สวัสดีครับทุกคนที่ได้เข้ามาอ่าน สิ่งที่น่าเอามาคิดของผมที่ได้เจอมา
ผม ได้ไปกินข้าวกับ ผู้ใหญ่ และ ช่วงนี้กระแสการเมืองมาแรงมาก และในแต่ละวัน ก็ได้บางใครในโต๊ะไปเจอคนที่เป็นเสื้อแดง บางเสื้อเหลืองบ้าง เมื่อพอทราบดังนั้น
สุภาษิต ท่านว่า รู้เขารู้เรา รบ ร้อย ครั้งชนะ ร้อยครั้ง เมื่อเราทราบ ความต้องการของเขา เราสามารถเขาไปพูดคุยในเรื่องนั้นๆได้ แล้วจะได้ใจเค้ามาครอง แล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากใช่ไหมครับ ที่ จะขายไห้ได้อีกซักราย
ตัวอย่างเช่น ผมไปทานข้าว กับพ่อ แล้วคุณพ่อเป็นคนที่กว้างขวางในสังคม จึงมีโอกาสแบบนี้บ่อยๆและ ในโต๊ะก็จะคุยเรื่องเสื้อเหลืองเสื้อแดง เราก็ จะทราบว่า ใครเป็นเสื้อเหลืองใครเป็นเสื้อแดงทำไห้มีโอกาสที่จะรู้ แล้วจะทำไห้การขายนั้นง่ายขึ้น
เนื่องจาก บางคนเลือดทางการเมืองมันแรง เพิ่มความเป็นกันเองมากขึ้นหัวอกเดียวกัน แต่ยังไงก็ตามเราต้องศึกษาทั้งข้อดีและข้อเสียของทั้ง 2 ฝ่าย และนำข้อดีที่ฝ่ายนั้นๆมาทำไห้เป็นประโยชน์ เปลี่ยนจากวิกฤษทางการเมืองนั้น มาเป็นโอกาสทองของ การเพิ่มเครือข่ายและเพิ่มยอดขาย อีกทั้งเรายังได้รู้ สิ่ง ดีๆ ของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย
ในเคสนี้ มีแต่ได้กับได้
ประโยชน์ที่จะได้รับมีดังนี้
1ได้เพิ่มเครือข่าย ซึ่งจะทำไห้ต่อยอดออกไปได้เรื่อยๆ
2. ได้ศึกษาแนวโน้มทางสังคม เป็นประโยชน์ทั้งตัวเองและคนอื่น ซึ่งในการศึกษานี้สามารถเป็นที่ปรึกษาของคนหลายๆคนเนื่องจากเรานำแต่ข้อดีมาพูด ทำไห้ บุคคลที่เราคุยด้วยศรัทธาในตัวเรามากขึ้น เมื่อเกิด ศรัธทาแล้ว จะเกิดความไว้วางใจใน เรา แล้วก็จะไม่อยาก ที่เราจะขายได (ในเรื่องนี้จะตรงกับ คำสอนที่ว่า ทำดี คิดดี ทำดี แล้วสิ่งดีๆจะตามมา แน่นอน)้
3. ได้พบเจอคนดีๆ และจะได้มีโอกาส บริการ คนที่เปนเครือข่ายอยู่แล้ว ไห้keepcontact ออกไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่รู้จักใหม่ๆนั้นก็จะสามารถเริ่มความสัมพันได้
สรุป
การที่ได้ ติดตามคนดีๆเราจะได้พบเจอคนดีๆยิ่งๆขึ้นไป เพราะคนดีๆ จะมีแม่เหล็กซึ่งจะดึงดูดหากันเอง และที่สำคัญคนดีๆพวกนี้จะคุยง่ายและมีทัศนคติที่ดีต่อการขายประกันแน่นอน
เพราะฉนะนั้นนะครับก็ขอฝากไว้ ว่าอย่า ลืม คิด ดี พูด ดี ทำ ดี คบคนดีๆ แล้ว สิ่งดีๆจะตามมา นะ้จ๊ะ (ตามหลักพระพุทธศาสนา)
จริงๆคะ กลยุทธ์หัวอกเดียวกัน ใช้ได้ผลมากๆ ไม่ว่าจะเป้นใครในโลก
มันเหมือนได้เจอคนบ้านเดียวกัน จะได้พูดจาภาษาเดียวกัน
ใช้กับธุรกิจน่าจะ เวิร์ค คะ