ไม่รู้แล้วดันเสือกชี้

          เมื่อวานนี้ ( 19 มี.ค. ) ผมเดินทางไปประชุม ในฐานะที่ปรึกษาโครงการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำปราจีนบุรี บางปะกงและโตนเลสาบ  ที่บ้านหนองกะทะ อำเภอเขาฉกรรณ์ จังหวัดสระแก้ว  ต้องออกเดินทางไปตั้งแต่เช้ามืด ถึงที่ประชุม 9.30 น. เข้าร่วมประชุมทันที

          มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมประมาณ 40 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชนของจังหวัดสระแก้ว โครงการนี้เป็นโครงการร่วมของ 4 จังหวัด คือนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทราและสระแก้ว แต่การประชุมวันนี้เป็นเฉพาะส่วนของจังหวัดสระแก้ว

          การประชุมดำเนินไปด้วยดี เมื่อถึงวาระที่ต้องเลือกกรรมการจำนวน 10 คน ไปเข้าร่วมประชุม 4 จังหวัด ปลายเดือนเมษายน ที่จังหวัดนครนายก ผมถามหาผู้สมัครใจก่อน ที่ประชุมเงียบ มองหน้ากันไปมา พอผมคาดคั้นหนักขึ้น ก็เริ่มมีการชี้กัน แต่แปลกตรงที่ไม่มีใครชี้ตัวเองเลย มีแต่ชี้คนอื่นทั้งนั้น 

          สังคมไทยมักเป็นแบบนี้ ยิ่งเป็นสังคมชนบท ชาวบ้านมักขาดการกล้าแสดงออกหรือหลายคนบอกว่าขาดจิตอาสา  แต่ผมกลับมองว่า พวกเขาขาดความมั่นใจมากกว่า  ขณะขับรถกลับบ้าน ผมคิดเรื่องนี้ตลอด คนมักชอบพูดกันว่า คนไทยแปลกตรงที่ไม่รู้ก็ดันไปชี้  สังคมไทยที่มันยุ่งเหยิงอยู่ทุกวันนี้  ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจาก การที่ไม่รู้แล้วดัน  เสือกไปชี้   คนโบราณเขาถึงได้บอกว่า ไม่รู้ไม่ชี้ไงละ

          ความคิดเรื่องนี้ของผมมาหยุดตรงที่ว่า การประชุมวันนี้ คนที่ชี้ให้คนอื่นไปเข้าประชุมในนามของสมาชิกจากสระแก้ว เขาคงไม่รู้ว่า คนที่ถูกชี้มีความเหมาะสมและข้อสำคัญ คนชี้ไม่มีทางรู้เด็ดขาดว่าคนที่ถูกชี้เขาเต็มใจหรือเปล่า ดีนะที่ผมไม่ไปต่อว่าเขาว่า ไม่รู้แล้วยังเสือกชี้ เพราะเขาอาจจะตอบกลับมาว่า  ก็ฉันชี้เพื่อเอาตัวรอด ใครจะทำไม ?