คุณสุเรียนฯ ส่งร่างจดหมายและข้อเสนอในหนังสือที่วันนี้นำโดย นางสาวชลธิชา ชัยเสน ประธานเครือข่ายเยาวชนลุ่มน้ำสมุน และเพื่อน ๆ เยาวชนจะนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้รับแล้วขอนำมาแบ่งปันที่นี่เพื่อให้เรียนรู้ สำหรับความเห็นจะได้ให้ไว้ในกระดานต่อไป ( ที่ขีดเส้นใต้นั้นผมเป็นผู้จัดทำขึ้นเองครับ )
ด้วยสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในลุ่มน้ำสมุน
มีปริมาณไม่เพียงพอต่อการใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตร ซึ่งในปีนี้มีวิกฤตรุนแรงกว่าทุกปี กอปรกับสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะปัญหาภัยธรรมชาติ ในเรื่องต่างๆ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำกันทั่วหน้ารวมถึงผู้ปกครองของเยาวชนด้วย ดังนั้นเพื่อปรับตัวและมีส่วนร่วมในการป้องกัน แก้ไขและมีส่วนร่วมของทุกคนในลุ่มน้ำสมุน เยาวชนเครือข่ายลุ่มน้ำสมุนจึงรวมตัวกันที่จะทำกิจกรรมที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และลำน้ำสมุนนั่นถือเป็นสายเลือดสำคัญที่หล่อเลี้ยงประชาชนจำนวนมากและมีประวัติศาสตร์คู่กับเมืองน่านมาอย่างยาวนาน
ด้วยเหตุนี้กลุ่มเยาวชนอันประกอบด้วย ตำบลสะเนียน ตำบลถืมตองและตำบลไชยสถาน จำนวน 3 ตำบล จึงรวมตัวกันในนามเครือข่ายเยาวชนลุ่มน้ำสมุนร่วมกันจัดกิจกรรมขึ้น ซึ่งได้จัดกิจกรรมสำรวจป่าลุ่มน้ำสมุนเป็นกิจกรรมแรกที่เริ่มต้นดำเนินงานในวันอาทิตย์ที่ 21 และวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2553 เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้ถึงสภาพปัจจุบันของลุ่มน้ำสมุนและได้นำเสนอประเด็นการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น 10 ประเด็น อันจะนำไปสู่การขยายแนวร่วมเครือข่าย แก้ไขปัญหาและเผยแพร่ความรู้ต่อสาธารณชนต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและนำไปสู้การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริงต่อไป
ประเด็นนำเสนอในการแก้ไขปัญหา
1. แก้ปัญหาภัยแล้ง (ระยะสั้นและระยะยาว)
2. แก้ไขพื้นที่ทำกินของคนที่อยู่ต้นน้ำให้บุกรุกป่าน้อยลง
3. สภาพป่าไม้ต้องมีเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นเท่านั้น
4. การเผาป่าและการใช้สารเคมีลดลง ให้ความรู้ที่เป็นทางเลือกแทนการทำลาย
5. ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา ไม้สัก ไม้ลวก หวาย กล้วย ฯลฯ
6. ปลูกจิตสำนึกให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและนำไปสู่การ
มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง (การลุกขึ้นมาของชาวบ้านเอง)
7. ให้รัฐเป็นผู้รับผิดชอบจัดลำดับของการพัฒนาให้ชัดเจน เช่น แบ่งโซนพื้นที่ป่า
