เรื่องวุ่นของ “จุดซ่อนเร้น” ที่ผู้หญิงควรรู้

จุดซ่อนเร้น ใต้ร่มผ้า ของสงวน ไม่ว่าจะเรียกอะไร บริเวณนี้ถือเป็นอาณาจักรลึกลับพอดูของบรรดาสาวๆ ที่คงต้องหวงแหน ดูแล เอาใจใส่เป็นอย่างดี ขณะที่สาวหลายรายยังดูแลไม่ถูกต้อง ไม่ถูกวิธีทำให้เกิดปัญหากวนใจตามมา ไม่ว่าจะกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ หรืออาการคันยิบๆ เหนียวเหนอะหนะไม่สบายเนื้อสบายตัว
สำหรับวิธีในการดูแลจุดซ่อนเร้นของบรรดาสาวๆ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่เริ่มแตกเนื้อสาวเปรี๊ยะๆ อย่างง่ายๆ นั้น นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สูตินรีแพทย์ชื่อดังให้คำแนะนำว่า ปรัชญาการดูแลจุดซ่อนเร้นง่ายๆ ก็เหมือนกับการดูแลซอกหลืบของบ้าน คือ ต้องแห้ง โล่งโปร่ง สบาย อากาศถ่ายเทได้สะดวก แสงแดดส่องถึง
       
       จุดซ่อนเร้นก็เช่นเดียวกัน คือ ต้องไม่อับชื้น ซึ่งสาวๆ วัยนี้เริ่มมีประจำเดือนและต่อมต่างๆ ผลิตน้ำหล่อลื่นออกมาตามการกระตุ้นฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้จุดซ่อนเร้นมีความชื้น หากไม่ดูแลรักษาให้ดีมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นเชื้อราในร่มผ้าสูง ทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมทั้งอาการตกขาวที่ผิดปกติตามมา
       
       “หากตัดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ออก โรคที่ผู้หญิงเป็นกันมากคือโรคเชื้อรา ซึ่งปัจจุบันพบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มเป็นเชื้อราในร่มผ้ามากขึ้น เนื่องจากการดูแลสุขอนามัยที่ไม่ถูกต้อง แต่เชื้อราก็ไม่ได้เป็นโรคน่ากลัวแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นโรคน่ารำคาญเท่านั้น”
       
       นพ.พันธ์ศักดิ์บอกอีกว่า วัยรุ่นบางคนกินยาปฏิชีวนะรักษาสิวยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นเชื้อรา เนื่องจากยาปฏิชีวนะจะทำลายแบคทีเรียทุกชนิดไม่เลือกว่าเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์หรือไม่ รวมทั้งในจุดซ่อนเร้นจะมีแบคทีเรีย “แลคโตแบซิลไล” ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์อาศัยอยู่ ทำหน้าที่ผลิตกรดอ่อนๆ ที่เรียกว่า “แลคติกแอซิด” ออกมา ทำให้สภาพภายในจุดซ่อนเร้นเป็นกรดอ่อนๆ PH 3.5 โดยจะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราแบคทีเรียหรือไวรัสจากภายนอก ถือเป็นทหารที่คอยป้องกันเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ผู้หญิงปกป้องตัวเองอยู่แล้ว
             ส่วนที่มาของกลิ่นนั้น ตามธรรมชาติแล้วกลิ่นเกิดจากแบคทีเรียคายของเสียออกมา ซึ่งบริเวณจุดซ่อนเร้นมีเลือดประจำเดือนที่ถือเป็นอาหารชั้นยอด บริเวณนี้จึงเกิดกลิ่นมากกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งกลิ่นจากจุดซ่อนเร้นแม้คนรอบข้างคงไม่ได้กลิ่นแต่เจ้าของกลิ่นจะรู้ตัวและทำให้ขาดความมั่นใจ
       
       “เมื่อก่อนผู้หญิงไม่ค่อยมีกลิ่นจากของสงวนเพราะวิถีชีวิตสมัยก่อนผู้หญิงนุ่งผ้าถุง ซิ่น ไม่ใส่ชุดชั้นใน ทำให้ไม่เกิดการอับชื้น แห้ง ลมโชย เมื่อวิถีการดำเนินชีวิตเปลี่ยนแปลงไป วัยรุ่นสมัยใหม่นิยมใส่ยีนส์แน่นคับรัดติ้ว การแต่งกายยุคใหม่จึงทำให้เกิดความอับชื้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีผลวิจัยทางการแพทย์ออกมาแล้วว่า ผู้หญิงที่ใส่กางเกงยีนส์มีโอกาสติดเชื้อรามากกว่า ผู้หญิงที่ไม่ได้ใส่ถึง 3 เท่า ”
       
       ส่วนอาการตกขาวของผู้หญิงซึ่งเรื่องปกติในช่วงของการใกล้มีรอบเดือน โดยเกิดจากผนังช่องคลอดซึ่งแห้งแล้วหลุดลอกออกมา ผสมกับน้ำเมือกที่ผลิตจากต่อมต่างๆ ตกขาวปกติจะมีสีขาวขุ่น ไม่มีกลิ่นและไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองแต่ถ้าตกขาวมีลักษณะ เป็นก้อนเหมือนตะกอนนมสีขาว คันมาก อาจเป็นเชื้อรา แต่หากตกขาวเป็นสีเหลืองหรือเขียว และมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ติดเชื้อแบคทีเรีย และหากติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์จะตกขาวเป็นสีเทา มีอาการคันและแสบร้อน
       
