หลายครั้งที่กระบวนการเรียนรู้มักจะถูกมองว่าเป็นเรื่องของสถาบันการศึกษาเพียงอย่างเดียว ทั้งที่จริงแล้วกระบวนการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกแห่งของสังคม และหาก กระบวนการเรียนรู้นั้นเกิดขึ้นในสวนต่าง ๆ ของสังคมและ เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในสังคมด้วยแล้วกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าว จะถือได้ว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีความสมบูรณ์ไม่น้อยเลยทีเดียว
สิ่งหนึ่งที่กระบวนการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ในท้องถิ่น คือ ต้องมีการร่วมไม้ร่วมมือกันจากคนทุกผู้ทุกวัยในครอบครัว ในชุมชนในท้องถิ่นนั้น ๆ คนในวัยแก่เฒ่า วัยผู้ใหญ่ และวัยเด็ก ต้องสามารถมาร่วมกันสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ตามแบบที่ท้องถิ่นนั้น ๆ สร้างสรรค์ขึ้นเอง ที่เราจะคุ้นชินกับคำว่า หลักสูตรท้องถิ่น นั่นเอง

คนในวัยแก่เฒ่า มีประสบการณ์สั่งสมมาแต่อดีต มีเรื่องราวที่ท้องถิ่นเล่าขานสืบกันมา มีภูมิปัญญาทั้งที่เป็นภูมิปัญญาในเชิงวัฒนธรรม และการค้าแบบท้องถิ่นดั้งเดิม ที่ไม่เน้นการค้าแบบปริมาณ แต่เน้นคุณภาพ เป็นสำคัญ ก็ต้องให้คนในวัยนี้ มีโอกาสเล่าขาน ถ่ายทองเรื่องราวประสบการณ์ต่าง ๆ ไว้ให้คนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป
วัยผู้ใหญ่ คือวัยที่อยู่ระหว่างวัยเฒ่าวัยชรา เป็นวัยที่มีเรี่ยวแรงมีทุนทางสังคมที่จะเป็นกำลังสำคัญก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ข้ามรุ่น มีหน้าที่ประสานให้คนในวันชราวัยเฒ่า ได้ ใช้เวลาใช้ประสบการใช้องค์ความรู้ที่มีอยู่ถ่ายทอดให้คนในวัยเด็กได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการถ่ายทอดที่เหมาะสมแก่วัย และท้องถิ่นของตนเอง
วัยเด็ก คือวัยที่มีเรื่องราวมีความทันสมัยมีเทคโนโลยีที่มีความพร้อมที่จะสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ หรือ รวบรวมองค์ความรู้เดิมที่ได้รับการถ่ายทอด เก็บไว้ ในรูปแบบที่เหมาะสมสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมแก่ท้องถิ่นของตนเองได้ และที่สำคัญ สามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าว ออกสู่สาธารณชน เพื่อเผยแพร่ให้คนอื่น ๆ ได้รับทราบและร่วมภาคภูมิใจในสิ่งดีดี ของท้องถิ่นนั้น ๆ ได้อีกทางหนึ่ง
หาก คนทั้งสามวัย ได้มาร่วมกัน และ แบ่งปันกันเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ร่วมกัน ก็จะสามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ ๆ สร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ได้อยู่ตลอดเวลา แต่ที่สำคัญที่สุด น่าจะได้แก่ การยอมรับว่า กระบวนการเรียนรู้ในปัจจุบัน ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ใครสอน หรือบอกความรู้เพียงฝ่ายเดียวหากแต่ต้องเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน เพื่อให้เกิดความรู้ใหม่มากกว่า