ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเถิด

ขณะที่ผมเขียนบล็อกชิ้นนี้เป็นเวลาใกล้เที่ยงคืนของสก็อตแลนด์และคงใกล้ตรงกับเวลาเจ็ดโมงเช้าของประเทศไทย หน้าที่ของผมขณะนี้คือการเรียน เพื่อนำความรู้ไปขยายต่อ เปิดมุมมองให้นิสิตเพื่อมมุ่งให้นิสิตสามารถคิดได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล และถูกต้องตามทำนองคลองธรรมเท่าที่เราจะทำได้  วันนี้ผมไปอ่าน เอกสารชิ้นหนึ่งน่าสนใจดีครับ เป็นมุมมองของคุณ ส.ศิวรักษ์[กดที่ชื่อเพื่ออ่าน] สิ่งที่ผมเห็นพ้องกับคุณ ส.ศิวรักษ์ ก็คือ เราต้องให้การศึกษากับประชาชนเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยให้มาก โดยเฉพาะคนรากหญ้า เพื่อให้เข้าใจสาระของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และสร้างความเข้มแข็งของระบบการเมือง และสร้างความโปร่งใสและคุณภาพของนักการเมืองโดยกลไกการตรวจสอบที่เรามีอยู่ 
  เดิมทีผมเคยเห็นด้วยกับการปฏิวัติ ในปี ๒๕๔๙ เพราะคิดว่าเป็นการล้มล้างระบบการปกครองแบบอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์พวกพ้อง ของนายทักษิณ  แต่มาจนถึงปัจจุบัน หลายสิ่งทำให้ผมเรียนรู้ว่า การปฏิวัติไม่ใช่ทางออก เพราะมันทำให้เรา ไม่เข้าใจสาระของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และมัวแต่รอความหวังว่าทุกครั้งที่เกิดปัญหาจะมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยกู้ชาติ  พระเอกคนนั้นไม่เคยมีจริง คนที่เป็นพระเอกจริงๆ คือ พี่น้องประชาชนไทยทุกคน ที่จะเป็นคนชี้ชะตาว่าบ้านเมืองจะไปทางไหน

 

ประชาธิปไตยเป็นเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่กำลังเจริญเติบโตของเราทุกคน พวกเราต้องเติบโตและเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน จนตระหนักถึงคุณค่า และวิธีการที่ชอบธรรม และผลของการบริหารบ้างเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงผลของการบริหารบ้างเมืองที่ผิดพลาดล้มเหลว ต้องมีการสอบตกบ้าง ผ่านบ้าง ต้องปล่อยให้มีการถกเถียงได้อย่างเสรีทุกประเด็นจนเราทั้งหมดตกผลึกความคิดและเข้าใจร่วมกัน และเรียนรู้จนคนของเราเข้าใจสาระของมันอย่างแจ่มแจ้งจนเราทุกคนสามารถใช้ระบบนี้สร้างความเจริญให้กับประเทศได้

 ประชาธิปไตยไม่สามารถเกิดขึ้นได้ชั่วข้ามวัน ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยอาศัยกฎหมายเพียงหนึ่งฉบับที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญ และไม่สามารถเกิดได้โดยอาศัยใครคนใดคนหนึ่ง แต่ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการเรียนรู้ร่วมกันของสังคมโดยรวม โดยไม่มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร

การปฏิรูปการเมืองที่เริ่มมาก่อนปี ๒๕๔๐ยังไม่สามารถทำได้เพราะเงื่อนไขทางสังคมของไทยยังไม่พร้อม แต่ปัจจุบันประชาชนตื่นตัวทางการเมืองสูง ไม่ว่าใครจะตื่นตัวเพราะเหตุใดก็ตามแต่ก็เป็นนิมิตรหมายที่ดี

ในฐานะคนที่ทำงานอยู่ในองค์กรที่มีหน้าที่โดยตรงกับการศึกษา ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราบุคคลากรทุกคนของชาติที่อยู่ในสถาบันการศึกษาจะทำหน้าที่เป็นหลักในการให้การศึกษาที่ถูกต้องเพื่อสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพของไทยมาสืบทอดงานในอนาคตของพวกเรา

ถ้าเราทำหน้าที่ให้การศึกษากับเยาวชนของเราได้ดี ประเทศไทยที่รักของพวกเราในวันข้างหน้าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราไม่สามารถทำได้ ประเทศชาติของพวกเราก็จะแย่ลงเรื่อยๆ เหมือนกัน เดิมพันครั้งนี้สูง และเป็นงานระยะยาวที่เราทั้งหลายต้องทำอย่างต่อเนื่องตลอดไป...