       นพ.พันธ์ศักดิ์ ให้เคล็ดลับในการดูแลจุดซ่อนเร้น สำหรับในสิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ไม่ควรทำว่า เมื่อเวลาอาบน้ำเสร็จไม่ควรโรยแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้น หวังให้บริเวณนั้นแห้ง เย็นสบาย เพราะแป้งอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ ในช่วงเวลากลางคืนก็ไม่จำเป็นต้องสวมชุดชั้นในนอน
       
       ขณะที่การเลือกซื้อชุดชั้นในก็สำคัญ สาวๆ ควรเลือกชุดชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้าย เบา บาง และไม่รัดแน่นจนเกินไปเพื่อช่วยให้เกิดการถ่ายเทของอากาศสอดรับกับอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย ที่ทำให้เกิดเหงื่อไคลหมักหมมเป็นผลให้เกิดเชื้อรา และไม่ควรใช้ชุดชั้นในไนลอนฟิตๆ ถึงแม้จะใส่แล้วดูเซ็กซี่แต่ก็ไม่ดีต่อสุขอนามัย ส่วนจีสตริงนั้นก็ใส่ได้ไม่มีปัญหาแต่ควรเลือกที่มีความอ่อนนุ่ม ไม่รัดแน่นเกินไป เพราะอาจเกิดการเสียดสีจนเป็นแผลได้ สิ่งสำคัญยิ่งกว่ารูปแบบของชุดชั้นใน คือ การดูแลรักษา ซึ่งควรเก็บไว้ในที่โล่ง โปร่งสักนิดและใส่ที่กันอับชื้นไว้
             สำหรับการดูแลด้านความสะอาด นพ.พันธ์ศักดิ์ แนะนำว่า ให้ชะล้างด้วยน้ำสะอาดเป็นประจำทุกครั้งที่อาบน้ำ ซึ่งแพทย์ทั่วไปอาจแนะนำให้ใช้น้ำเปล่าธรรมดาก็เพียงพอแล้วถ้าสามารถใช้น้ำเปล่าถูกวิธี โดยหลังจากที่ล้างน้ำรอบแรกแล้ว ควรใช้น้ำอุ่นๆ ชำระคราบไคลที่อาจเกิดจากอาการตกขาวตามปกติ รวมทั้งไขมันจากต่อมต่างๆ จากนั้นใช้สำลีเช็ดตามซอกหลืบต่างๆให้เกลี้ยงเกลา และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์สวนล้างภายในแค่การทำความสะอาดภายนอกก็เพียงพอแล้ว
       
       อย่างไรก็ตามหากใครจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษาความสะอาดก็ทำให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น แต่ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความใกล้เคียงธรรมชาติ ใช้กลิ่นธรรมชาติไม่ใช้ชนิดที่ผสมน้ำหอมเพราะอาจมีแอลกอฮอล์ทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ ส่วนแผ่นอนามัยแบบบางซึ่งใช้ในวันธรรมดาที่นิยมใช้กันอยู่ในขณะนี้ก็ควรเลือกชนิดที่ไม่มีน้ำหอมพร้อมมีรูระบายอากาศ และควรเปลี่ยนบ่อยๆ เพราะการปล่อยทิ้งไว้ทั้งวันแทนที่จะช่วยให้แห้งสบายอาจทำให้เกิดความอับชื้นได้ไม่เพียงเท่านี้ คุณหมอ ยังแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ เข้าห้องน้ำสม่ำเสมอ 2-3 ชั่วโมงต่อครั้ง หากจำเป็นต้องใช้ห้องสุขาสาธารณะก็ไม่ควรอั้นปัสสาวะเพราะจะทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่ควรหาวิธีปกป้องตนเอง เช่น เตรียมทิชชู หรือเจลทำความสะอาด และไม่ควรใช้หัวฉีดสาธารณะในการทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น เนื่องจากอาจมีเชื้อราแอบแฝงอยู่ที่บริเวณหัวฉีดได้ เพียงแค่ใช้กระดาษชำระที่มีความอ่อนนุ่มซับเบาๆ จากด้านหน้าไปด้านหลังก็เพียงพอแล้ว หรือหากใช้บริการสระว่ายน้ำสาธารณะ หากเป็นห่วงว่าจะติดต่อโรคจากผู้อื่นก็ให้ใช้สระหลังจากที่มีการเปลี่ยนใส่คลอรีนใหม่ๆ 4-5 ชม.
      “ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเชื้อราที่บริเวณจุดซ่อนเร้นมักเป็นผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ นอนดึก เหงื่อไคลหมักหมม อับชื้น รวมถึงผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ทางเพศแบบออรัลเซ็กซ์ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน ที่สำคัญ หากพบอาการผิดปกติบริเวณจุดซ่อนเร้นไม่ว่าจะเกิดอาการคัน มีกลิ่น ตกขาวมีสีแปลกจากเดิมหรือมากกว่าปกติให้ปรึกษาแพทย์อย่าวินิจฉัยรักษาด้วยตัวเองด้วยการสอดหรือการรับประทานยา เนื่องจากควรตรวจให้แน่ใจว่ามีสาเหตุมาจากอะไร เพื่อแก้ปัญหาที่ถูกต้อง”นพ.พันธ์ศักดิ์ทิ้งท้าย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองชุมพร

คำสำคัญ (Tags)#สุขอนามัย

หมายเลขบันทึก: 34767, เขียน: 20 Jun 2006 @ 12:08 (), แก้ไข: 07 Apr 2012 @ 19:12 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)