กว่าจะไปถึงห้องทำงานได้วันนี้ก็สี่โมงกว่าเกือบๆ ห้าโมงครับ ตล่อนๆ อยู่อาคารข้างๆ แต่พอไปถึงห้องทำงานก็ต้องทำอาชีพหลักครับคือ เซ็นต์เอกสาร ฮือ เซ็นไปพลางก็คิดไปพลางครับว่า เมื่อไรข้าพเจ้าจะหลุดจากตำแหน่งบริหารสักทีหว่า เบื่อจริงๆ กับงานลักษณะนี้ อยากไปทำงานวิชาการเต็มๆ ตัวอีกแล้ว ฮือ หวังว่า เคลียร์พันธกิจสำคัญรอบนี้ได้ คงจะได้กลับไปเป็นอิสระอีกรอบ ขออีกแค่รอบเดียวครับ จะไม่ขอกลับมาอีกแล้ว ฮาฮาฮาฮา

เสร็จจากกองเอกสารก็เดินตามหางานครับ ฮือ ช่วงนี้งานมันไม่ประติประต่อกันเท่าไรครับ เพราะจับโน้นได้นิดจับนี้ได้หน่อย ฮือ แต่โรคเก้อยังไม่หายครับ เดินไปหาคนคุยด้วยไม่ได้เลย ฮือ ชีวิต!

พักเที่ยง รอบนี้ทานอาหารวงใหญ่ครับ ได้คุยกับท่านผู้ใหญ่เรื่องโครงการวิจัยทวิภาษา ฮือ ท่านยอมรับผลของทวิภาษาครับ ซึ่งผมก็จำได้ว่า ผมไม่ได้ปฏิเสธว่า โครงการนี้ทำได้ผลจริง เพียงแต่มันมีอีกหลายเหตุผลที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่ไปด้วย ผมก็ยอมรับครับว่า ในฐานะนักวิชาการ (ไม่แน่ใจว่าเป็นผมเป็นตัวปลอมหรือเปล่าเหมือนกัน) ผมก็ทำได้แค่ให้ข้อมูลและทางเลือกเท่านั้นแหละ คนตัดสินใจเป็นคนอื่น แต่ประเด็นที่คุยวันนี้ทำให้ผมนึกไปถึงประเทศมาเลเซียครับ เดิมภาษามลายูใช้อักษรยาวีครับ แต่ต่อมาเพื่อให้ง่ายกับผู้มาปกครองจึงมีการพัฒนาระบบเขียนอักษรโรมันขึ้น ถามว่าตอนนี้เป็นงัย คำตอบคือ มีหลายๆ องค์กรพยายามเรียกร้องให้คนมาเลย์หันกลับมาใช้อักษรยาวี ซึ่งเป็นอักษรของบรรพบุรุษครับ แต่เส้นทางนั้นมันยาวไกลไปเสียแล้วครับ จนกระทั่งครั้งหนึ่งที่ผมไปเก็บข้อมูลที่กลันตัน คนๆ หนึ่งพูดกับผมว่า คนมาเลย์ใช้อักษรรูมีย์ (โรมันนั้นแหละครับ) ส่วนอักษรยาวียกให้คนปัตตานีแล้วกัน

วันนี้ในสังคมมุสลิมใน จชต. เริ่มที่เปิดรับสิ่งที่เป็นนวัตกรรมใหม่ครับ (ตอนนี้แค่เริ่ม) เพราะส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับภาษาไทยมากขึ้น โดยวางเงื่อนไขไว้ที่ว่า ภาษามลายูก็ยังอยู่ได้ แต่สำหรับผมๆ อาจจะคิดมากไปก็ได้ครับว่า ต่อไปใครจะอ่านหนังสืออักษรยาวี ในเมื่อภาษามลายูเขียนด้วยอักษรไทยก็มีแล้ว ถึงตอนนั้น ภาพจะเป็นเหมือนมาเลเซียหรือเปล่า? ฮือ แล้วแต่ใครจะคิดคำตอบละครับ

ซึ่งเมื่อมันก้าวไปอีกจุดหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ก้าวที่ไกลมากนัก ผมคิดว่า คนกลุ่มหนึ่งจะนำเอาตาดีกามาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเพื่อการอนุรักษ์ภาษามลายูครับ ซึ่งมันคนละทางกับที่ผมอยากให้เป็นครับ ในใจผม ผมอยากให้เรื่องของศาสนาถูกนำไปอยู่ในโรงเรียนแทนที่ที่จะต้องแยกมาสอนในตาดีกาครับ และผมก็อยากจะเปลี่ยนตาดีกาให้เป็นโรงเรียนแห่งครอบครัว เป็นที่ที่ใช้สำหรับการทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัวในบริบทแห่งคำสอนของศาสนา (ฮา ผมก็คิดไกลเป็นเหมือนกัน)

เรื่องนี้คนในพื้นที่ คนที่เป็นเจ้าของภาษาต้องตอบคำถามและหาทางเลือกเองครับ ผมแค่พูดได้ แต่ไม่มีสิทธิเลือก ออ. ผมมีแค่สิทธิที่จะเลือกให้ลูกๆ ผมเท่านั้นเอง ฮา

ช่วงบ่ายประชุมกรรมการบริหาร ม. ฮือ พอได้ทบทวนงานตัวเองบวกกับข้อสังเกตหลายๆ ข้อ เห็นเลยครับว่า งานผมเละเทะจังเลย ฮือ ประชุมไปคิดไปครับ งานนี้สงสัยต้องปรับกระบวนท่าใหม่เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินคำปรารกของท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิเทศน์ฯ (วันนี้ท่านเป็นประธานที่ประชุม) ที่ระบุว่าท่านอธิการบดีและท่านเองเป็นห่วงงานในความรับผิดชอบของผม ไม่อยากให้ผมรับงานอื่นมากไปกว่านี้ เพราะภารกิจนี้สำคัญมาก ผมก็เลยฉุดคิดขึ้นได้ครับ "ใช่แล้ว" ถ้าไม่ได้ยินเสียงวันนี้สงสัยผมจะเดินหลงทางไปอีกไกล ฮาฮาฮา

"ททท" (ของอาจารย์ jj) คงต้องเอามาใช้แล้วละครับ ฮือ แต่ว่าก่อนลงมือทำคงต้องปรับกระบวนท่าก่อน ใครมีท่าดีๆ ที่ไม่เหลว แนะนำได้ครับ