ทำไมผู้นำส่วนใหญ่ถึงถูกเรียกว่าเป็นคนแถวหน้า แนวหน้าหรือทัพหน้า...ก็เพราะเขาเหล่านั้นกล้าเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ กล้าที่จะลองผิดลองถูกก่อนหน้าคนอื่น เพราะไม่มีคำว่าล้มเหลวอยู่ในหัวใจย้อนกลับมามองตัวเองว่า เราเคยทำอะไรที่แสดงความเป็นผู้นำหรือไม่เคยขึ้นเวทีปราศรัยเรียกร้องความยุติธรรมที่เสี่ยงต่อการถูกจองจำไหม เคยลงทุนทำธุรกิจแบบไม่ต้องคิดว่าถ้าพลาดแล้วต้องกลับไปทำอาชีพเดิมหรือเปล่าหรือเคยเลือกที่จะนั่งฟังสัมมนาแถวแรกสักกี่ครั้ง
ถ้าไม่เคยเลยสักอย่างโอกาสที่จะไปสู่ความเป็นผู้นำก็ยังอยู่อีกไกล หากไม่กล้าเผชิญหน้าจะสามารถคุ้มกันคนข้างหลังได้อย่างไร คนที่จะอยู่แถวหน้าได้ต้องมีความกล้า มีความมั่นใจ ไม่กลัวอุปสรรคที่จะมาถึงถามคนที่เคยนั่งข้างหลังถึงเหตุที่ไม่เลือกนั่งแถวหน้าสุดเวลาไปสัมมนา มักได้คำตอบว่ามันใกล้เกินไป ซักไซ้ต่อจนได้ความส่วนใหญ่ว่า ถ้าใกล้มือใกล้ไมค์ของวิทยากร โอกาสโดนเรียกให้ตอบคำถามก็สูง เมื่อกลัวที่จะต้องตอบคำถาม เพราะไม่รู้ว่าความเข้าใจที่มีนั้นถูกต้องหรือไม่ก็ไม่กล้าที่จะไปถ่ายทอดต่อให้ใคร นำไปใช้ก็ไม่แน่ใจ แล้วจะมีประโยชน์อะไรด้านหลังหรือมุมเสาแอบหลับได้ง่าย หรือเรียกว่าง่ายกว่าตรงอื่นนิดหน่อยคงเหมาะกว่า
วิทยากรบางท่านบอกสอนคนไทยดี เพราะมีหลัก3S คือSmileหันไปทางไหนก็ยิ้ม มองแล้วมีความสุข Silent เงียบไม่ส่งเสียงรบกวนผู้สอนและสุดท้ายSleepหลับง่าย อยู่ตรงไหนทำอะไรก็สามารถงีบหลับได้ตลอด การอยู่แถวหน้าอย่างน้อยก็ทำให้ไม่กล้าแอบงีบเพราะกลัววิทยากรจะเห็น กลัวจะโดนแซว ทำให้เปิดโสตประสาทรับรู้ได้อย่างเต็มที่ ความรู้ที่ได้รับก็เต็มเปี่ยม เมื่อรู้จริงการนำไปใช้จึงไม่ใช่เรื่องยาก...นี่เรื่องแค่นั่งฟังอย่างเดียวคนแถวหน้ายังมีโอกาสดีกว่า
การจะไปสู่ความสำเร็จได้นั้น ต้องเริ่มจากความกล้า กล้าคิดกล้าทำ กล้าเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ เมื่อพบปัญหาก็กล้าที่จะฟันฝ่าคนแถวหน้าจึงไปสู่ความสำเร็จได้เร็ว เพราะคนที่ประสบความล้มเหลวในชีวิตจำนวนมากคือคนที่ไม่ได้ตระหนักว่าพวกเขาอยู่ใกล้ความสำเร็จแค่ไหน ตอนที่เขายอมแพ้