GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) กับความปัญหาความยากจนของเมืองไทย

ใครล่ะที่สร้าง GDP ใครล่ะที่สินค้าภายในประเทศมากสุด,คนชั้นกลางและคนชั้นล่างหรือคนจน คนสองชั้นนี้รวมกันซื้อทำให้เกิด GDP มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ,ต้นเหตุของความยากจนที่เป็นปัญหาของปัจจุบันก็คือ “ธุรกิจ” ,คนเราทุกคนอย่างมีความสุข อยากอยู่แบบพอเพียง นักธุรกิจก็อยู่กันไม่ได้เขาจึงต้องขวนขวายหาวิธีทางที่จะทำให้คนซื้อสินค้าของเขาให้ได้,ช่วยกันบริจาคทุนความรู้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้พี่น้องของเรากันเถอะครับ

GDP ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ธุรกิจใด ๆ ที่ทำให้เกิดรายได้ภายในประเทศนำเอามาคิดเป็น GDP ใครล่ะซื้อสินค้าภายในประเทศ

คงจะจำกันได้ของทฤษฎีคลาสสิค สามเหลี่ยมสามชั้น มุมบนแหลม ฐานล่างกว้างสุด แล้วขีดออกมาเป็น 3 ชั้น ชั้นบนคนรวย ชั้นสองฐานปานกลาง ชั้นสามคนยากจน ชั้นสามคนเยอะสุด ชั้นบนคนรวย คนน้อยสุด

ใครล่ะที่สร้าง GDP ...?

ใครล่ะที่สินค้าภายในประเทศมากสุด...?

ชั้นสามซื้อกระเป๋าหลุยส์ใบละหลายหมื่นสะพายได้ไหม คงได้แค่เพียงกระเป๋าใบละ 199 บาทตามตลาดนัด ซื้อข้าวแกง เสื้อผ้า รองเท้า ราคาหลักร้อย คนชั้นกลางเดินทางซื้อสินค้าจาก discount store คนชั้นกลางและคนชั้นล่างหรือคนจน คนสองชั้นนี้รวมกันซื้อทำให้เกิด GDP มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ต้นเหตุของความยากจนที่เป็นปัญหาของปัจจุบันก็คือ “ธุรกิจ”

แน่นอนครับ ผมก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปัญหา ตั้งแต่เด็ก ๆ ครอบครัวทำธุรกิจ ก็คิดอยู่ทุกวันนะว่าจะทำอย่างไงถึงให้คนควักเงินมาซื้อของที่บ้านเราได้ เดินผ่านก็เรียก ทำทุกวิถีทางที่จะขายของให้ได้

แน่นอน Tacit knowledge นี้ ผูกพันธ์กับวิถีชีวิต บ่มเพาะกลายมาเป็นทุนในการเรียนทั้งในระดับ ปวช. ปริญญาตรีและปริญญาโททางด้านบริหารธุรกิจ แล้วก็เป็นทุนอันสำคัญในการเป็นอาจารย์ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ ผลิตบุคลากรในสายที่จะมีหน้าที่ทำกำไรให้องค์กร เป้าหมายขององค์กรธุรกิจคือ “กำไรสูงสุด” ถ้านักธุรกิจไม่ทำเงินและกำไรก็ให้ไปเป็นนักประชาสงเคราะห์จะดีกว่า

เพื่อน ๆ ลูกศิษย์ เรียนจบไป ทำงานกัน ก็เข้าไปเป็นเครื่องจักรสำคัญในการดึงเงินออกจากกระเป๋าของทุก ๆ คนที่มีเงิน เพื่อสร้างรายได้ และกำไร เขานอนอยู่ในบ้านคุณก็ต้องไปกระตุ้นให้เงินเขาออกจากกระเป๋าให้ได้ เขานั่งอยู่ในสำนักงาน คุณก็ต้องขายของให้ได้ ทุกช่องทุกวิถีทาง วิชาการตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การเจรจาต่อรอง ไม่มีเงิน มีเครดิต ให้กู้ ดอกเบี้ยต่ำ เงินสดด่วนทันใจ มีหนึ่งมีสองดีไหมครับ มีรถกระบะ เปลี่ยนเป็นรถเก๋งดีไหมครับ มีรถเก๋งญี่ปุ่น เปลี่ยนเป็นรถยุโรปดีไหมครับ โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้ไหมครับ VCD มีหรือยัง DVD มีหรือยัง กะทะไฟฟ้า ร้อนนะ ซื้อแอร์ไหม ข้างบ้านเขามี เราจะไม่มีบ้างเหรอ

แข่งขันกันในทุก ๆ รูปแบบ ใช้จิตวิทยากระตุ้นให้เกิดการซื้อให้ได้ ผ่อนได้ เชื่อได้ คนเราทุกคนอย่างมีความสุข อยากอยู่แบบพอเพียง แต่ถ้าอยู่อย่างนั้นนักธุรกิจก็อยู่กันไม่ได้เขาจึงต้องขวนขวายหาวิธีทางที่จะทำให้คนซื้อสินค้าของเขาให้ได้

ผมจะทำอย่างไรดีล่ะ ...?

