Appreciative Inquiry
มีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจครับ “ อาจารย์ครับ เราต้องทำ Discovery ไปเท่าไร ถึงจะพอครับ ดูเหมือนมันเป็นอะไรที่ไม่สิ้นสุดจริงๆ ใช่ไหมครับ”
คำตอบจากประสบการณ์ทั้งของตัวเอง และคนทำ AI เก่งๆ เป็นดังนี้ครับ
- เราจะเจอ Discovery หลักๆ ที่ต่อมาเราเอามาขยายผลแล้วเกิดผลดีมากๆ สักไม่เกิน 5-6 Discovery ของ AI Thailand ก็ราวๆนี้ (ต้องการดู Click ที่นี่) ประมาณว่าแค่เอามาขยายผลแค่นี้ก็ยุ่งแล้วครับ เพราะมันคือการปรับระบบแบบสุดขั้วดีๆนี่เอง ยุ่งยังไงจะยกตัวอย่างให้ดูในตอนต่อๆไปครับ
- หลังจากทดลองไปสามสี่เดือน กระบวนการทำงานจะมีการปรับเปลี่ยนจน Discovery ทั้งหมดนี้ถูกบูรณาการเป็นกระบวนการทำงานปรกติ ซึ่งกระบวนการนี้จะสร้างผลในเชิงบวกออกมาเรื่อยๆ จนเราชินเลยครับ เกิดภาวะอิ่มตัว
- ต่อมาหลายคนจะทำ AI แบบไวๆ ในลักษณะคล้ายๆ AAR เพื่อทำให้กระบวนการนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ดูเหมือนไม่มีการค้นพบอะไรใหม่ครับ บางครั้งการปรับเปลี่ยนระบบโดยใช้ AI แบบไวๆ แบบนี้ไม่ได้เขียนออกมา คือทำบ่อยๆ จนลืมก็มี คล้ายๆการลับมีดให้คม ไปเรื่อยๆ ทำแบบไม่รู้ตัว ประมาณว่าเป็นนิสัย
- Discovery บางตัวที่เคยค้นพบในการทำ AI ครั้งแรกๆ ทำให้เกิดทิศทางใหม่ในเวลาต่อมา ส่งผลให้เกิด Discovery ใหม่ๆ เช่นกลุ่ม Positive Psychology กลุ่ม Womenomics ตรงนี้ก็จะมีการ Discovery มากขึ้นอีก ประมาณว่าแตกไปเรื่อยๆ ครับ แต่ก็จะค้นพบอะไรหลักๆ ไม่เกิน 5-6 อย่าง และทำอย่างข้อสองและสาม คือมีภาวะอิ่มตัวเช่นกัน จนอาจเกิดทิศทางใหม่อีก
- ยิ่งมี Dream หรือการตั้งวิสัยทัศน์ไกล มากๆ Discovery จะมากตาม และแรงตาม เพราะมี Mission ต้องทำ มีแผนต้องทำครับ AI Practitioner ที่เก่งๆบางคน หลังปรับปรุงกระบวนการจนดีขึ้น ในหนึ่งปีต่อมาค้นพบ Discovery เพียงสองตัวก็มีครับ เพราะ Dream ไม่ได้ไปไกลมาก คือไม่ได้คิดการณ์ใหญ่ต่อครับ
- ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อโครงการนั้นๆ เป็นโครงการประเภท “ลงมือปฏิบัติ” ครับ เพราะต่อให้เจอ Discovery ที่น่าสนใจเพียงใดแต่ไม่เอาไปทดลองปฏิบัติดู จะไม่เกิดผลอะไรในเวลาต่อมาเป็นรูปธรรมครับ อาจได้รับคำตอบจากผู้เคยผ่านกระบวนการว่า “รู้สึกแปลกใหม่ดี” หรือ “รู้จักสังเกตมากขึ้น” เท่านั้นครับ
ลองทดลองดูนะครับว่าทำ AI สักปีหนึ่งก็ได้ ลองทำเดี๋ยวคุณจะเห็นเอง ไม่แปลกนะครับ ที่อาจขยายผลได้ 4-5 Discovery เท่านั้น แค่นี้ก็เก่งแล้วครับ และคุ้มค่ามากที่จะลองใช้เวลาสักช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อค้นพบและลองขยายผลครับ
