เช้าวันที่ ๖ มี.ค. ๕๓ ผมไปที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์   เพื่อไปบรรยายเรื่องหลักประกันคุณภาพอุดมศึกษา ให้แก่ ปอมท. (ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์แห่งประเทศไทย)   หลังขับรถวนหาทางเข้าและหาที่จอดเสีย ๒ รอบ   ผมก็เดินไปพบ ศ. ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ ท่านอธิการบดี เข้าพอดี   ท่านทักว่า อ้อ! อาจารย์มาแต่เช้า    ทั้งๆ ที่เวลานั้นเกือบ ๙.๐๐ น. ตามที่ผมได้รับแจ้งว่าเป็นเวลาเริ่มงาน  

          ผมจึงถึงบางอ้อว่า เขาไม่เริ่มงานตามเวลา    โดยมีหลักฐานที่จอดรถส่วนของ ปอมท. ยังว่างอยู่เป็นส่วนใหญ่   จึงเป็นโอกาสดีที่ผมจะได้เข้าไปนั่งหาความสุขในบรรยากาศสงบ ร่มรื่น ลมโชยเย็นสบาย ที่ลานปรีดี ส่วนที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา

          ยิ่งทัศนียภาพฝั่งตรงข้ามคือ รพ. ศิริราช บ้านเก่าของผม ยิ่งทำให้การนั่งเล่นครั้งนี้เป็นการระลึกชาติกลับไปสมัยเรียนแพทย์ที่ศิริราช จบแล้วก็ทำงานที่นั่นอยู่ ๖ ปี   เริ่มวางรากฐานชีวิตของนักวิชาการ นักวิจัย ที่นั่น   ในช่วงเวลาเกือบ ๕๐ ปี อาคารของศิริราชเปลี่ยนไปมาก   เมื่อก่อนอาคารสูงสุดเพียง ๔ ชั้น    เดี๋ยวนี้เต็มไปด้วยตึกสูง   เหลือตึกเก่าๆ ที่อนุรักษ์ไว้ไม่กี่หลัง

          ดังในภาพที่ ๑ อาคารเตี้ยๆ ทั้งหมดเป็นตึกเก่า   ไล่จากหลังคาแดงซ้ายมือสุดคือ อาคารผู้ป่วยนอกเก่า   ที่ตอนผมเป็น นศพ. จนเป็นอาจารย์อยู่ ๖ ปี ก็ออกตรวจผู้ป่วยนอกที่ตึกนี้แหละ   เป็นตึกที่สมัยนั้นไม่ติดเครื่องปรับอากาศ และคนแน่นมาก บรรยากาศจึงทรมานทั้งคนไข้ เจ้าหน้าที่ และหมอ   สมัยนั้นไม่มีอาคารฉุกเฉิน ใช้ส่วนหนึ่งของอาคารผู้ป่วยนอกเป็นบริการผู้ป่วยนอกนอกเวลา ซึ่งหมายถึงตั้งแต่บ่ายไปจนเช้าวันรุ่งขึ้น   ใช้ อินเทิร์น เป็นผู้อยู่เวร   ตอนดึกผู้ป่วยวายก็เข้าไปนอนในห้องนอนเวร   และผมไปโดยผีอำที่นั่น 

          อาคารหลังคาแดงหลังกลางคือหอประชุมราชแพทยาลัย   ตอนผมเป็น นศพ. ก็เป็นอาคารเก่าแล้ว   เวลานี้ได้รับการปรับปรุงภายในติดแอร์เย็นฉ่ำ ซึ่งสมัยผมเป็น นศพ. ไม่มี   ที่ว่างระหว่างอาคารผู้ป่วยนอกเก่ากับหอประชุมฯ เป็นสนามหญ้าไม่กว้างนัก   เป็นที่คณะเชิดสิงโตจากนครสวรรค์มาแสดงถวายในหลวงทอดพระเนตรเมื่อวันที่ ๑๔ ก.พ. ๕๓


          อาคารหลังคาแดงหลังขวามือ คือหอประชาธิปไตย   สมัยผมอยู่เป็นหอพักแพทย์ประจำบ้านชาย   แต่พอมีห้องว่างอยู่บ้างก็จัดให้ นศพ. ชายปี ๓ (ปีรองสุดท้าย) ที่มาจากต่างจังหวัดพักร่วมกันห้องละ ๔ คน  (แพทย์ประจำบ้านอยู่ห้องละ ๑ – ๒ คน) ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้อยู่ด้วย   และหลังจากกลับจากเรียนต่อต่างประเทศแล้ว ผมก็ยังมาอาศัยเพื่อนพักที่นี่อยู่หลายเดือน 


          บรรยากาศที่ลานปรีดีนี้ร่มรื่นมาก   ผมสังเกตเห็นนักท่องเที่ยวฝรั่งเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในธรรมศาสตร์ จากทิศเหนือที่มีสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผ่านลานปรีดี ไปยังท่าพระจันทร์    ท่านอธิการบดีสุรพลบอกผมว่า ท่านจะปรับปรุงและทำให้ทางเดินเส้นนี้ลง Lonely Planet ให้ได้    ผมจึงเอามาแสดงความชื่นชมไว้ 

 

วิจารณ์ พานิช
๖ มี.ค. ๕๓

 

ศิริราช ถ่ายจากลานปรีดี

 

ลานปรีดี

 

อีกมุมหนึ่งของลานปรีดี

 

อนุสาวรีย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประสาธน์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง