ตัวอยู่ที่บ้าน แต่ใจคงถึงโรงพยาบาลแล้วกระมัง

วันนี้ ฉันนัดหมายกับพี่เก๋ง พขร.ผู้เชี่ยวชาญ

เราต้องไปรับพี่ชมัด เพื่อพบแพทย์ซะที


เมื่อไปถึงบ้านคนไข้  เห็นท่าทาง แล้วอดยิ้มในใจไม่ได้

นี่ถ้าเดินได้ พี่แกคงวิ่งมาขึ้นรถแล้ว

น้องเปิ้ลจากทีมสื่อสร้างสรรค์ และพี่เก๋ง กุลีกุจอ

พาพี่ชมัดขึ้นรถ Refer โดยมีภริยาติดตามมาให้กำลังใจด้วย

     

 

หลังจากที่แพทย์ได้ตรวจซักประวัติ เอ็กซเรย์ เจาะเลือดแล้ว

ก็แจ้งผลให้คนไข้ทราบ

คำตอบที่รอมานานปี ว่าจะกลับมาเดินได้หรือไม่

คงไม่พึงใจ สำหรับพี่ชมัดสักเท่าไร

 "ที่หมออธิบายอาการป่วยของพี่

พี่เข้าใจใช่มั้ยคะ ว่าคงกลับมาเดินเหมือนเดิมไม่ได้

แต่หมอจะให้นักกายภาพบำบัดเข้าไปดูแลที่บ้าน

เป็นระยะ เพื่อไม่ให้เป็นอะไรมากกว่านี้

พี่ยอมรับได้ใช่มั้ยคะ"

ฉันถามย้ำอีกครั้ง เมื่อเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไรของคนไข้

"ครับ ถึงผมจะอยากเดินได้เหมือนเดิม

แต่ถ้าไม่ได้ ผมก็ไม่อยากให้เป็นมากกว่านี้ครับ"

หมอและฉันยิ้มให้กำลังใจคนไข้


แล้วหมอก็แนะนำการปฏิบัติตัวกับพี่ชมัด

คนไข้พยักหน้ารับกลายๆ แต่ก็ยอมรับโดยดุษฎี

 ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน น้องเปิ้ลก็ชวนพี่ชมัดและภริยาคุย

เกี่ยวกับอาการของโรค แปลตามที่หมอบอกมา  

ด้วย ภาษาง่ายๆ เข้าใจได้ 

ดูพี่ชมัดและภริยาจะพอใจมากทีเดียว


มาถึงหน้าปากทางเข้าซอยบ้าน

อสม.และเพื่อนบ้านต่างมารอรับ

และไต่ถามข้อสรุปที่ได้ด้วยความเป็นห่วง และคาดหวัง

ฉันมองดู และยิ้มอย่างมีความสุข

กับน้ำใจของชาวบ้านแถบนี้

พวกเค้าต่างก็กล่าวขอบคุณ และบอกลา

ต่อไปนี้ พี่ชมัดคงไม่ต้องชะเง้อ คอยหมออีกแล้วละ


ฉันคงช่วยได้แค่นี้ แต่แหม ดีใจชมัดเลย!