คนเรามีเลือดทุกคนก็จริง แต่เมื่อนำเลือดมาแยกแยะสารเคมีแล้ว เราจะพบว่าเลือดของเราไม่เหมือนกัน ซึ่งแบ่งออกเป็นหมู่หลักๆได้ 4 หมู่ คือ โอ, เอ, บีและเอบี สารแอนติเจนบนเซลล์เม็ดเลือดจะเป็นตัวบ่งบอกว่าเราจัดอยู่ในหมู่เลือดใด
ในขณะที่เลือดมีแอนติเจน ในอาหารก็มีสารโปรตีนที่ชื่อ “เลคติน”
เมื่อกินอาหารเข้าไป หากสารเลคตินในอาหารไม่ถูกกับแอนติเจนของเลือดคุณจะเกิดอาการต่างๆ เช่น ท้องอืด อึดอัด ผื่นขึ้นหรือสะสมเป็นผลเสียในระยะยาว เช่น โรคภูมิแพ้ เบาหวาน โรคอ้วน หัวใจหรืออ่อนเพลียเรื้อรัง เป็นต้น
เพราะเลคตินที่เป็นศัตรูกับเลือดจะเกาะติดเลือด แล้วขัดขวางกระบวนการดูดซึมอาหาร กระบวนการเผาผลาญอาหาร การผลิตอินซูลิน รวมถึงการรักษาสมดุลย์ของฮอร์โมน
คำว่า เลคติน มาจากภาษาละตินว่า “เลือก” เพราะมันจะเลือกจับกับ เซล์บางอย่างเท่านั้น เลคตินที่จับในทางเดินอาหารเป็นสาเหตุของโรคมากมายซึ่งเรานึกไม่ถึงว่า มันมีต้นเหตุมาจากทางเดินอาหาร เช่น
เลคตินรบกวนระบบภูมิคุ้มกันโรคในลำไส้
เลคตินในอาหารหลายอย่าง เช่น ในพืชผักบางชนิดหรือในเมล็ดธัญพืชซีเรียล ที่คนสมัยใหม่นิยมกินเป็นอาหารเช้า อาจกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานมากขึ้นเพื่อปล่อยสารแอนติบอดี้ออกมาต่อต้านเลคตินที่กินเข้าไป อาหารพวกนี้จึงจัดเป็นอาหารที่ทำให้แพ้ได้สูง
เลคตินรบกวนการย่อยโปรตีน เช่น เลคตินในจมูกข้าวสาลี
เลคติน มีผลต่อการดูดซึมของลำไส้
เลคตินขัดขวางฮอร์โมนที่ช่วยย่อยอาหาร เมื่อเลคตินขัดขวา งตัวรับข้อมูล สู่สมอง มันจะยับยั้งการหลั่งเอนไซม์ที่ย่อยคาร์โบไฮเดรต ทำให้สมองได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง เกิดความอยากอาหารเพิ่มขึ้น มีผลต่อการควบคุมความอยากอาหาร และเกี่ยวกับการควบคุมน้ำหนัก
จากตัวอย่างของปฏิกิริยาที่เกิดจากเลคตินในอาหารที่กล่าวมา ทำให้เรารู้ว่าการจะรักษาสุขภาพให้แข็งแรง หรือแม้แต่คนที่ต้องการกำจัดโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่ น่าจะลองหันมาพิจารณาอาหารการกินของตัวเองเสียแต่บัดนี้
ต่อไปนี้เป็นแผนการบริโภคอาหารตามหมู่เลือดที่เจ้าของทฤษฎีแนะนำไว้ มีข้อแนะนำดังนี้คือ แผนบริโภคจะมีให้ 2 แผน สำหรับทุกๆหมู่เลือด
แผนที่ 1 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
แผนที่ 2 สำหรับผู้ที่มีโรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพไม่ดี ต้องการบรรเทาโรคหรือแม้แต่กำจัดโรค
อาหารในแต่ละแผนจะบอกว่าอาหารชนิดใดให้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งหมายถึงมีฤทธิ์เป็นยาบำรุงร่างกาย
อาหารชนิดใดให้ประโยชน์ปานกลาง หมายถึงไม่มีคุณค่าเป็นพิเศษแต่ก็ให้สารอาหารจำเป็นทั่วไปที่ร่างกายต้องการและจำเป็นต้องบริโภคเพื่อให้ภาวะโภชนาการสมดุล
สุดท้ายคืออาหารควรหลีกเลี่ยงเพราะให้โทษ เกิดพิษกับร่างกาย