เพราะทำงานกับชุมชนมาก ๆ ก็เริ่มเห็นปัญหาต้นเหตุของปัญหา พวกผมนี่เองทำให้เกิดปัญหา แต่ในอีกหน้าที่หนึ่งก็ต้องผลิตสาเหตุของปัญหา ถ้าเขาจบออกไปเขาเป็นนักธุรกิจไม่ได้ เขาก็ตกงาน ไม่อนาคต จะต้องทำให้เขาเป็นนักธุรกิจที่ดี และพร้อมกันนั้นจะต้องทำให้ทุก ๆ คนมีความสุข ไม่ตกเป็นทาสของนักธุรกิจด้วย ไม่ตกเป็นเหยื่อของระบอบทุนนิยม

เราคงจะไปห้ามนักธุรกิจให้ทำธุรกิจไม่ได้ แต่เราสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในการตกเป็นเหยื่อของนักธุรกิจเหล่านี้ได้

เรามาช่วยกันสร้างภูมิต้านทานให้กับพี่น้องชาวไทยของเรากันเถอะครับ

ช่วยกันบริจาคทุนความรู้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้พี่น้องของเรากันเถอะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนที่มีภูมิต้านทานต่ำ ถูกหลอกล่อ และล่อลวงเข้าสู่วิถีวงจรเหล่านี้ได้ง่ายที่สุด ประกอบกับการเป็นที่รักของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ยอมอดได้เพื่อให้ลูกอิ่ม ลูกไม่อยากกินข้าวไปกินไก่ทอดที่ห้างก็ได้ Pizza ก็ได้ เพื่อให้ลูกมีความสุข โทรศัพท์มือถือไม่ทันสมัย อายเพื่อน เดี๋ยวแม่ซื้อให้ลูก มอเตอร์ไซด์เก่าเหรอ ไม่อยากนั่งรถเมล์ เดี๋ยวแม่ซื้อให้ลูก เรามาช่วยกันเสริมภูมิต้านทานกันเถอะครับ ถ้าเราร่วมมือกันจะต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างแน่นอนครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 34710
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 5
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ

ความเห็น (5)

เมื่อก่อนผมมักเคยได้ยินคนชอบพูดกันเล่นๆ  ว่า

  • ข้อเสียของระบบทุนนิยม คือ การกระจายความร่ำรวยอย่างไม่เสมอภาค
  • ข้อดีของระบบสังคมนิยม คือ การกระจายความยากจนอย่างถ้วนหน้า

 

เป็นข้อคิดที่ดีมาก ๆ เลยครับ ผมเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก จำกัดความได้ดีมาก ๆ เลยครับ

ขอบคุณมากครับ คุณจรัณธร

แวะมาเยี่ยมเยียนครับ ธุรกิจเครือข่ายที่ร่วมกันสร้างสานเพื่อประโยชน์ของคนฐานล่างหรือคนส่วนใหญ่ เป็นธุรกิจที่ในวันนี้น่าจะยั่งยืนและพอเพียง แต่มีข้อจำกัดว่าเราต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างความเป็นนามธรรมกับความเป็นรูปธรรม เมื่อแยกได้แล้วก็คิดมูลค่าของความเป็นนามธรรม มารวมกับรูปธรรมให้ได้ เมื่อรวมแล้วก็จะเป็นปริมาณความสุขมวลรวม ซึ่งน่าจะเป็นดัชนีชี้วัดความสุขได้มากกว่านะครับ ถ้าเราหวังทำธุรกิจเพื่อให้ได้กำไรเป็นธนบัตรเพียงอย่างเดียวแล้ว ก็มีแต่ความคิดที่จะกดขี่ผู้อื่นทุกด้านและตลอดเวลาเพื่อให้ได้เงินเท่านั้นเองหรือ

สวัสดีก่อนนอนครับ

แวะมาเยี่ยมเยียนครับ ธุรกิจเครือข่ายที่ร่วมกันสร้างสานเพื่อประโยชน์ของคนฐานล่างหรือคนส่วนใหญ่ เป็นธุรกิจที่ในวันนี้น่าจะยั่งยืนและพอเพียง แต่มีข้อจำกัดว่าเราต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างความเป็นนามธรรมกับความเป็นรูปธรรม เมื่อแยกได้แล้วก็คิดมูลค่าของความเป็นนามธรรม มารวมกับรูปธรรมให้ได้ เมื่อรวมแล้วก็จะเป็นปริมาณความสุขมวลรวม ซึ่งน่าจะเป็นดัชนีชี้วัดความสุขได้มากกว่านะครับ ถ้าเราหวังทำธุรกิจเพื่อให้ได้กำไรเป็นธนบัตรเพียงอย่างเดียวแล้ว ก็มีแต่ความคิดที่จะกดขี่ผู้อื่นทุกด้านและตลอดเวลาเพื่อให้ได้เงินเท่านั้นเองหรือ

สวัสดีก่อนนอนครับ

แวะมาเยี่ยมเยียนครับ ธุรกิจเครือข่ายที่ร่วมกันสร้างสานเพื่อประโยชน์ของคนฐานล่างหรือคนส่วนใหญ่ เป็นธุรกิจที่ในวันนี้น่าจะยั่งยืนและพอเพียง แต่มีข้อจำกัดว่าเราต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างความเป็นนามธรรมกับความเป็นรูปธรรม เมื่อแยกได้แล้วก็คิดมูลค่าของความเป็นนามธรรม มารวมกับรูปธรรมให้ได้ เมื่อรวมแล้วก็จะเป็นปริมาณความสุขมวลรวม ซึ่งน่าจะเป็นดัชนีชี้วัดความสุขได้มากกว่านะครับ ถ้าเราหวังทำธุรกิจเพื่อให้ได้กำไรเป็นธนบัตรเพียงอย่างเดียวแล้ว ก็มีแต่ความคิดที่จะกดขี่ผู้อื่นทุกด้านและตลอดเวลาเพื่อให้ได้เงินเท่านั้นเองหรือ

สวัสดีก่อนนอนครับ