ลักษณะชีวิตที่ดี คือรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืน และต้องเป็นลักษณะชีวิตที่สร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่สังคม เป็นต้นแบบที่ดีงาม ที่พร้อมจะถ่ายทอดสู่คนรุ่นต่อๆ ไป

  

การค้นหาตัวตนของฅนเดินทาง

 

   
     ฉันชอบและประทับใจในเนื้อหา ความหมายของบทเพลงนี้มาก ๆ จึงใช้เป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองเสมอ  หลายท่านคงเคยฟังบ่อยๆ คลิก play นะคะ จะร้องคลอไปด้วยก็ได้ค่ะ 

  

       ความสำเร็จกับความล้มเหลวของชีวิต เป็นเครื่องวัดคุณสมบัติของมนุษย์แต่ละคนได้เป็นอย่างดี   คนที่มีชีวิตอยู่เพื่อนำพาตนเองไปให้ถึงเป้าหมายในชีวิต มักจะมีอุดมการณ์และอุดมคติหลักประจำใจ คือ  “ชีวิตคือการต่อสู้”   คือ  ต้องต่อสู้เพื่อความสำเร็จในทุกสิ่งที่กระทำ  ไม่ใช่ต่อสู้เพื่อความล้มเหลวอย่างแน่นอนใช่ไหมคะ???
     
      ทั้งนี้ การที่เราจะต่อสู่เพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จ ได้ นั้น  เราต้อง ค้นพบตัวตนของตนเอง ให้ได้เสียก่อน   จึงจะเดินทางไปสู่ความ สำเร็จที่งดงามนั้นได้  
  
 
(ภาพนี้อาจไม่เกี่ยวกับบันทึกนี้  แต่อยากเอามาใส่ไว้ เพราะชอบค่ะ) 
 
 
  ไม่ว่าคุณจะแปลผลลัพธ์ของความสำเร็จว่าอย่างไร  นั่นก็คงแล้วแต่มุมมองและจุดยืนในชีวิตของท่านนะคะ  ไม่ว่าจะเป็นความร่ำรวยขึ้น ดีขึ้น  มีความสุขขึ้น หรืออื่นๆ ใดก็ตามแต่   ฉันคิดว่าความสำเร็จนั้นล้วนต้องใช้สติปัญญา ความรู้  ทักษะความสามารถ ช่องทาง  เวลา และโอกาส  ผนวกกับจิตใจที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ด้วยกันทั้งสิ้น 
 
  
      การใช้สติปัญญาของมนุษย์เพื่อสร้างสำเร็จให้ตนเองนั้น  ฉันขอใช้คำว่า “รอบรู้”   เพราะความรอบรู้  จะต้องใช้กลไกลทางปัญญา ความตั้งใจในการศึกษาเรียนรู้ บวกกับความสามารถในการเรียนรู้ จึงจะเป็นผู้รอบรู้ได้  
       และการจะเป็นผู้รอบรู้นั้น ต้องรู้จักใช้สติปัญญาคิดตาม และทำความเข้าใจในสิ่งที่ตนเองกำลังเรียนรู้และศึกษาด้วยความเข้าใจสิ่งนั้นๆ  ไม่ใช่เพราะรู้มากและจำเก่งเท่านั้น


       เราจึงจำเป็นต้องหมั่นฝึกฝนพัฒนาตนเอง ให้มีความสามารถ ในการใช้สติปัญญาในแบบฉบับที่เรียกว่า ความรอบรู้  เริ่มด้วย ต้องรู้จักคิด  คิดให้เป็น ช่างสังเกต  ฝึกให้ตนเองมีมุมมองในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และต้องมองอย่างสร้างสรรค์  กว้าง ลึก  ไม่มองสิ่งใดเพียงมิติเดียว  ต้องคิดทั้งระบบ คิดแบบองค์รวม และต้องสามารถเชื่อมโยงความคิดไปสู่อีกสิ่งหนึ่งอย่างมีเหตุผลและสอดคล้องกัน