หลังจากอ่านบทความนี้แล้วคุณอาจจะเลือกเฟ้นแต่อาหารที่เป็นประโยชน์ที่สุดในแต่ละแผนใส่ปากคุณ เพื่อคุณจะได้มีสุขภาพดีที่สุดไปเลย ขอบอกว่าเคยมีคนอื่นๆ ที่คิดเช่นคุณเปี๊ยบเลยค่ะ แต่คุณหมอปีเตอร์บอกว่า จากการรวบรวมข้อมูลของผู้ที่บริโภคอาหารตามหมู่เลือดพบว่า
คนที่เลือกกินแต่อาหารที่ให้ประโยชน์สูงสุดอย่างเดียว กลับไม่ได้ผลดีเท่าคนที่กินทั้งอาหารที่ให้ประโยชน์สูงสุดควบคู่กับอาหารที่ให้คุณค่าปานกลาง เคล็ดลับในการมีสุขภาพดีจึงมีนัยสำคัญว่าอย่าทำอะไรสุดโต่ง การรักษาสมดุลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เลือดหมู่โอ
การบริโภคเนื้อและสัตว์ปีก
โปรตีน เป็นอาหารสำคัญสำหรับเลือดหมู่โอ ถ้าได้รับไม่เพียงพอ จะทำให้ความสามารถในการเผาผลาญไขมันลดลง ซึ่งนำไปสู่โรคเบาหวานและโรคหัวใจ สำหรับคนหมู่โอ การกินโปรตีนปริมาณสูงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการหลีกเลี่ยงโรคอ้วน อย่างที่เรารู้กันดีว่า โปรตีนช่วยสร้างมวลเนื้อเยื่อ ซึ่งเนื้อเยื่อทำให้มีการเผาผลาญอาหารมากขึ้น เมื่อคุณมีเนื้อเยื่อมากคุณก็เพิ่มการเผาผลาญมากขึ้นด้วย ทำให้ไม่อ้วน แต่การกินเนื้อก็ต้องเลือกเนื้อที่มีคุณภาพดี ปลอดสารเคมีและไขมันน้อย
ชายและหญิงมีขนาดบริโภคต่างกัน ชายบริโภคครั้งละ 4-6 ออนซ์ หญิง 2-5 ออนซ์ จำนวน 6-9 ครั้งต่อสัปดาห์
แผน 1
เนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์สูงสุดสำหรับคุณ มีฤทธิ์เป็นยาบำรุงได้แก่ เนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อลูกแกะ ตับวัว เนื้อแกะและเนื้อกวาง
แผน 2
ส่วนของสัตว์ที่มีประโยชน์มาก คือ หัวใจและตับอ่อน
เนื้อสัตว์ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เนื้อหมู เบคอน แฮม เนื้อเต่า นกกระทา
เนื้อสัตว์ที่ให้คุณค่าอาหารปานกลาง ได้แก่ ไก่ แพะ ห่าน ไก่งวง กระต่าย นกกระจอกเทศ กระรอก
การบริโภคอาหารทะเลและปลาปลาและอาหารทะเลเป็นแหล่งโปรตีนลำดับสองของเลือดหมู่โอ ชายบริโภคครั้งละ 4-6 ออนซ์ หญิง 2-5 ออนซ์ จำนวน 2-5 ครั้งต่อสัปดาห์
แผน 1
ปลาที่มีประโยชน์คือปลาคอดและปลาเพิร์ช (น่าเสียดายที่คุณหมอปีเตอร์ไม่ค่อยรู้จักปลาไทย)
สัตว์ที่ต้องเลี่ยงคือ กบ ปลาดุกและปลาหมึก
แผน 2
ขออภัย ไม่มีรายชื่อปลาไทยเลย มีปลาฝรั่งที่พอรู้จักชื่อ (สำหรับผู้อ่านใน ต่างประเทศ) ได้แก่ bass, halibut, trout, sole, yellowtail, swordfish
อาหารที่ให้คุณค่าปานกลาง คาร์เวีย หอยลาย เนื้อปู ปลาไหล กุ้งก้ามกราม anchovy mackerel salmon pickerel ทูน่า หอยพัด(scallop) หอยนางรม หอยทาก หอยแมลงภู่ กุ้ง ปลานกแก้ว
การบริโภคนมและไข่ หมู่เลือดโอไม่ควรบริโภคนมและผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิด เพราะนมจะทำให้คุณอ้วน เกิดการอักเสบและอ่อนเพลีย ส่วนไข่นั้นคุณควรบริโภคแต่พอประมาณ ไข่เป็นแหล่ง DHA ที่ดี และช่วยสร้างเนื้อเยื่อเช่นเดียวกับเนื้อสัตว์
ไข่ บริโภครั้งละ 1 ฟอง 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ควรงดไข่ห่านและไข่นกกระทา
