ติดต่อ

  ติดต่อ

นิทรรศการ ๑๐๐ รูปร้อยกวี ๑๐๐ ปีพุทธทาส

  อยากให้ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้าชมนิทรรศการนี้ครับ ไม่อยากให้พลาดนิทรรศการดี ๆ อย่างนี้ เพราะโอกาสที่จะได้ชมคงหายาก  

         ผมอยากประชาสัมพันธ์งานนี้ให้ทุกท่านทราบอีกครั้ง บางท่านอาจได้ทราบข่าวนี้มาบ้างแล้ว อาจจะช้าไปหน่อย เพราะนิทรรศการนี้จัดในระหว่างวันที่ 10 – 20 มิถุนายน 2549 นี้เท่านั้น (ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของนิทรรศการ) งานนี้จัดขึ้นที่หอศิลป์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร (ส่วนสนามบิน) เวลา 08.30 – 17.00 น. อยากให้ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้าชมนิทรรศการนี้ครับ ไม่อยากให้พลาดนิทรรศการดี ๆ อย่างนี้ เพราะโอกาสที่จะได้ชมคงหายาก ผมได้ไปดูมาแล้วและขอนำภาพบรรยากาศบางส่วนมาให้ชมกันดังนี้ครับ

         วิบูลย์  วัฒนาธร

.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 34759, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก

ความเห็น (2)

km is wonderful
IP: xxx.188.31.239
เขียนเมื่อ 

กราบเรียนท่านอาจารย์วิบูลย์

ขออนุญาตนำข้อมูลประวัติของท่านพุทธทาสมาร่วมนำเสนอค่ะ  (ที่มา:http://kanchanapisek.or.th)

-------------------------------------------------------------

พระธรรมโกษาจารย์ (พุทธทาส ภิกขุ) เดิมชื่อเงื่อม เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 ที่ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นบุตรคนแรกของนายเซี้ยงและนางเคลื่อน พานิช มีน้องชายชื่อนายยี่เกย (นายธรรมทาส พานิช) และน้องสาวชื่อนางกิมช้อย เหมะกุล ครอบครัวมีอาชีพค้าขาย บิดาเป็นคนจีน ส่วนนามสกุล "พานิช" นั้นเป็นนามสกุลที่ นายอำเภอตั้งให้ มรณะภาพเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2536
เมื่ออายุได้ 8 ปี ท่านได้เรียนหนังสือโดยหัดอ่านจากทางบ้าน ครั้นอายุได้ 9 ปี จึงเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียน โพธิพิทยากร วัดโพธาราม จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนแห่งนี้ แล้วไปเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนมัธยม ประจำอำเภอไชยา จนจบการศึกษาชั้นต้นในปี พ.ศ.2463 แล้วลาออกมาช่วยบิดาค้าขายและศึกษาด้วยตนเองอยู่ตลอดเวลาเมื่อบิดา ถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2465 ได้เลิกค้าขายที่ไชยาแล้วกลับมาค้าขายที่พุมเรียงตามเดิมโดยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการร้านจนกระทั่งอายุได้ 20 ปี บริบูรณ์จึงได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2463 โดยมีพระครูโสภณเจตสิดาราม (คง วิมาโล) เจ้าอาวาสวัดโพธาราม และรองเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับฉายาว่า "อินทปัญโญ" จำพรรษาอยู่ที่วัดใหม่ ท่านสอบนักธรรมโท ได้หลังจากบวชได้ 2 พรรษา จากนั้นได้ไปศึกษาธรรมที่วัดปทุมคงคา กรุงเทพฯ จนกระทั่งสอบได้นักธรรมเอกและภาษาบาลี ได้เปรียญธรรมสามประโยค แล้วจึงเดินทางกลับพุมเรียงเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2475
งานศึกษาค้นคว้าเริ่มแรกเมื่อปี 2473 ท่านเขียนบทความชิ้นแรกชื่อ "ประโยชน์แห่งทาน" ปลายปีเขียนบทความขนาดยาวชื่อ "พระพุทธศาสนาชั้นปุถุชน" ปี 2475 เริ่มเขียน "ตามรอยพระอรหันต์" ในปี 2476 เริ่มเขียนวิจารณ์สภาพพระพุทธศาสนา และพระสงฆ์ ในปี 2477 เขียนเรื่องการปฏิบัติธรรม และเริ่มพูดให้ผู้สนใจธรรมะฟัง เช่น พูดเรื่อง "การส่งเสริมการปฏิบัติธรรม" และ "หลักพุทธศาสนา" เป็นต้น ตั้งแต่ปี 2478 เป็นต้นมา ท่านเริ่มทำงานหนักยิ่งขึ้น ทั้งงานเขียนและงานแปล ในส่วนของ งานเขียน เช่น "พระพุทธศาสนาในถิ่นไทยภาค-ใต้" ส่วนงานแปล ได้แก่ "อริยสัจจากพระโอษฐ์" และอื่นๆ อีกมากมาย และท่านยังได้สร้าง สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เป็นสถานปฏิบัติธรรมและเผยแพร่พุทธธรรมจนเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ ท่านยังได้รับเกียรติคุณว่าเป็นปรัชญาเมธีตะวันออก และเป็นนักปฏิรูป สังคมและศาสนาและยุคปัจจุบัน จากผลงานที่มีคุณค่าและเป็นที่แพร่หลายทั่วไป ท่านพุทธทาสภิกขุได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชชัยกวี พระเทพวิสุทธิเมธี และพระธรรมโกษาจารย์ ตามลำดับ นอกจากนี้มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปกร มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ในสาขาวิชาต่างๆ แด่ท่านอีกด้วย

----------------------------------------------------------- 

บทกวี "อยู่กับธรรม"

ท่านพุทธทาส ภิกขุ

 

 เมื่อรบสู้ กับศัตรู สู้ด้วยธรรม
จะปลุกปล้ำ กันเท่าใด ไม่เสียหาย
ถ้าสู้กัน อย่างนี้ ไม่มีตาย
ในสุดท้าย จะปรองดอง ต้องใจกัน
เมื่อป้องกัน ศัตรู รู้ใช้ธรรม
เป็นกำแพง เพชรล้ำ เลิศมหันต์
ป้องกันได้ สารพัด น่าอัศจรรย์
ป้อมค่ายมั่น กว่าสิ่งใด ในโลกคน
เมื่อหลบซ่อน จากศัตรู อยู่กับธรรม
ไม่ระกำ ทุกข์เห็น สักเส้นขน
ช่วยปลุกปลอบ ชื่นชอบ ฉ่ำกมล
ขอทุกคน จงมีธรรม ประจำกาย ฯ

---------------------------------

(ที่มาบทกวี: www.rakdee.net)

ค้นหาข้อมูลผ่าน www.google.com

km is wonderful
IP: xxx.188.31.239
เขียนเมื่อ