 

   

       คุณสมบัติที่กล่าวมายืดยาวนี้   ฉันเชื่อว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเราประสบความสำเร็จได้  ไม่รู้ว่าฉันคิดง่ายไปหรือเปล่านะคะ  คือฉันใช้วิธีการแบบนี้ในการสอนนักเรียนของฉัน  เวลาที่ฉันสอนนักเรียนทำงานทุกอย่าง  ฉันจะให้เขาวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ ฝึกคิด สังเกต  และมีการเชื่อมโยงบูรณาการ  ซึ่งมันได้ผล   ลูกศิษย์เขาฝึกฝนในสิ่งฉันที่พร่ำสอน  บ่มเพาะ และปลูกฝัง  เขาประสบความสำเร็จในงานที่เขาทำเกือบทั้งสิ้น 
  
                          

   

        เราจะเห็นได้ว่า การเดินทางสู่ความสำเร็จในกิจการงานต่างๆ  เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เราฝึกฝนได้ แต่อาจจะต้องใช้เวลา  เหมือนวิธีการที่ฉันฝึกฝนนักเรียนของฉัน จนเขาสามารถที่จะพัฒนาตนเอง  เปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นผู้มีสติปัญญาและรอบรู้ได้ตลอดเวลา 
 
        ถ้าเราไม่ทำตัวเป็น “ชาล้นถ้วย”  หรือ “น้ำที่เต็มแก้ว”  ที่ไม่พร้อมที่จะรับอะไรใหม่ๆ ได้อีก   อย่าลืมนะคะว่า  “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว”  มีอุปสรรค ขวากหนาม ทิ่มแทงบ้าง ก็อย่าท้อนะคะ  ค่อยๆ ฝึก และก้าวเดินไปอย่างมั่นคง  ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมสำเร็จและงดงามเสมอ
 
 
  
 
     ฉันคิดว่า “ฉันค้นพบตัวตนได้เร็วนะ  ตั้งแต่เป็นเด็ก เริ่มเรียนชั้นประถม ฉันก็พบว่า ฉันอยากเป็นครู”  ถ้าใครติดตามอ่านบันทึกแห่งความทรงจำของฉันมาตั้งแต่บันทึกแรก คงทราบดี  (แต่ใครยังไม่เคยอ่าน ก็ยินดีนะคะ... แล้วคุณจะรู้จักตัวตนของฉันดีขึ้นค่ะ)  
 
      เพราะฉันได้รับการอบรมสั่งสอนและปลูกฝังจากครูที่มีความเป็นครูอย่างแท้จริง ทำให้ฉันศรัทธาและรักที่จะเป็นครู  เหมือนคุณครูของฉันทุกคนตั้งแต่วัยเยาว์ จนถึงครูอาจารย์ในระดับมหาวิทยาลัย 
  
 
 
       อย่างไรก็ตาม นิยามของคำว่า ความสำเร็จของชีวิตในความหมายของฉัน  คือ  การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต  แม้ว่าฉันจะมีสุขภาพร่างกายไม่ดีนัก ขี้โรค   แต่ฉันไม่เคยทำให้ใครๆ  คิดว่าฉันป่วย  คนที่ไม่ได้ใกล้ชิด จะไม่ทราบว่าฉันสุขภาพไม่ดี   ทุกคนคิดว่าฉันแข็งแรงสุดๆ  โคตรแข็งแรง โคตรแกร่ง   ฉันไม่ได้แสแสร้ง   แต่ฉันฝึกฝนจิตใจให้มีความสุขกับทุกๆ สิ่งได้   อยู่กับความเจ็บป่วยได้โดยไม่ต้องไม่ทุกข์กับมัน  “จิตเป็นนาย  กายเป็นบ่าว”   ฉันเป็นคนที่ไม่เรื่องมาก  ไม่คิดเล็กคิดน้อย หรือหยุมหยิม  ยิ้มได้ทุกสถานการณ์  และให้ความรักความจริงใจกับทุกๆ คน   แต่ความอ่อนไหวง่ายและขี้แย เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ  อันนี้มันเป็นเองโดนอัตโนมัติ  เค้าเรียกว่าอ่อนโยนนะ ไม่ได้อ่อนแอ ฮิ ฮิ 
                         

