เด็กเด็กคือผ้าขาว ผู้ใหญ่เราคือผ้าสี แต่งแต้มแกมปรานี ได้ผ้าสีที่งดงาม

 

 

การสร้างความฉลาดทางอารมณ์

เพื่อชื่นชมความเป็นมนุษย์ในใจเด็ก

     คนเก่งมากมายที่ล้มเหลวเมื่อทำงานร่วมกับคนอื่นๆ เพราะการทำงานกับคนอื่นนั้นต้องอาศัยความร่วมมือ การสนับสนุนที่เกิดจากความพึงพอใจของเขา คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์จึงมักจะเป็นคนที่ทำงานได้ราบรื่นและประสบความสำเร็จได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

     ความฉลาดทางอารมณ์(Emotional Quotioent : E.Q. ) คือ ความสามารถทางอารมณ์ ที่จะช่วยให้การดำเนินชีวิต เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข กรมสุขภาพจิต(2546 : 2) ได้พัฒนาแนวคิดเรื่องความฉลาดทางอารมณ์ ประกอบด้วยปัจจัย 3 ประการ คือ ดี เก่ง และมีความสุข ดังรายละเอียดดังนี้
    ดี ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และความต้องการของตนเอง รู้จักเห็นใจผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
    เก่ง หมายถึง ความสามารถในการรู้จักตนเอง มีแรงจูงใจ สามารถตัดสินใจแก้ปัญหา แสดงออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่นแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งได้อย่างสร้างสรรค์
   สุข หมายถึง ความสามารถในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุข มีความภูมิใจในตนเอง พอใจในชีวิตและมีความสุขสงบทางใจ
  
E.Q. กับ I.Q. ต่างกันอย่างไร
     I.Q. : Intelligence  Quotient หมายถึง ความฉลาดทางเชาว์ปัญญา การคิดการใช้เหตุผล การคำนวณ การเชื่อมโยง เป็นศักยภาพทางสมองที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยาก การจัดค่าระดับ ไอ คิว
                        ฉลาดมาก     130  ขึ้นไป
                        ฉลาด          120 - 129
                        สูงกว่าปกติ   110 - 119
                        ปกติ             90 - 109
                        ต่ำกว่าปกติ     80 - 89
                        คาบเส้น        70 - 79 
                        ปัญญาอ่อน   ต่ำกว่า 70
       E.Q. : Emotional Quotient หมายถึง ความฉลาดทางอารมณ์ ถึงแม้จะเป็นศักยภาพทางสมองแต่สามารถปรับเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาให้ดีขึ้น กรมสุขภาพจิต(2546 : 12 – 13)ได้เสนอแนะแนวทางในการสร้างนิสัย 10 ประการของผู้มีระดับคุณภาพอารมณ์สูง ดังนี้
                        1. รับรู้อารมณ์ของตนเอง มากกว่าจะกล่าวโทษผู้อื่นหรือสถานการณ์
                        2. สามารถแยกแยะระหว่างความคิดและความรู้สึกได้
                        3. มีความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของตนเอง ไม่โทษโน่น โทษนี่
                        4. รู้จักใช้ความรู้สึกเพื่อช่วยในการตัดสินใจ
                        5. นับถือในความรู้สึกของผู้อื่น
                        6. เมือถูกกระตุ้นให้โกรธ จะสามารถควบคุมจิตใจไม่ให้โกรธได้
                        7. เข้าใจ เห็นอกเห็นใจและยอมรับในความรู้สึกของผู้อื่น
                        8. รู้จักฝึกหาคุณค่าในทางบวกจากอารมณ์ในทางลบ
                        9. ไม่ชอบแนะนำ สั่ง ควบคุม วิพากษ์วิจารณ์ ตัดสินหรือสั่งสอนผู้อื่น เพราะเข้าใจดีว่า ผู้ได้รับการกระทำดังกล่าวจะรู้สึกไม่ดีอย่างไร
                        10. หลีกเลี่ยงการปะทะทางอารมณ์กับคนที่ไม่ยอมรับหรือไม่เคารพความรู้สึกของผู้อื่น
  
เทคนิคการสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน
     ฝึกการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อผู้อื่น ด้วยการเข้าใจ เห็นใจความรู้สึกของผู้อื่น
     ฝึกการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ สร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ฝึกเป็นผู้ฟัง ผู้พูดที่ดี ใส่ใจในความรู้สึกของผู้ฟัง
     ฝึกการแสดงน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้จักการให้และรับ
     ฝึกการให้เกียรติผู้อื่นอย่างจริงใจ รู้จักยอมรับในความสามารถของผู้อื่น
      ฝึกแสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ตามวาระที่เหมาะสม

 

ฉลาดทางอารมณ์  = ฉลาดคิด + ฉลาดพูด + ฉลาดทำ
     ฉลาดคิด คือ ควบคุมความคิดได้ คิดในทางที่ดี คิดในทางสร้างสรรค์
     ฉลาดพูด คือ เลือกพูดแต่สิ่งที่ดี มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงคำพูดที่จะทำให้ตนเองและบุคคลอื่นเดือดร้อน
     ฉลาดทำ คือ ทำเป็น ไม่ใช่แค่ทำได้ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในงานนั้นๆ
 

  การให้เด็กได้เรียนรู้ความฉลาดทางอารมณ์จากชีวิต

    ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ตำหนิติเตียน       
พวกเขาจะเรียนรู้ที่จะกล่าวโทษผู้อื่น
    ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตร  
พวกเขาจะเรียนรู้ที่จะต่อสู้
    ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว 
พวกเขาจะกลายเป็นคนหวาดระแวง
    ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่การสมเพชเวทนา
พวกเขาจะกลายเป็นคนสงสารตัวเอง
    ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่การเยาะเย้ย
พวกเขาจะกลายเป็นคนขลาดอาย
     ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความริษยา
พวกเขาจะเรียนรู้ที่จะอิจฉาผู้อื่น
     ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความละอายต่อการทำผิด
พวกเขาจะเรียนรู้ที่จะสำนึกผิด
     ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความอดกลั้น
พวกเขาจะกลายเป็นคนอดทน
     ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกำลังใจ
พวกเขาจะกลายเป็นคนเชื่อมั่น
 
     ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการยกย่องชื่นชม
พวกเขาจะเรียนรู้การขอบคุณ
     ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการยอมรับ
พวกเขาเรียนรู้ที่จะชอบตังเอง
      ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการให้ด้วยความยินดี
พวกเขาจะรู้จักค้นหาความรักในโลก
      ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการตระหนักรู้
พวกเขาจะมีเป้าหมายของตัวเอง
      ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการแบ่งปัน
พวกเขาจะเป็นคนมีเมตตา
     ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สัตย์ซื่อและเป็นธรรม
พวกเขาจะรู้จักความจริงแท้และความยุติธรรม
     ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
พวกเขาจะมีความศรัทธาในตัวเองและคนรอบข้าง
     ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร
พวกเขาจะรู้ว่าโลกเป็นที่ที่น่าอยู่
     ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สงบสุข
พวกเขาจะมีสันติภาพในจิตใจ

          แล้วเด็กที่เรารับผิดชอบ อยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างไร

 

เอกสารอ้างอิง

          กรุมสุขภาพจิต. คู่มือความฉลาดทางอารมณ์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุม

                        สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย,2546