เช้าวันที่ ๒๔ ก.พ. ๕๓ มูลนิธิสยามกัมมาจลนัดเครือข่ายมาประชุม “เสวนาวิชาการเพื่อจัดการองค์ความรู้ในการพัฒนเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน”   โดยมี อ. โก๋ อิทธิพล ปรีติประสงค์ เป็นหัวหน้าโครงการ   อ. แหวว เป็นแม่ยก

          เท่ากับเราจัดวงจัดการความรู้ในการพัฒนา ไอซีที และการสื่อสาร เพื่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน   หาทางให้ ไอซีที ก่อคุณประโยชน์แก่เยาวชน ลดบทบาทก่อโทษ

          มีผลงานวิจัยน่าตกใจมากครับ   ว่าใน ๑ วันเยาวชนบริโภคสื่อโดยใช้เวลาเฉลี่ยดังต่อไปนี้  ดูทีวี ๕.๗ ชั่วโมง  เข้าอินเทอร์เน็ต ๓.๑ ชั่วโมง  ฟังวิทยุ ๑.๓ ชั่วโมง  ดูวีซีดี/ดีวีดี ๑.๑ ชั่วโมง  อ่านหนังสือพิมพ์ ๐.๙ ชั่วโมง  อ่านนิตยสาร ๐.๘ ชั่วโมง    ผมไม่ทราบวิธีการศึกษาเรื่องนี้ จึงไม่แน่ใจในความแม่นยำ    ซึ่งเมื่อรวมตัวเลขทั้งหมดแล้วไม่ทราบว่า ใน ๑ วัน โดยเฉลี่ยเยาวชนบริโภคสื่อวันละ ๑๒.๙ ชั่วโมงใช่ไหม   แต่แค่ดูตัวเลขเฉพาะสื่อ ดูทีวีวันละ ๕.๗ ชั่วโมงโดยเฉลี่ยก็น่าตกใจมาก   หรือแค่ครึ่งเดียววันละ ๓ ชั่วโมงผมก็ว่าน่าตกใจ

          เราอยากให้เยาวชนใช้ ไอซีที อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง  เพื่อทำประโยชน์แก่ผู้อื่น แก่ชุมชนและแก่สังคม   และเพื่อจรรโลงใจอย่างสร้างสรรค์ 

          ในขณะที่ในความเป็นจริงเยาวชนใช้ ไอซีที เพื่อบันเทิง สนุก อวดทันสมัย เป็นหลักใหญ่  

          ที่ประชุมมีคำถามว่าจะส่งเสริมให้เด็กใช้ ICT เชิงบวกได้อย่างไร   โดยที่สื่อที่จะทรงอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ คือ สื่อออนไลน์  เพราะเครื่องมือในการเข้าถึงสื่อผสมที่เป็นโทรศัพท์มือถือราคาถูกลงและความเร็วสูงขึ้น   สื่อทันสมัยจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตเยาวชนมากขึ้นเรื่อยๆ 

          อ. โก๋ มีโอกาสไปดูงานที่เกาหลี และพบว่าเขานำหน้าไปไกล คิดไปในอนาคต คิดระบบ   เข้าใจทวิภาพของ ICT   และหาทางสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมสื่อสร้างสรรค์   KADO คือหน่วยงานทำหน้าที่นี้   อ. อิทธิพล ได้รายงานการไปดูงานที่เกาหลีไว้ที่นี่

          หลักการคือ ต้องดำเนินการเป็นระบบ เกี่ยวกับสื่อออนไลน์ ๕ ด้านไปพร้อมๆ กัน คือ  (๑) การกระจายโครงสร้างพื้นฐาน ให้ทั่วถึง  (๒) การพัฒนาเนื้อหาสื่อออนไลน์  (๓) วัฒนธรรมการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์  (๔) การจัดการพื้นที่ในการเข้าถึงสื่อออนไลน์ของเยาวชน  (๕) มีมาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจที่หากินกับการมอมเมาเยาวชน

          อ. โก๋เสนอแนวคิดในการทำงานด้านเยาวชนกับไอซีทีในประเทศไทย ๕ ด้าน ให้เกิด synergy ซึ่งกันและกัน คือ  (๑) พัฒนาสื่อออนไลน์เพื่อการเรียนรู้โดยเยาวชนมีส่วนร่วม  (๒) สร้างวัฒนธรรมใหม่ในสื่อใหม่  (๓) ขยายพื้นที่สร้างสรรค์ / กิจกรรม off line ที่ชุมชนมีส่วนร่วม  (๔) ขยายเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อการพัฒนา  (๕) สนับสนุนมาตรการคุ้มครองเยาวชน  

          ผมได้เรียนรู้เรื่องราวของเด็กที่เป็นตัวอย่างเรื่องดี เรื่องการใช้สื่อเพื่อทำงานสร้างสรรค์ จากการนำเสนอของคุณสุรวดี รักดี   หลากหลายเรื่อง เช่น นักข่าวจิ๋ว โรงเรียนสวนหม่อน   ปรัชญา สิงห์โต ผู้ทำเว็บไซต์ www.f0nt.com   เป็นต้น  

          และได้เรียนรู้จากคุณอารยา ชินวรโกมล ว่า เป้าหมายของโครงการที่เรามาช่วยกันให้ข้อเสนอแนะในวันนี้คือ (๑) การเสาะหา success story  (๒) นำมาพัฒนาต่อยอด  (๓) สังเคราะห์ความรู้นำเสนอเพื่อขับเคลื่อนสังคม 

          ผมได้ความรู้จาก ดร. ชฎามาศ ธุวเศรษฐกุล รอง ผอ. เนคเทค ว่า เว็บไซต์  Thaigoodview เป็นอันดับ ๑ ในหมวด e-learning เมื่อนับจำนวนคนเข้าเยี่ยมชม เป็นเพียงหนึ่งในสิบของ เว็บไซต์ยอดนิยมที่เน้นความสนุกและบันเทิง คือ www.sanook.com   ซึ่งมีคนใช้กว่าวันละ ๖ แสนครั้ง  

          ดร. ชฎามาศให้ความรู้ว่า Information literacy แตกต่างจาก media literacy   และท่านฝากความหวังไว้ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (Telecenter) ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ว่าน่าจะเป็นช่องทางของการพัฒนาสื่อออนไลน์สร้างสรรค์เข้าสู่ชุมชนทั่วประเทศ    สร้างทั้ง information literacy และ media literacy ให้แก่สังคมไทย 

          ค้นไปค้นมา พบว่าผมเคยเขียนบันทึกทำนองนี้ไว้เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ที่นี่   ผมเอาให้คุณเปาดู เธอบอกว่าฝันเร็วแต่ทำได้ช้า   แต่แนวคิดนี้ก็มีคนเอาไปโพสต์ต่อที่นี่

          คุณหนูหริ่งผู้มีวิธีคิดสร้างสรรค์สุดสุดเถียงผลการศึกษา   และชี้จุดเปลี่ยนหรือจุดประกาย จากเด็กเสพเป็นเด็กดี   เริ่มจากเด็กไม่เก่ง   และเสนอว่าวิกิช่วยได้ ยังมีคนเรียบเรียงความรู้บรรจุในวิกิไทยน้อยไป   เสนอให้ทำวาระวิกิแห่งชาติ   ใช้วิธีคิดตีลังกา   แนวคิดนี้จะมีการเอาไปดำเนินการต่อโดยภาคีเครือข่ายนี้

          ผมเน้นว่าเราควรเน้น “ทำอย่างไร” (how) โดยต่อยอดจากตัวอย่างจริง 

          อ. โก๋ : ต้องการเห็นสื่อสร้างสรรค์โดยเด็ก  

          ดร. เหม่ง : ในทางชีววิทยาเด็กมีธรรมชาติของสมอง ที่อารมณ์นำเหตุผล ชอบความท้าทาย ชอบความสำเร็จแบบสั้น   เกมคอมพิวเตอร์สร้างขึ้นโดยจับจุดนี้   คนที่ชีวิตดีเป็นคนที่รู้จักออกมาจากกับดักนี้   ควรใช้ ไอซีที ช่วยเสริมการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยา สู่ช่วงชีวิตที่สมองมีสภาพเหตุผลนำอารมณ์ของผู้ใหญ่   ช่วยให้เด็กให้อยู่ในอารมณ์เชิงบวก ไม่จมอยู่ในอารมณ์เชิงลบ   ผมคิดว่าความรู้สำคัญที่สุดที่เอ่ยกันในวันนี้ สำหรับนำไปใช้เป็นแนวทางทำงาน คือความรู้ชิ้นนี้

          คุณประทีป ทิมให้ผล นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ มาแทนผอ. สำนักภาพยนตร์และวิดีทัศน์  สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  ต้องการผลงานชิ้นนี้ไปใช้ประโยชน์   แต่ผมไม่เห็นด้วยกับความคิดของท่านที่ต้องการบทเรียนสำเร็จรูปให้แก่ภาคประชาสังคม เอาไปใช้   ผมคิดว่า ภาคประชาสังคมต้องเรียนรู้เองจากภายใน   ไม่ใช่เอาความรู้หรือวิธีการสำเร็จรูปไปให้ 

          คุณหนูหริ่ง ให้ความเห็นที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า การติดเกม ติดยา เป็นอาการของความล้มเหลวของสังคม   น่าจะมีการศึกษาโลจิสติกส์ของข้อมูล ไอซีที ก่อนจะมาถึงผู้เสพ   และเสนอให้ใช้วิกิเพื่อพัฒนา content ในสื่อ ไอซีที   ซึ่งทาง เนคเทค และมูลนิธิสยามกัมมจลเห็นด้วยอย่างยิ่ง   และจะจับมือกันดำเนินการต่อ   
อ. แหวว บอกว่า เราต้องการคลังสมองด้านการจัดการสังคม

 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๔ ก.พ. ๕๓