“ลองค้นหาแล้ว อย่าลืม ลองทำนะครับ”



สวัสดีครับอาจารย์
* ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ
* ผมชอบทำงานภาคสนามครับ (ลงมือปฎิบัติจริง) จนถูกแซวว่าผู้จัดการสันดานเสมียน ไม่ชอบทำงานนั่งเซ็นแฟ้มในห้องแอร์ (ซึ่งผมจะทำอย่างนั้นก็ได้)
* การทำงานด้วยการปฏิบัติจริง ทำให้ผมค้นพบอะไรหลายๆอย่าง จากการปฏิบัติจริงครับ ซึ่งสิ่งที่ค้นพบจากการปฏิบัติจริง มันเป็นยิ่งกว่าความรู้ในตำราอีกครับ
* ผมอยู่ในวงการศึกษา หลายคนพัฒนางานจากเอกสาร พัฒนาจากการอ่านตำรา แล้วก็นำความรู้จากตำรามาบอกกันต่อๆไป
* องค์ความรู้ หรือ นวัตกรรม ที่ทันสมัย มีมากมาย ครับ แต่ที่ขาด คือ ขาดการทำจริง ขาดการนำไปใช้จริง จึงไม่มีตัวอย่างเชิงรูปธรรมให้เห็นครับ มีแต่ทฤษฏี ไม่มีการต่อยอดความรู้ครับ
* พรุ่งนี้ ผมก็จะออกภาคสนามนำความรู้เรื่อง Facilitator และความรู้เรื่องการเลี้ยงดูลูกตามหลัก Maslow ไปใช้จริงครับ ที่อำเภอบ่อไร่
* วันมะรืน (19 มี.ค.) ผมก็จะออกภาคสนามที่อำเภอคลองใหญ่ นำความรู้เรื่องครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียน ไปปฏิบัติจริง กับ พ่อแม่ลูก
* เข้ามายืนยันความคิดเห็นของอาจารย์ครับ ที่ว่า
ต่อให้เจอ Discovery ที่น่าสนใจเพียงใด แต่ไม่เอาไปทดลองปฏิบัติดู จะไม่เกิดผลอะไรในเวลาต่อมาเป็นรูปธรรมครับ
ขอบพระคุณคุณท่าน Small Man ครับ บทความของอาจารย์จุดประกายผมได้มากเลยครับ ขอให้ประสบความสำเร็จกับโครงการดีๆนะครับท่านอาจารย์
สวัสดีครับอ.โย
ผมมา Discoveryหาอะไรที่Work
ที่เป็นเรื่องกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงของขบวนชุมชน
ที่วังยาง นครพนมครับ
คุณสุเทพครับ
ผมจะไปนครพนม 29-30 นี้ครับ
ขอให้คุณประสบความสำเร็จและสนุกกับสิ่งที่ทำนะครับ
ตอบท่าน Small Man อีกครั้ง จริงๆสิ่งที่ทำทำนี่ทำครบกระบวนการ kM เลยครับ อย่างน้อยการลงมือทำจริงนี่ก็ Internalization หรือLearning by doing ครับ
ยินดีที่ได้รู้จักและได้ติดตาม เรียนรู้จากทั้งท่าน Small Man และคุณสุเทพครับ
เวลาเราค้นพบอะไรใหม่ๆก็ต้องเอามาทดลองทำดู พอทำไปเรื่อยๆ ก็จะเจออะไรใหม่ๆอีกก็ทดลองไปอีกก็จะเจออะไรใหม่ๆขึ้นมาอีก แตกออกไปเรื่อยๆอีก เหมือนความรู้ไม่มีหยุดนิ่ง ไม่มีที่สิ้นสุดทดลองไปเรื่อยๆ ^^
แวะมาเรียนรู้ค่ะ
ใช่ครับคุณ Orn ทำอย่างที่คุณทำเลยครับ ทดลอง ทดลอง ขยายผล ไปเรื่อยๆครับ ขอบใจที่แวะมานะ