 

  

         แม้ว่าฉันจะไม่ร่ำรวยจากอาชีพครู   แต่ฉันว่าฉันร่ำรวยความสุข  มีความสุขกับงานที่รัก ความสุขที่เห็นลูกศิษย์แต่ละรุ่น จบการศึกษาไปแล้ว พวกเค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดี   ซึ่งลูกศิษย์รุ่นแรกในชีวิตครูของฉัน  มีอายุอ่อนกว่าฉันเพียง 2 ปีเท่านั้น   หากนับกันจริงๆ แล้ว  เราสามารถเป็นเพื่อนกันได้เลย  (เพราะฉันเรียนก่อนเกณฑ์)  แต่พวกเค้าก็ยังรักและเคารพฉัน  เพราะฉันเป็นครูของเขา  และความสุขที่สำคัญที่สุด คือ ครอบครัว ที่ประกอบด้วย แม่ น้อง ลูก และคู่ชีวิต
 
 
 
 
ลักษณะชีวิตที่ดี คือรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืน และต้องเป็นลักษณะชีวิตที่สร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่สังคม เป็นต้นแบบที่ดีงาม ที่พร้อมจะถ่ายทอดสู่คนรุ่นต่อๆ ไป
 
  
  
  การเดินทางค้นหาตัวตน  เพื่อไปสู่ความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน 
และจบลงด้วยความสุข  จะเป็นการเดินทางที่แสนพิเศษจริงๆ ค่ะ  
 
      
 
  
  
    ฉันเองก็ยังเดินทางไม่ถึงเป้าหมายหรอกนะคะ 
แต่ก็จะค่อยๆ ก้าวเดินไป.... จะเป็นนักเดินทางที่ค่อยๆ เดินทางอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง  ด้วยความมุ่งมั่น ศรัทธา  แข็งแกร่ง พากเพียรพยายาม อดทน และเก็บเกี่ยวความสุขระหว่างทางไว้ด้วย   โดยไม่เดินดุ่มๆ อย่างรีบเร่ง จนลืมมองสิ่งรอบตัวที่สวยงามระหว่างทาง เพราะความสุขของวันสุดท้าย  มันคือการสะสมความทรงจำที่ดีงามระหว่างทาง  ขอเพียงไม่ท้อ  ฉันเชื่อว่าสิ่งที่แสนพิเศษจากการเดินทางรอเราอยู่ค่ะ ซึ่งมันหอมหวานยิ่งนัก   
 
   
 
 ไม่มีใครรู้จักตัวเราดีเท่าตัวเราเอง
 คนที่รู้จักเราดีมากที่สุดคือตัวเรา
 ชีวิตจึงเป็นของเรา
 ทุกเรื่อง จึงเป็นเรื่องที่เราต้องกำหนดเอง
 บนพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมของเราเอง
 เส้นทางชีวิตจะดีหรือไม่นั้น
 ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ
 ของเราคนเดียวเท่านั้น
 ดังนั้น  “จงอย่าเสี่ยงที่จะนำชีวิต
 ไปขึ้นอยู่กับการกำหนดของคนอื่น”
 เราต้องกำหนดชีวิตด้วยตนเอง
   
   ขอเป็นกำลังใจให้กับนักเดินทางทุกท่าน  ขอให้เดินทางด้วยความมั่น ศรัทธา  แข็งแกร่ง อดทน พากเพียรพยายาม  แล้วคุณจะพบว่า  สิ่งที่แสนพิเศษรอคุณอยู่
 
   
 
บันทึกโดย: ครูใจดี 

แรงบันดาลใจจาก : ความทรงจำที่งดงามตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน