หายไปหลายวันครับ กำลังรีบเร่งทำงานชิ้นสองชิ้นให้เสร็จ ปกติถ้าแค่เสร็จก็คงไม่เท่าไรครับ แต่บังเอิญรอบนี้มันเร่งกับเวลาจริงๆ แถมด้วยงานจร งานชิ้นเล็กๆ อีกสารพัด แต่ด้วยความรีบมันก็เกิดอะไรขึ้นมากับชีวิตแบบแปลกๆ ก็เยอะเหมือนกันครับ ตั้งแต่วันก่อนที่เล่าไปแล้วว่าไปนั่งเฝ้าห้องประชุมอยู่เกือบๆ ชั่วโมง ฮือ วันต่อมาก็กลับเข้าห้องทำงาน เอกสารให้เซ็นเต็มโต๊ะเลยครับ แต่พอจะลงมืออ่านและเซ็นหนังสือ แขกสำคัญก็มาเยี่ยมถึงห้องทำงานครับ ท่านคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ความจริงท่านโทรหาแจ้งความประสงค์จะคุยกับผมหลายครั้งแล้วครับ แต่ไม่มีโอกาสได้คุย รอบนี้ท่านมาจังหวะเหมาะกับอยู่ที่ห้องพอดี เลยได้คุยกัน

จากการพูดคุยก็พบว่ามีหลายประเด็นครับที่ผมลืมทำไปตามหน้าที่และอีกหลายเรื่องที่ไม่รู้จริงๆ คุยกับท่านคณบดีไปเกือบๆ ชั่วโมงครับ เริ่มเซ็นหนังสือได้สองฉบับครับ เจอหนังสือเชิญประชุม อ้าว วันนี้นี่ เก้าโมง แต่ตอนนี้มันสิบโมงแล้ว (ทำไมไม่มีคนแจ้งล่วงหน้าเลย) จึงต้องทิ้งหนังสือฉบับอื่นๆ ไว้ แล้วก็วิ่งขึ้นไปห้องประชุม 

(รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ดำเนินการประชุมประเมินแผนการพัฒนาบุคลากร)

ไปถึงก็ตกตะลึงครับ ทำไมในห้องประชุมกลายเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ก็พยายามใช้ความกล้าเดินเข้าห้องประชุมไป เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาครับ ของอาจารย์ประชุมชั้นสี่ คณะวิทย์ฯ ครับ ฮือ อยากร้องให้ รีบปั่นจักรยานไปคณะวิทย์แล้วก็ปีนขึ้นชั้นสี่ ฮา

(ห้องประชุมค่อยไปทางใหญ่เมื่อเทียบกับผู้ประชุมครับ ถ่ายรูปแล้วดูคนประชุมน้อย)

เริ่มการประชุมก็งงๆ กับเนื้อหาการประชุมนิดหนึ่ง (ความจริงมากครับ ฮา) คุยอะไรกันหว่า แต่คิดว่าอาจจะเพราะขาดประชุมเมื่อครั้งที่ผ่านมากระมัง เอ๋ นี่มันประชุมประเมินแผนพัฒนาบุคลากรหรือเปล่าเนี๊ยะ เสร็จประชุมโน้นแหละครับ จึงได้ซักถามหัวหน้ากองการเจ้าหน้าที่ว่าเรื่องนี้มันเป็นมาอย่างไรกัน ฮา

ช่วงบ่ายเป็นการประชุมเตรียมการสำหรับคณะศึกษาศาสตร์ครับ งานนี้เกือบครบทีมครับ ผมทำหน้าที่เป็นเลขาฯ การประชุมครับ (แต่จนถึงตอนนี้รายงานประชุมยังไม่เสร็จเจ้าค่า) ดูแนวโน้มคณะศึกษาศาสตร์แล้วไปได้สวยครับ ที่สำคัญนโยบายรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการคือ โอนสารัตถศึกษามาอยู่ที่ศึกษาศาสตร์ด้วย ฮิฮิ มีแววว่า คนบางคนจะได้กลับมาร่วมบ้านกันอีกครั้ง ฮิฮิ (อย่าเพิ่งลาออกไปไหนก่อนละ ฮิฮิ)

(รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวิทย์ฯ)

วันศุกร์และเสาร์ได้กลับมาเป็นอาจารย์เต็มตัวครับ เริ่มสอนซัมเมอร์แล้ว อัลฮัมดุลิลลาห์ที่หัวหน้าสาขาวิชาเห็นใจในภาระงานที่รับผิดชอบ เลยให้สอนเพียงกลุ่มเดียว แต่นั่นแหละครับสองวันเต็มๆ (วันหยุดอย่างเป็นทางการหายไปแล้ว)

ส่วนวันนี้ออกจากบ้านแต่เช้าครับไป มอ.ปัตตานี ตามนัดหมายเดิมครับคือเป็นวิทยากรอบรมอีบุ๊ค ฮาฮาฮา (อยากหัวเราะ) ไปแล้วไม่เจอใคร ไหนว่าอบรมสี่รุ่น ทำไมรุ่นสี่ไม่เห็นมีใคร แถมด้วยไม่มีใครโทรบอกว่าไม่มีอบรม ฮือ นั่งทำงานอยู่หน้าศูนย์คอมฯ รอไปได้หนึ่งชั่วโมงเต็มครับ แน่ใจว่าไม่มีอบรมแน่ๆ เลยกลับบ้านดีกว่า (ไม่รู้เป็นอะไรจริงๆ ครับ เจออาการคล้ายๆ กันแบบนี้มาสามครั้งติดต่อกันแล้ว วัยรุ่นเซ็งเลย)

(สองผู้ยิ่งใหญ่ครับ ก่อนประชุมยังนั่งด้วยกันได้นะครับ)

เปลี่ยนแผนครับ ใจหนึ่งจะกลับไปทำงานที่มหาวิทยาลัย แต่ก็นึกได้ว่า ยังไม่มีวันหยุดนี้หว่า ขอหยุดวันอาทิตย์สักวันแ้ล้วกัน จึงเปลี่ยนใจจะเอารถไปล้างครับ ขับออกจาก มอ.ได้นิดเดียว มีคนโบกรถครับ ฮา บัง (พี่) ตูแวดานียา มือรีงิง นักข่าว นักจัดรายการวิทยุภาคภาษามลายูชื่อดังในพื้นที่สามจังหวัดครับ คนนี้ใช่ใครที่ไหนครับ พี่เมทผมเองสมัยเรียน มอ.ปัตตานี เลยถูกชักชวนให้หาที่จอดรถครับ แล้วลงไปจิบกาแฟร้านบังนูฮ์ หน้า มอ. 

(อ.มะยูตี ดือรามะ หัวหน้าสำนักวิจัยฯ คนใหม่ครับ)

ไหนๆ ก็พูดถึงบังตูแวแล้วก็ขอแนะนำเว็บไซด์สำนักข่าวอามานหน่อยนะครับ เพราะเป็นกลุ่มนักข่าวที่บังเขาร่วมตัวกันนำเสนอข่าวสาร โดยเฉพาะทางภาคใต้สู่พื้นที่สาธารณะครับ แวะไปเยี่ยมชมผลงานกันได้ที่ http://thai.amannews.org/ ครับ

(ดร.มูฮำมัสสกรี มัดยุนุ หัวหน้าสาขาวิชาชีพครูครับ)

กลับจากปัตตานีก็ไม่ได้แวะเข้าบ้านครับ ก็ไหนๆ เป็นวันหยุด (โดยบังเอิญ) แล้ว เลยพาครอบครัวไปซื้อปลามาเลี้ยงครับ ทีแรกตั้งใจจะซื้อลูกปลาทับทิมมาเลี้ยงครับ แต่หาร้านไม่เจอ (สงสัยจะปิดวันอาทิตย์) ทีแรกตั้งใจจะมาใหม่วันหลัง แต่ต้องเปลี่ยนใจครับ เพราะลูกๆ เริ่มบ่นว่า "เห็นมัยถ้ามากับรถอาบีย์แล้ว หาร้านปลาไม่เจอ อาบีย์ซื้อรถใหม่ได้แล้ว เอารถกะบะสีดำนะ"  (ตอนนี้ทั้งอิลฮามและเตาฟิกครับ อยากได้รถใหม่เป็นรถกะบะ) ก็เลยต้องพิสูจน์ให้ลูกๆ เห็นว่า รถคันนี้ก็หาร้านซื้อปลาเจอ (จะได้ไม่ต้องซื้อรถใหม่ ฮา) เลยพาไปร้านปลาสวยงามแทน ตกลงว่า ซื้อปลาคราฟมากครับ ตั้งใจจะเลี้ยงตั้งแต่ตัวเล็กๆ เลยครับ ดูสิว่าจะโตหรือเปล่า (หรือว่าตายก่อน)

(อ.ซอลีฮะห์ หะยีสะมะแอ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะศิลปศาสตร์ฯ มาร่วมประชุมอย่างรีบเร่ง พร้อมกับเสียงบ่นว่า งานยุ่งจนเวลาทานข้าวก็ไม่มี สู้สู้ครับท่าน)

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้คือ ลงทุนปลูกหญ้าหน้าบ้านครับ คนมาทำให้ก็เสนอว่าน่าจะมีอ่างเลี้ยงปลาด้วย เมื่อวันวานเขาเลยมาทำให้เรียบร้อยแล้วครับ วันนี้เลยต้องไปหาปลามาลงในอ่าง เสียดายว่า น้ำในบ่อมันขุ่นครับ (ฝนตกหลายวัน) ปล่อยปลาลงปุ๊บก็มองหาปลาไม่เจอแล้ว ฮา

(สุดท้ายสองผู้ยิ่งใหญ่ต้องนั่งกันคนละมุมครับ ฮิฮิ)