เวลาผ่านไปใกล้ล่วงเช้า (ก็อีกหลายชั่วโมงอยู่) ขอเรียกว่า พรุ่งนี้ผมจะเข้าสอนนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู รุ่นที่ ๒ เป็นวันแรก แต่จะเป็นแบบนี้ทุกเสาร์ - อาทิตย์ ยาวไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ทำให้ภาคเรียนฤดูร้อนนี้ เป็นภาคเรียนหฤโหดที่การสอนภาคปกติมาทับกับการสอนนักศึกษาหลังปริญญาตรีไม่พอดีกัน เรียนไม่พร้อมกัน นี่ถ้าเรียนจบปั๊บ ก็เปิดภาคเรียนที่ ๑ / ๒๕๕๓ ทันที หายใจแทบไม่ทัน

นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพครูเหล่านี้เป็นบุคคลที่เรียนจบระดับปริญญาตรีมาแล้วเป็นอย่างน้อย ไม่ว่าจะเพิ่งจบ หรือ จบมานานแล้ว แต่ที่เหมือน ๆ กัน คือ เขาจบสาขาอื่นที่ไม่ใช่ครู

เขาต้องมาเรียนวุฒินี้เป็นเวลา ๓ ภาคเรียน ๓๐ หน่วยกิต ฝีกสอน ๑ ปีเต็ม หลังจากนั้นจึงมีโอกาสใช้สิทธิ์สอบบรรจุขึ้นบัญชีเป็นข้าราชการครู

 

อันครูในระยะนี้กำลังบูม จากการเปิดอัตราข้าราชการครูเพิ่มขึ้น หลังจากรัฐรัดเข็มขัด (หรือไม่ใส่ใจ) มานาน เกษียณก็ยุบตำแหน่ง ครูที่เหลือก็เป็นครูอัตราจ้างที่ทำงานเพื่อรอบรรจุเป็นหมื่นคน

 

พวกหอคอยงาช้างที่กระทรวงศึกษาฯ ทำอะไรกันอยู่เหรอครับท่าน คิดมากตามระดับซีหรือเปล่าเนี่ย

 

ดังนั้น การสอนในวันนี้ของผม ถึงแม้จะเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสื่อการสอนก็ตาม แต่ ... การที่พวกเขาไม่ได้เป็นครู ไม่เคยซึมซับความเป็นครูมาก่อน ทำให้ผมต้องวางแผนการสอนโดยไม่ปูเนื้อหามากเกินไป แต่จะหากระบวนการผสมผสานให้พวกเขาได้รับความรู้ไปพร้อมกับการรู้คุณค่าว่า ครูที่ดีคืออะไร?

 

การค้นหาข้อมูลเรื่องของ "ครูที่ดี" จึงเป็นเรื่องที่ผมจะต้องสืบค้นเป็นเรื่องแรก ๆ

แล้วผมก็พบเนื้อความเล็ก ๆ เพียงเสี้ยวหนึ่งที่เขียนโดยพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ผมขอยกเนื้อความมาดังนี้

 

"... ขอให้ครูทั้งหลายตระหนักรู้ว่า อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก เพราะว่าเป็นอาชีพเดียวที่พระพุทธเจ้าทรงเลือกทำ พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงเลือกที่จะเป็นผู้บริหาร ไม่ได้ทรงเลือกเป็นนักการเมือง นักการตลาด แต่ทรงเลือกที่จะเป็นครู เพราะฉะนั้นถ้าใครเป็นครู ขอให้รู้ว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก ๆ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านตรัสไว้คำหนึ่งลึกซึ้งมาก พระองค์บอกว่า คำว่า "ครู" เป็นคำที่สูงส่งและประเสริฐมาก แต่หลัง ๆ มาเข้าใจผิดกันว่า คำว่า "อาจารย์" ประเสริฐกว่า "ครู" แท้จริงแล้ว คำว่า "ครู" เป็นยอดแห่งคำ คนเป็นครูเป็นยอดแห่ง "คน" เมื่อก่อนคนที่จะเป็นครูได้ต้องเป็นยอดคน แล้วจึงจะเป็นยอดครูได้

อาจารย์ใครเป็นก็ได้ อาจารย์กู้ทุกท่านเห็นไหม มรรคนายกเขาก็เรียกว่า อาจารย์วัด ดูหมอเขาก็เรียกว่าอาจารย์ ดูไพ่ป๊อกไพ่ยิปซี เขาก็เรียกว่า อาจารย์ ดูดวงเขาก็เรียกว่าอาจารย์ ดูภาพนู้ดจนเชี่ยวชาญเขาก็เรียเกจิอาจารย์ ยิ่งถ้าไปเดินอยู่ในประเทศอินเดีย ทันทีที่เดินลงจากรถทัวร์ เด็ก ๆ อินเดียจะเรียกคนไทยว่าอาจารย์กันทุกคน เป็นอาจารย์ใคร ๆ ก็เป็นได้ แต่คนที่จะเป็นครูไม่ใช่เป็นกันได้ง่าย ๆ เป็นครูแล้วถอนคืนไม่ได้ ตายไปแล้วถามว่า หลุมศพใคร หลุมศพครู แต่การเป็นอาจารย์ เมื่อออกจากมหาวิทยาลัยไปทำอาชีพอื่น เขาไม่เรียกอาจารย์อีกแล้ว แต่เป็นครู เป็นตั้งแต่เล็กแต่น้อย เป็นจนตาย เหมือนสุนทรภู่ แม้ตายไปแล้วเป็นร้อยปี แต่เราก็ยังเรียกท่านว่า "สุนทรภู่ครูกวี" ไม่เห็นมีใครเรียก "สุนทรภู่อาจารย์กวี" สักคน ..."

 

 

แหม อ่านเนื้อความนี้จบแล้ว ทำให้คิดถึงบันทึกที่ผมเขียนไว้นานแล้ว แต่ยังคงทันสมัยในความรู้สึกของผมอยู่เลย

บันทึก ครูมหาวิทยาลัย .. มักใช้คำแทนตัวเอง และตัวนักศึกษาว่าอย่างไร ?

ผมเคยตั้งคำถามเอาไว้เช่นนี้เหมือนกัน

 

ผมยังคงใช้คำว่า "ครู" มาจนถึงปัจจุบัน และคงใช้ตลอดไป

คำว่า "ครู" ศักดิ์สิทธิ์มาก แต่ปัจจุบัน "ครู" หลายคน ประพฤติตนไม่สมกับเป็นครูก็ตั้งเยอะ

นักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่ตัวเองดันทะลึ่งไปหาเงินระยะยาวโดยการทำวิทยฐานะอยู่อย่างนั้น

อาชีพ "ครู" เป็นการทำกุศลอันยิ่งใหญ่ แต่ถ้าเป็นครู แล้วไปทำแบบนี้ ก็จะได้ผลตรงกันข้าม คือ ทำบาปกรรมไว้กับลูกศิษย์ของตัวเอง

พึงระวังไว้นะครับ

 

เนื้อความเล็ก ๆ แต่ทำให้หัวใจคนที่อยากเป็นครูด้วยหัวใจรัก คงพองโต ไม่มากก็น้อย

แล้วผมจะนำบรรยากาศมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปครับ

ขอให้ "ครูที่ดี" ทุกคน จงได้รับแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิตครับ

บุญรักษา ครูดีทุกท่าน ;)