กลับตาลปัตร......vi. to turn upside down, to undergo a change in the opposite direction, to make an aboutface
ผิดความคาดหมายอย่างตรงกันข้ามแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ
[กฺลับตาละปัด] ว. ผิดความคาดหมายอย่างตรงกันข้ามแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ.
ในพิธีกรรมเช่นในเวลาให้ศีล ต่อมาอนุโลมเรียกพัด
ที่ทําด้วยผ้าหรือไหมซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น
ว่า ตาลปัตร ด้วย, ตาลิปัตร ก็ว่า. ไม่ใช้วัสดุอย่างอื่น
*****
คำว่า “ตาลปัตร” หมายถึงพัดสำหรับพระใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น ในเวลาให้ศีลหรือชักผ้าบังสุกุล คำนี้มาจากภาษาบาลีว่า
ตาลปตฺต ซึ่งแปลว่า ใบตาล เนื่องจากพัดของพระสงฆ์ในยุคแรกนั้นทำด้วยใบตาล
ต่อมา มีการทำพัดจากวัสดุอื่นๆ ด้วย เพื่อความแข็งแรงทนทานและเพื่อความสวยงาม เช่น ทำด้วยขนนก หรือ โครงเหล็กหุ้มด้วยผ้าชนิดต่างๆ มีการประดับ ประดาด้วยลายปัก หรือเลื่อม
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา ได้สันนิษฐานว่า.....การใช้พัดนั้นมีมาแต่ครั้งพุทธกาลแล้ว และวัตถุประสงค์เดิมก็คือใช้พัดให้เกิดลมเย็นสบาย เช่น พระสารีบุตรใช้พัดพัดถวายพระพุทธเจ้า เป็นต้น
มาภายหลังเมื่อพระสงฆ์ไปในงานพิธีต่างๆ ก็มักจะนิยมถือพัดไปด้วยแทบทุกครั้งจนกลายเป็นประเพณีสืบมา
เมื่อการระบายความร้อนได้มีวิวัฒนาการไปมากจนพัดโบกลมแทบจะหมดความจำเป็นไป แล้ว การใช้พัดของพระสงฆ์ในยุคต่อมาจึงถือไปเพื่อตั้งบังหน้าเป็นการรักษา ธรรมเนียมประเพณี ซึ่งจะทำให้ศาสนพิธีนั้นๆ ดูเป็นพิธีรีตองและเป็นกิจจะ ลักษณะยิ่งขึ้น มิได้ใช้โบกลมแต่อย่างใด
*****
ปัจจุบัน “ตาลปัตร” ได้พัฒนามาเป็น “พัดยศ” ซึ่งหมายถึงพัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแด่พระสงฆ์พร้อม กับการทรงตั้งสมณศักดิ์ในระดับชั้นต่างๆ
และ “พัดรอง” ซึ่งหมายถึงพัดที่ทำขึ้นเป็นที่ระลึกในงานพิธีต่างๆ รวมถึงงานพระราชพิธี รัฐพิธี และพิธีทำบุญต่างของราษฎร “ตาลปัตร” จึงมีหน้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือเป็นการประกาศเกียรติคุณ บอกความสูงต่ำของชั้นยศที่ได้รับพระราชทาน รวมถึงบอกฐานะตำแหน่งทาง การปกครองคณะสงฆ์ด้วย
ตาลปัตรมี ๒ หน้า ด้านหน้ามักจะมีคำจารึกหรือรูปที่งดงามเพื่อใช้หันแสดงให้ผู้อื่นเห็น ส่วนด้านหลังมีลักษณะเรียบๆ
ดังนั้นหากถือตาลปัตรกลับหน้ากลับหลัง ผู้อื่นก็จะไม่เห็นด้านหน้าอย่างที่ควรจะเป็น จึงเป็นที่มาของสำนวน “กลับตาลปัตร” ซึ่งมีความหมายว่า ผิดความคาดหมายอย่างตรงกันข้ามแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ
*****
วันนี้ เสนอคำว่า กลับตาลปัตร ด้วยอ่านพบว่า.....เวลาผ่านไป หัวใจ ความรู้สึกของท่านมิตรรัก หลายท่าน เปลี่ยนไป ตามกระแส ร้อนแรงของการเมือง การปกครอง
เริ่มเข้าใจ......คำว่า ยุติธรรม กลั่นแกล้ง สื่อบิดเบือน
เพียงแค่เริ่ม......ก็ดีใจ ยินดีด้วย
*****
ผิดความคาดหมาย......กลับตาลปัตร
คุณครูอ้อยค่ะ...ได้ความรู้เรื่องตาลปัตร..แล้วลงท้ายกลายเป็นเรื่องการเมืองนะคะ...ถ้ามีนักการเมืองกับประชาชนแต่ไม่มีทนายความ..เอ็นจีโอ..บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร
++++++++++++++
อื้อฮือ......เยี่ยมค่ะ!!! นำด้วยภาษาต่างประเทศ ตามด้วยคำอธิบายเป็นภาษาบ้านเรา
ที่ได้ความรู้เพิ่มอีกมากมาย....
แล้วชอบที่ตบท้ายด้วยเรื่องของความวุ่นวายที่ยังหาทางจบไม่ลง.....
ตราบใดที่ต่างฝ่ายต่างยังมีจุดยืนและความเห็นที่แตกต่าง....
สวัสดีครับ
เมื่อก่อน ว่าเขา ให้เศร้าจิต
ผ่านไปนิด คิดอ่าน ให้สงสัย
เมื่อเวลา เนิ่นนาน ผ่านออกไป
มาขานไข เขียนถึง ดึงกลับมา
เฮ.....ฮา......ใครล่ะ คิดผิด
ขอบคุณ น้อง
rinda ที่แวะมาแสดงความคิดเห็น
ขอบคุณ krugui [IP: 180.180.176.217] ที่ชื่นชมและเสนอแนะ
ขอบคุณน้องนัด
ณัฐวรรธน์
แวะมาบ่อยๆนะคะ
เจริญพร โยม ครูอ้อย
ยุคปัจจุบันอะไรๆก็ กลับตาลปัตร ไปหมดแล้วโยมครู
เจริญพร