ปิดเทอมแล้วครอบครัวเราก็เลยได้มีสามหนุ่มน้อยมารวมตัวกันอีกครั้ง เวลาผ่านมาอาทิตย์กว่าๆแล้ว ที่ทั้งสามหนุ่มน้อยอยู่กันแต่ที่แฟลตที่พัก น่าแปลกใจที่วัยรุ่นทั้งสามคนนี้ติดบ้านมากกว่าติดเพื่อน เราไม่เคยต้องเป็นห่วงว่าลูกจะออกนอกลู่นอกทาง เพราะเราได้เห็นแล้วว่าทั้งสามหนุ่มรู้จักคิด รู้จักเลือกสิ่งที่ดีมีคุณค่าต่อชีวิตตัวเอง เราไม่เคยห้ามลูกไม่ให้ไปไหน หรือทำอะไร เขามีอิสระเต็มที่ แต่ลูกก็เลือกที่จะใช้เวลาอยู่กับการพักผ่อนอยู่ที่บ้าน อ่านหนังสือ ฟังเพลง เล่นเกมส์ ดูหนัง ดูทีวี เล่นคีย์บอร์ด ทั้งที่บ้านก็ไม่ได้ติดแอร์ มีแต่พัดลม ในยามร้อนแสนร้อนที่คุณแม่ทำงานในห้องแอร์ กลับมากินข้าวกับพวกเขาในช่วงกลางวันแล้วสงสารลูกมาก แม้เราจะอยู่ในฐานะที่จะติดแอร์ก็ได้ แต่เราก็อยากจะให้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติให้มากที่สุด แม้พวกเขาจะบ่นร้อน แต่ก็ไม่เคยเรียกร้องอะไร ยอมรับการตัดสินใจของพ่อแม่เสมอ
ได้เรียนรู้จากลูกอีกแล้วว่า ความสุขนั้นหาได้ง่ายเหลือเกิน ได้เห็นเขาสามคนนั่งดูทีวี แล้วก็ส่งเสียงออกชื่อโฆษณาต่างๆสลับกันไปมา แล้วก็หัวเราะกันสนุกสนาน จึงได้สังเกตว่าลูกเล่นทายกันว่าโฆษณาชิ้นต่อไปที่จะมีคือโฆษณาอะไร นั่งฟังแล้วก็พลอยรู้สึกสนุกอยากทายไปด้วย นึกๆไปแล้ว ลูกๆมักจะคิดสรรหาอะไรเล่นกันได้อยู่เสมอ จากอะไรๆรอบๆตัว ไม่ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรประกอบ ตัวเขาเองก็สนุกสนาน เฮฮากันได้เป็นนานสองนานกับอะไรต่างๆที่สรรคิดเอามาเล่นกัน ชวนให้เราอยากเล่นไปด้วย ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีข้อกำหนด เริ่มขึ้นมาจากความคิดชั่ววูบแล้วก็จับมาต่อเป็นโน่นนี่เอาตามใจชอบได้เสมอ
บันทึกไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงสิ่งที่ลูกๆมักจะสอนวิธีคิด วิธีมองโลกให้เราเสมอ เด็กๆมีมุมมองที่แตกต่างกับผู้ใหญ่ เป็นมุมมองที่มีความใสสะอาด ไม่โดนรบกวนจากประสบการณ์ที่สั่งสมเหมือนผู้ใหญ่ หากเรารู้จักฟัง รู้จักสังเกต เราจะได้เรียนรู้อะไรมากมายเหลือเกินจากโลกใสๆของพวกเขา
ลูกชาย 2 คน อยู่ด้วยกันจะทะเลาะกันตลอด จนต้องพยายามแยกกัน ช่วงปิดเทอมมีเวลาอยู่ด้วยกันมากก็ทะเลาะกันมาก เวลาไปกินอาหารถ้านั่งติดกันก็จะทะเลาะกัน จะจับแยกกัน แต่มีเพื่อนบอกว่าไม่ให้ทำแบบนี้แต่ให้สอนให้นั่งอยู่ด้วยกัน โดยไม่ทะเลาะกัน (ทำยังไง?)
