พิธีแต่งงาน แบบเมืองเลย


       ก็เป็นเหตุให้ขึ้นไปเที่ยวเมืองเลยอีกรอบ เพราะคุณพี่ชายโทรมาชวนไปงานแต่งงาน ที่ไกลมาก เพราะไปจีบสาวเมืองเลยไว้ ก็เลยเป็นโอกาสพาแม่และลูกสาวไปเที่ยวด้วย ก็ตระเวณเที่ยวมาทั้งวัน บ่ายๆก็แวะเข้าบ้านเจ้าสาว แล้วก็นั่งคุยๆกับญาติเจ้าสาวที่กำลังตระเตรียมงานที่ไม่รู้จะช่วยอะไร เพราะประเพณีทางเมืองเลยจะต่างจากนครสวรรค์บ้านเรา ก็ดูๆ คุยๆ ตามภาษาคนสงสัย..คุณตาก็พยายามเล่าให้ฟังด้วยภาษากลาง แล้วก็ถามเราว่าเข้าใจมั้ย เราก็เลยบอกคุณตาว่า พยายามอยู่ค่ะ ถ้าไม่รู้จะถามอีก ก็พอได้ความว่า

วันนี้ที่เตรียมกันอยู่เนี่ย..กำลังทำบายศรีกันอยู่ แต่คนที่จะทำได้ต้องเป็นคนที่มีประวัติชีวิตแต่งงานดี ..แม่เราเลยอดช่วยทำ เพราะเป็นแม่หม้าย  ห้ามทำ แล้วคุณยายก็นำฝ้ายมาทำสายสินธุ์ผูกข้อมือกันเอง  ในบายศรีจะมีใบคูณ มีดอกดาวเรือง  ดอกกุหลาบ แล้วคืนนั่นต้องมีคนนอนเฝ้าบายศรีด้วยป้องกันการขยับเคลื่อนที่ของ "พาขวัญ" หรือก็คือชุดบายศรีนี่ล่ะ

   เช้าเจ้าบ่าว เจ้าสาวก็แยกกันไปแต่งตัว เจ้าบ่าวให้นั่งนิ่งๆ หลังแต่งตัวเสร็จแล้ว ไม่ให้เดินไปเดินมา  รอจนกว่าพ่อหมอจะมารับไปยืนทำพิธีแห่ขันหมากมาสู่ขอเจ้าสาว  ..แล้วมีต้นกล้วย อ้อยแล้วก็กิ่งเฟื่องฟ้าให้ถือไว้

   พอพ่อหมอมาถึงก็พาไปทำพิธีไหว้ 4 ทิศด้วยบทไหว้ที่เป็นภาษาท้องถิ่น ครบแล้วก็นำเจ้าบ่าวที่มาพร้อมขบวนขันหมากล้างเท้าบนหญ้าแพรกที่วางบนก้อนหินใหญ่  ไม่มีพิธีกั้นประตูเงินประตูทองแบบบ้านเรา

   จากนั้นก็ทำพิธีพาขวัญด้วยพ่อหมอเป็นผู้นำทำพิธี พอเสร็จก็มีการปั้นข้าวเหนียวใส่ไข่ต้มป้อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาวคนละ 1 คำแล้วก็มีการผูกข้อมือ เป็นเสร็จพิธี เลี้ยงอาหารแขกที่มาร่วมงาน เช้าวันรุ่งขึ้นจึงทำบุญเลี้ยงพระที่วัดกันเองค่ะ

ก็เรียบง่ายดี แล้วบายศรีก็จะเก็บไว้ในห้องหอของบ่าวสาวอีก 3 คืน แล้วให้นำไปทิ้งได้เลย ห้ามเก็บไว้ค่ะ

หมายเลขบันทึก: 346342เขียนเมื่อ 22 มีนาคม 2010 22:16 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 22:38 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี