สาระจากการ ลปรร. ในหลักสูตรธรรมาภิบาลเพื่อพัฒนาอุดมศึกษา รุ่น ๐ เมื่อวันที่ ๒๖ ก.พ. ๕๓ ทำให้ผมปิ๊งแว้บแนวทางนี้   และยิ่งมาได้อ่านเอกสารการประชุม กกอ. วันที่ ๔ มี.ค.๕๓ เรื่องนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมาด้วยแล้ว   ก็ยิ่งเห็นความจำเป็นและพลังของวิธีกำกับดูแลคุณภาพอุดมศึกษาด้วยแนวทางนี้


          ซึ่งอาจเรียกว่า แนวทางใช้พลังสังคมร่วมกำกับตรวจสอบสถาบันอุดมศึกษา    หรือกำกับดูแลคุณภาพอุดมศึกษาโดยให้สังคมมีส่วนร่วม 

 

          เวทีนโยบายสาธารณะ เป็นเวทีเปิดเผยเรื่องลึกลับดำมืด ที่บางสถาบันการศึกษาแอบทำ   หรือแอบอ้างทำ    ในบางกรณีก็มีอิทธิพลทางการเมืองหนุนหลัง    ในบางกรณีก็อาศัยความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องในการผ่อนหนักเป็นเบา    หรือในการร่วมกันปกปิดไม่ให้ข่าวแพร่หลาย


          ผมมีความเห็นว่า ต้องใช้นโยบายและยุทธศาสตร์ทำให้เรื่องราวต่างๆ ที่เป็นความจริง เป็นที่รับรู้ต่อสาธารณะ    ให้สาธารณชนได้ชื่นชมส่งเสริมการทำดี   และในทางตรงกันข้าม รังเกียจสาบแช่งและลงโทษการทำชั่ว 


          ข้างบนนั้น ผมเขียนเมื่อวันที่ ๒๖ ก.พ. หลังการประชุม กกอ. เมื่อวันที่ ๔ มี.ค. ๕๓ และ กกอ. มีมติเอกฉันท์ให้ใช้แนวทางจัดการสื่อสารสาธารณะ (public communication) และการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อป้องปรามการทำผิดของสถาบันการศึกษา    ผมรู้สึกชื่นใจ หวังว่าประโยชน์สาธารณะด้านอุดมศึกษาจะได้รับการปกป้องดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา 


          ผมหวังว่า การแสวงหาประโยชน์ส่วนตนระยะสั้น จากการจัดการศึกษาด้อยคุณภาพ ซึ่งจะมีผลบั่นทอนความเข้มแข็งทางปัญญาของสังคมในระยะยาว   จะลดลงจากการใช้มาตรการนี้

 

          มาตรการนี้จะใช้ควบกับอีกหลายมาตรการ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม

 

 

 

วิจารณ์ พานิช
๕ มี.ค. ๕๓