พี่ชายชอบแหย่น้อง ตอนนี้เขาเรียกน้องว่า " น้องโอ๊ย " พอเขาสะกิดน้องน้องจะร้องโอ๊ย แล้วเขาก็จะสนุกเขี่ยน้อง จิ้มน้อง พอทำหลายๆที น้องก็เริ่มเสียงดังแล้วก็ทะเลาะกัน
อยากขอคำแนะนำพี่โอ๋ ทำอย่างไรที่จะอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข
ขอบคุณค่ะ
ดีจังค่ะ แต่ช่วงปิดเทอมน้องมี่อยู่คนเดียวที่บ้าน
จะได้เล่นก็ตอนเย็นที่เลิกงานแล้วเจอกัน
หรือไม่ก็เล่นกันวันเสาร์อาทิตย์แทน
กลางวันก็ดูทีวี อ่านหนังสือ คุยโทรศัพท์กับเพื่อนน่ะค่ะ
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องเล่าของเด็กๆ มาให้เรียนรู้ด้วยค่ะ
ลิลลี่คะ พระเอกสองคนของลิลลี่กำลังอยู่ในวัยซนเป็นเรื่องธรรมดามากที่เขาจะชอบกระเซ้าเย้าแหย่หาเรื่องกัน ดูท่าว่าเขาจะรับรู้ได้ว่าหากเขาทะเลาะกัน หม่าม้าจะสนใจเขามากกว่าเวลาที่เขาเฉยๆนะคะ
พี่โอ๋พิสูจน์มาแล้วว่า พฤติกรรมที่ไม่ดีซึ่งเราอยากแก้ไขนั้น วิธีที่ได้ผลคือไม่เพ่งเล็งในเรื่องนั้นๆแต่หาวิธีส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี ให้ความสนใจชื่นชมเมื่อเขาเล่นกันได้ดีทุกครั้ง ชวนเขาทำกิจกรรมกับเราที่ทำให้เขาเป็นฝั่งเดียวกัน แข่งกับเรา การเล่นกันแบบสร้างสรรค์ไม่ทะเลาะกันนั้นก็เป็นสิ่งที่เราต้องเป็นต้นแบบให้ลูกเห็นด้วยค่ะ บางทีการบอก การว่าเฉยๆลูกเขาไม่เข้าใจหรอกค่ะ สำหรับเด็กๆแล้วการสอนด้วยการบอกกล่าวอย่างเดียวไม่เห็นผลเท่ากับเราต้องลงมือทำให้เขาเห็น ที่สำคัญคือเราต้องใจเย็น ปรับพฤติกรรมตัวเองให้ได้ก่อน เพราะหากเรายังใช้วิธีการแบบเดิมๆคือ คอยห้าม คอยดักทาง คอยกำกับไม่ให้ลูกทำอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็จะปรับให้ลูกลดพฤติกรรมแบบเดิมๆได้ยากค่ะ ต้องเปลี่ยนที่ตัวเราได้ก่อน รับรองลูกก็จะเปลี่ยนตามเราค่ะ ไม่ง่ายเลยใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นต้องใจเย็นๆและใช้เวลา ทำอย่างสม่ำเสมอ พี่โอ๋ยืนยันได้ค่ะว่า เห็นผลดีแน่นอน ถ้าเราเปลี่ยนได้ ลูกก็จะเปลี่ยนได้ค่ะ
คุณ ชาดา ~natadeeคะ น้องมี่เก่งจังอยู่คนเดียวได้ด้วย คุณแม่ก็สบายใจได้เลย ท่าทางน้องมี่เป็นเด็กรักธรรมชาติ คงหาอะไรน่าสนใจทำได้เสมอแน่ๆค่ะ พี่โอ๋ชอบแอบดูพฤติกรรมเด็กๆนะคะ แต่ละคนเขาจะมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่น่าสนใจไปคนละแบบไม่เหมือนกันเลยนะคะ