกเราจึงช่วยปั๊มหัวใจขึ้นมาทั้ง  3  ครั้ง เพราะพี่นอมยังยืนยันตลอดว่าต้องการลูก ด้วยความเข้าใจเพื่อนร่วมอาชีพและเห็นถึงความรักที่แม่มีต่อลูก ในวันที่  3 มค.2551 เราจึงได้ไปปรึกษากับคุณหมอเอลวิลซึ่งเป็นหมอแผนกอายุรกรรมที่มีความเชี่ยวชาญระบบทางเดินหายใจมาดูแล หมอได้ทดลองเข้าโปรแกรมหย่าเครื่องช่วยหายใจ ( Weaning Protocol) จนหนุ่มหายใจได้ด้วยตนเองทำให้แม่ของหนุ่มดีใจมาก

          วันที่16 กุมภาพันธ์ 2551 พี่นอมได้ขอพาหนุ่มกลับบ้านขณะนั้นหนุ่มรู้ตัวดีและยัง on Silver Tube และไม่สามรถช่วยเหลือตัวเองได้ รวมทั้งต้องคาสายสวนปัสสาวะ หลังกลับบ้านไปได้ 1 สัปดาห์ หนุ่มเริ่มมีปัญหาด้านจิตใจ หงุดหงิด ก้าวร้าวไม่ยอมทานข้าว ในวันที่ 1 มีนาคม 2551 พี่นอมได้นำลูกกลับมารักษาที่โรงพยาบาลต่อ ในครั้งนี้เราได้ติดต่อทีมสหสาขาวิชาชีพครบวงจรเพื่อให้หนุ่มได้รับการดูแลทั้งร่างกายจิตใจ อารมณ์ และสังคม  

         สิ้นเดือนมีนาคม 2551 เราสามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ หนุ่มให้ความร่วมมือในการรักษาพยาบาลและเริ่มมีกำลังใจที่จะอยู่ต่อไปเพื่อแม่ หนุ่มเข้า-ออก โรงพยาบาล 2 ครั้ง  เป็นระยะเวลารวมทั้งหมด 7 เดือน แม่เขาต้องนอนเฝ้าทุกวันไม่เคยทอดทิ้งเขาสัก 1 วัน หลังจากนั้นได้กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน

           ก่อนกลับบ้าน ในเดือนเมษายน 2551ได้มีการประชุมวางแผนร่วมกับทีมเวชกรรมสังคม  หอผู้ป่วย  ทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟู  กิจกรรมบำบัด  และติดต่อผู้ใหญ่บ้าน สถานีอนามัยให้มาเยี่ยมบ้านด้วย  เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลหนุ่มที่บ้าน ในวันที่ 7 เมษายน2551 เราสามารถจำหน่ายหนุ่มออกจากโรงพยาบาล  ด้วยความพร้อมในครั้งนี้ทำให้หนุ่มได้รับการดูแลจากครอบครัวและชุมชน โดยเฉพาะครอบครัว นับว่ามีความสำคัญมาก ทุกคนเริ่มเข้ามาช่วยดูแลหนุ่มแทนพี่นอม เสียงหัวเราะของหนุ่มได้กลับมาสู่ครอบครัวนี้อีกครั้งหนึ่งและหนุ่มก็พยายามช่วยเหลือตนเอง

         พี่นอมบอกกับเราทุกครั้งว่าเธอไม่เคยเสียใจเลยที่เลือกให้หนุ่มมีชีวิตอยู่และนึกขอบคุณทีมสหสาขาวิชาชีพทุกท่านที่ให้การดูแลลูกเธอเป็นอย่างดี หนุ่มบอกว่าเขาก็ขออยู่และสู้เพี่อแม่อันเป็นที่รักยิ่งเช่นกัน

        ปัจจุบันนี้หนุ่มสามารถใช้แขนขวาและอุปกรณ์ช่วยในการรับประทานอาหารเอง  แขนซ้ายและขาทั้งสองเกร็งงอเวลากระตุ้น สถานีอนามัยได้มาเยี่ยมหนุ่มเดือนละ 1 ครั้งเพื่อมาติดตามอาการ และเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ และผู้ใหญ่บ้านได้ทำเรื่องเพื่อขอรับเงินสงเคราะห์คนพิการเดือนละ 500  บาท รวมทั้งคนในชุมชนก็ผลัดกันมาให้กำลังใจหนุ่ม 

         สำหรับเจ้าหน้าที่ตึกศัลยกรรมอุบัติเหตุชายของโรงพยาบาลได้ผลัดกันไปเยี่ยมหนุ่มทุกเดือน สุดท้ายนี้เจ้าหน้าที่ทุกท่านขอเป็นกำลังใจให้พี่นอมและลูกในการต่อสู้ว่าวันหนี่งหนุ่มจะนั่งรถเข็นได้

         ความรักความผูกพันที่แม่มีต่อลูกมันยิ่งใหญ่ถึงจะไม่ใช่แม่ตัวอย่างที่ได้รับรางวัลแต่ลูกก็เป็นแก้วตาดวงใจของแม่ตลอดกาล และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างลูกเสมอ

          บทเรียนที่ได้รับ การทำงานโดยสหสาขาวิชาชีพและเชื่อมโยงเครือข่ายสู่ชุมชนมีความสำคัญยิ่งในผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อนและเรื้อรังโดยเฉพาะพยาบาลซึ่งเป็นผู้ประสานต้องมีการวางแผนและมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีและการดูแลผู้ป่วยต้องเห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

         นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องเล่าจาก... "พี่หมู" กรองจิตต์  เล็กสมบูรณ์สุข พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ผู้ประสานการดูแลผู้ป่วยตึกศัลยกรรมอุบัติเหตุชายโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช