เราจะเห็นว่าชุมชนเขามีกรอบแนวคิด เขามีองค์ความรู้ เขามีข้อมูลและประสบการณ์ อยู่ไม่น้อย แต่หน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันออกแรง และทำงานกันแบบบูรณาการร่วมกันด้วยใช้พื้นที่ในชุมชนเป็นตัวตั้งและคนในชุมชนต้องผู้บอกอย่างแท้จริงนั่นเองครับ
ทบทวนการเสริมหนุนชุมชนก่อนที่จะสายเกินไป
ณ.วันนี้ต้องยอมรับว่าการพัฒนาชุมชนหลายชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนได้หายไปก็มีให้เห็นไม่ใช่น้อย บางชุมชนก็ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ รวมทั้งการใช้สอยอย่างประหยัด ซึ่งคงจะเหลืออยู่ค่อนข้างน้อย
ด้วยเหตุดังกล่าว ในการสนับสนุนหรือเสริมหนุนชุมชนด้วยโครงการ กิจกรรมต่างๆ ที่หน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้สนับสนุนให้ชุมชน ได้พัฒนาต่อยอดกิจกรรมของชุมชนเองนั้น จากการลงไปร่วมเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มต่างๆในชุมชนบางชุมชน พบว่า บางโครงการกิจกรรมที่ไม่ใช่ความต้องการของชุมชนที่แท้จริงแล้ว กิจกรรมนั้นก็ไม่เกิดการพัฒนา บางกิจกรรมไม่มีการขับเคลื่อนเลย บางโครงการที่สนับสนุนชุมชนชุมชนยังไม่พร้อมที่จะพัฒนาต่อยอด เรามักจะเห็นกิจกรรมนั้นเป็นอนุสาวรีย์อยู่ในชุมชนก็มีไม่ใช่น้อย
จึงเกิดคำถามอยู่เสมอว่า เราอยากจะเห็นการพัฒนาชุมชนที่จะทำให้ชุมชนได้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งมักจะพูดกันร่ำไป ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวแบบกลุ่ม หมู่บ้าน หรือชุมชนต่างๆมักจะหวังพึ่งพาแต่คนภายนอกชุมชน หวังพึ่งคนอื่น มากกว่าที่จะหวังพึ่งตนเองหรือพึ่งคนที่อยู่ในชุมชนนั่นเอง บางท่านก็แสดงความคิดเห็นออกมาว่าชุมชนส่วนใหญ่มุ่งหวังที่จะให้ผู้อื่นที่อยู่นอกชุมชนเข้ามาช่วยมากกว่า
ด้วยเหตุดังกล่าว อาจจะเป็นความเคยชิน ในการพัฒนาที่หน่วยงานในอดีตได้สนับสนุนโครงการ กิจกรรม รวมทั้งงบประมาณ เป็นตัวตั้ง ชุมชนจึงตั้งความหวังแต่จะให้ผู้อื่นเข้ามาช่วยอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ณ.ปัจจุบันนี้ หน่วยงาน องค์กร ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ต้องปรับเปลี่ยนการสนับสนุน ที่เป็นวัสดุ ปัจจัย รวมทั้งงบประมาณ ที่เป็นการเสริมหนุนชุมชน โดยกลุ่มต่างๆ ชุมชนต่างๆยังไม่พร้อมที่จะพัฒนาต่อยอด สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นอนุสาวรีย์อยู่ในชุมชนนั่นเองครับ โดยควรจะปรับเปลี่ยนมาเป็น การเสริมหนุนการเรียนรู้ การพัฒนาทางปัญญา การการพัฒนาด้านการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้-การสร้างและพัฒนากรอบแนวคิดของคนที่ในชุมชนนั่นเอง
บางโอกาส การประกวด การให้ใบประกาศ รวมทั้งการให้รางวัลต่างๆ อาจจะเป็นความหวังดี ที่จะให้กลุ่มชุมชน ได้เกิดการแข่งขัน การพัฒนากิจกรรม อาจจะเป็นการให้ขวัญและกำลังใจ บางครั้งเราพบบางกลุ่มบางชุมชนที่ได้รับในประกาศ โล่ รวมทั้งการแสดงความชื่นชม กลุ่มที่เป็นตัวอย่าง แต่ข้อสำคัญอย่าละเลยกลุ่มที่อยู่ระยะการก่อตัว กำลังจะเรียนรู้ และเกิดการพัฒนา ควรจะให้ขวัญกำลังใจกันอย่างต่อเนื่อง มิใช่ดูเพียงกลุ่มที่มีผลงานเด่นอย่างเดียวปีแล้วปีเล่า จนไม่มีที่วางใบประกาศ นี่ผมขอฝากเป็นข้อคิดดว้ยคนนะครับ

หากหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้ลงไปสัมผัส หรือลงไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชน อย่างเชิงลึกเข้าถึง เราจะเห็นว่าชุมชนเขามีกรอบแนวคิด เขามีองค์ความรู้ เขามีข้อมูลและประสบการณ์ อยู่ไม่น้อย แต่หน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันออกแรง และทำงานกันแบบบูรณาการร่วมกันด้วยใช้พื้นที่ในชุมชนเป็นตัวตั้งและคนในชุมชนต้องผู้บอกอย่างแท้จริงนั่นเองครับ ตรงกับประโยคที่ว่า คำตอบในการพัฒนาอยู่ที่หมู่บ้าน ชุมชนเป็นผู้บอกและมีส่วนร่วมนั่นเอง..
เขียวมรกต:20 มีค.53
การแก้ไขปัญหาและการดำเนินงานพัฒนาของขบวนชุมชนท้องถิ่น ลำพังชุมชนฝ่ายเดียวก็คงจะต้องใช้พลังอย่างมาก คงจะต้องอาศัยความร่วมมือกับทุกฝ่ายหรือการสนธิกำลังกันหลายฝ่ายเป็น ความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกันทั้งขบวนองค์กรชุมชน(สภาองค์กรชุมชนตำบล)ท้องถิ่น(อบต.)ท้องที่(กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน)และความร่วมมือกับภาคีการพัฒนาภาครัฐ ภาคีวิชาการ รวมทั้งหน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ เพียงแต่ชุมชนเป็นตัวตั้ง เป็นเจ้าของเรื่อง เป็นแกนกลางในการพัฒนาครับ
>>> ปล. ทานแต่อาหารที่มีประโยชน์นะจ๊ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านเรื่องราวนะคะ
ขอบคุณค่ะ^__^