ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
เรื่อง โรคติดต่อโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้ศึกษา นางนาฏยา ห่อทอง
ปีการศึกษา 2552
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้กลุ่มสาระ การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง โรคติดต่อ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง โรคติดต่อ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน โดยใช้ t – test 3) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง โรคติดต่อโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง โรคติดต่อ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน กลุ่มเป้าหมาย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านภูมิสตึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เครื่องมือพัฒนา ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องโรคติดต่อ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 15 แผน และเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องโรคติดต่อ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ แบบสังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียน ประกอบด้วย แบบสังเกต พฤติกรรมกลุ่ม แบบประเมินผลงานกลุ่ม และแบบประเมินผลงานนักเรียนรายบุคคลแบบสอบถาม วัดความพึงพอใจสำหรับนักเรียนที่มีต่อ การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องโรคติดต่อ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ ที่ผู้ศึกษาสร้างและพัฒนาขึ้นสถิติที่ใช้ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีประสิทธิผล และการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ t – test แบบ Dependent Sample
ผลการวิจัย พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบโครงงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องโรคติดต่อ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 89.04 / 86.67 และมีค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.7735 และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด
ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ชื่อผู้รายงาน นางเรณู ใจสุข
หน่วยงาน โรงเรียนบ้านปางแก (สภาประชานุกูล) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 4
ปีที่พิมพ์ พ.ศ.2552
บทคัดย่อ
การรายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการศึกษา ดังนี้ เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 /80 และค่าดัชนีประสิทธิผล ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ จำนวน 10 เล่ม ประกอบด้วย เล่ม 1 การเขียนคำ มีประสิทธิภาพ 88.47 / 87.30 เล่ม 2 การเขียนประโยค มีประสิทธิภาพ 88.23 / 86.80 เล่ม 3 การเขียนข้อความ มีประสิทธิภาพ88.80 / 88.60 เล่ม 4 การเขียนโครงเรื่อง มีประสิทธิภาพ 89.07 / 88.20 เล่ม 5 โวหารการเขียนเรียงความ มีประสิทธิภาพ 88.47 / 88.60 เล่ม 6 การเขียนคำนำ มีประสิทธิภาพ 88.20 / 88.20 เล่ม 7 การเขียนเนื้อเรื่อง มีประสิทธิภาพ 88.47 / 87.30 เล่ม 8 การเขียนสรุป มีประสิทธิภาพ 88.80 / 86.80 เล่ม 9 การเขียนเรียงความ มีประสิทธิภาพ88.20 / 88.20 เล่ม 10 การเขียนเชิงสร้างสรรค์ มีประสิทธิภาพ 88.47 / 87.70 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อแบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนบ้านปางแก (สภาประชานุกูล)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 1 ห้องเรียน นักเรียนจำนวน 22 คน ซึ่งได้จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) สถิติใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการศึกษาปรากฏว่า
1. ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีค่าประสิทธิภาพ เท่ากับ 88.30 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80 / 80 และค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.94
2. ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนบ้านปางแก (สภาประชานุกูล) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 4 ทดสอบก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 52.28 และทดสอบหลังเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 88.75 และหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่าแบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านปางแก (สภาประชานุกูล) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 4 โดยรวมมีระดับความพึงพอใจ อยู่ในระดับ มากที่สุด
โดยสรุปทำให้ทราบว่า การจัดการเรียนรู้การเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ที่มีประสิทธิภาพ นักเรียนมีความพึงพอใจในการใช้แบบฝึกทักษะ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น และนักเรียนได้มีความคิด และมีจินตนาการที่สร้างสรรค์ในด้านการเขียนเรียบเรียงถ้อยคำให้เป็นประโยค ทำให้นักเรียนมีทักษะทางด้านการเขียนเพิ่มขึ้นได้
บทคัดย่อดีมากครับ
งานดีมากค่ะ
บทคัดย่อดีมากค่ะ
บทคัดย่อดีมาก
บทคัดย่อของท่านดีมาก
งานดีมาก
ทำบทคัดย่อวิชาสุขศึกษาได้ดีมาก
จากครูสุรินทร์
สวัสดีค่ะ..แวะมาอ่านบทคัดย่อ สุขศึกษาค่ะ..กำลังฝึกแต่งเพลงประกอบการสอน สาระนี้พอดี..ขอบคุณน่ะค่ะ