อนุรักษ์ ป่าเศรษฐกิจและ ป่าชุมชน เป็นต้น
8. มีกติการ่วมกันในการใช้ทรัพยากรระหว่างรัฐกับชุมชน
9. ขอให้มีคณะกรรมการจัดการแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำสมุนโดยคนในชุมชนลุ่มน้ำสมุน
10. ผลักดันให้ต้นน้ำสมุนที่มีปัญหาเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการปิดทองหลัง สืบสานแนวพระราชดำริ พระจังหวัดน่าน

ประมาณ ๑๓.๔๐ น.วันที่ ๒๒ มี.ค.๒๕๕๓ นางสาวชลธิชาฯ และคณะได้ยื่นหนังสือให้นายเกษม วัฒนธรรม รอง ผวจ.น่านผู้แทน ผวจ.น่าน จากนั้นได้เข้านำเสนอปัญหาให้นายมนัส โสกันนิกา ปลัด จ.น่าน ที่ห้องทำงาน
วันที่ 8 เม.ย.53 นี้ จังหวัดมีหนังสือเชิญผู้นำชุมชนทั้ง3ตำบล(ไชยสถาน ถืมตอง สะเนียน) ร่วมหารือหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เด็กๆเสนอที่ อบต.สะเนียน เวลา 09.00 น.ครับ
คุณสุเรียนครับ รับทราบ ขอขอบใจ ถือเป็นโอกาสดี ขอให้ร่วมติดตามต่อเนื่อง
เกี่ยวกับการขับเคลื่อน ต่อไปคงไม่เป็นไฟไหม้ฟาง ใช้ทุก ๆ ช่องทางสื่อสารสร้างสรรค์
เมื่อวานนี้ได้พูดกับกำนัน ต.ดู่ใต้ ในฐานะที่อยู่ปลายน้ำ และ กำนัน ต.สะเนียน ในฐานะที่อยู่ต้นน้ำ
มองว่าวันประชุม ไชยสถาน ถืมตอง สะเนียน ยังไม่เพียงพอเพราะลุ่มน้ำสมุนผ่าน ต.ผาสิงห์ และ ต.ดู่ใต้ รวม ๕ ตำบล
ในวันที่ ๗ เม.ย.จะมีการประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำน่าน จังหวัดน่าน ที่ อ.ท่าวังผา สำหรับวันที่ ๘ เม.ย.มี ๒ งาน
คืองานที่คุณสุเรียนแล้วมา และในวันที่ ๘ เม.ย.จะมีการประชุมดูแลแก้ไข ลุ่มน้ำแหง ณ ที่ว่าการ อ.นาน้อย จ.น่าน ด้วยครับ
เครือข่าย ทสม.จ.น่าน รับประสานสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๙ ให้ส่งผู้แทนร่วมสังเกตการณ์และมีส่วนร่วมในการประชุมด้วย
กำลังติดตามสอบถามอยู่ว่า สืบเนื่องจากเรื่องที่บันทึก จังหวัดจัดประชุมเมื่อ ๘ เม.ย.ศกนี้ ที่ อบต.สะเนียน นั้นมีความคืบหน้าประการใด
5. ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา ไม้สัก ไม้ลวก หวาย กล้วย ฯล
การที่ส่งเสริมให้ปลูกพืชเศรษฐกิจ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่บางครั้งก็ควรดูลักษณะภูมิอากาศ ภูมิประเทศด้วย ว่าพืชที่จะส่งเสริมให้ปลูกชอบสภาพอากาศและภูิประเทศอย่างไร เช่นยางพาราต้องการปริมาณน้ำฝนอย่างต่ำ 2000 มิลลิเมตรต่อปี แต่จังหวัดน่าน ปริมาณน้ำฝนปีๆหนึ่งอยู่ในช่วง1200-1600 หากเพียงแต่ส่งเสริมโดยลืมดูความสัมพันธ์ระหว่างพืชเพาะปลูกกับพื้นที่ ผลที่ได้ก็อาจจะได้ไม่คุ้มเสียนะค่ะ ถึงแม้ว่าอาจจะได้ผลผลิตบ้างแต่อาจไม่มากพอที่จะทำเป็นพืชเศรษฐกิจหรือปล่าว อันนี้ฝากคิดนะ
ขอบคุณข้อห่วงใยที่น่าสนใจจากคุณ Liya มา ณ โอกาสนี้จะนำไปเผยแพร่ต่อ