นมและโยเกิร์ต ชายบริโภคครั้งละ 4-6 ออนซ์ หญิงครั้งละ 2-5 ออนซ์ ไม่เกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือจะไม่บริโภคเลยก็ได้เช่นเดียวกับเนยแข็ง ไม่อยากจริงๆ ก็ควรงดเสียแต่ถ้าอยากขอให้เลือกกินเฉพาะ farmer-cheese, fetacheese, goatcheese, mozzarella cheese
ผลไม้แห้งเปลือกแข็งและเมล็ดพืช
แผน 1
ควรกินวอลนัทชนิดสีดำและวอลนัท(อังกฤษ) เมล็ดฟักทองก็มีประโยชน์มาก เมล็ดพืชที่ต้องหลีกเลี่ยงคือ บราซิลนัท มะม่วงหิมพานต์ พิสตาชิโอ ทานตะวัน เกาลัด และถั่วลิสง
แผน 2
เมล็ดจากต้นแฟล็กซ์มีประโยชน์มาก (flaxseed) ไม่แน่ใจว่าเมืองไทยจะมีขายหรือเปล่า
เมล็ดพืชที่ให้คุณค่าปานกลาง งา อัลมอนด์ แมคาเดเมีย คำฝอย
ข้าวและแป้ง หมู่เลือดโอไม่เหมาะที่จะกินอาหารจำพวกแป้งมากนัก เนื่องจากเลคตินในแป้งและข้าวหลายชนิดให้โทษ และมักเป็นเหตุให้เกิดความอ้วนยิ่งกว่าไขมัน เสียอีก ถ้าอยากสุขภาพดี คุณจำเป็นต้องตัด แป้ง ข้าวหรือเมล็ดพืชต่อไปนี้ คือ ข้าวโพด ข้าวสาลี รวมทั้งจมูกข้าวและรำข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ แป้ง semolina
ข้าวและแป้งที่บริโภคได้ ให้คุณค่าอาหารปานกลางคือ ข้าวเจ้า รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากข้าวเจ้าทุกชนิด ข้าวไร (rye) แป้งถั่วเหลือง
พืชผัก
แผน 1
พืชที่ให้ประโยชน์มาก ได้แก่ ขิง กระหล่ำใบเขียว ผักโขม สาหร่ายทะเล หัวหอมทุกชนิด
พืชที่ต้องหลีกเลี่ยง ได้แก่ ว่านหาง-จระเข้ ดอกกระหล่ำ แตงกวา ต้นกระเทียม (leek) เผือก
แผน 2
พืชที่เป็นปร ะโยชน์มาก ได้แก่ บร็อค- โคลี ฟักทอง ผักกาดหอม หัวไชเท้า มันเทศ
พืชอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงเป็นพืชที่ให้ คุณค่าปานกลาง
ผลไม้
แผน 1
ผลไม้ที่ให้ประโยชน์มาก ได้แก่ กล้วย บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ ฝรั่ง พลัม พรุน มะม่วง
ผลไม้ที่ต้องงดคือ อะโวคาโด ลูกแพร์ของเอเชีย มะพร้าว แบล็คเบอร์รี่ แคนตาลู ป ส้ม กิวิ ส้มจีน
แผน 2
ผลไม้ที่ให้ประโยชน์สูงคือ สับปะรด
ผลไม้อื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงคุณรับประทานได้ค่ะ
น้ำมัน
แผน 1
น้ำมันที่ให้ประโยชน์สูงคือ น้ำมันมะกอก
น้ำมันที่ต้องหลีกเลี่ยงได้แก่ มะพร้าว ข้าวโพด มะกอก ทานตะวัน ดอกคำฝอย ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ละหุ่ง
แผน 2
น้ำมันที่ต้องหลีกเลี่ยงคือ พริมโรส
น้ำมันจากพื ชที่บริโภคได้มีคุณค่าปานกลาง คือ อัลมอนด์ คาโนลา งา วอลนัท น้ำมันตับปลาจากปลาคอด
เครื่องเทศ เครื่องปรุงและสมุนไพร
เครื่องเทศที่ให้ประโยชน์คือ ขมิ้นและกะหรี่
เครื่องปรุงที่ต้องงดเว้นคือ ซอสมะเขือเทศ aspartame corn syrup dextrose fructose พริกไทดำและขาว น้ำส้มสายชู
เครื่องเทศอื่นๆ ให้คุณค่าปานกลาง
เครื่องดื่ม
แผน 1
เครื่องดื่มที่ต้องหลีกเลี่ยงคือ กาแฟ ทั้งมีและไม่มีคาเฟอีน เหล้า โซดา
แผน 2
เครื่องดื่มที่ต้องหลีกเลี่ยงคือ เบียร์ ชา ไวน์ขาว
เครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์สูงคือ ชาเขียว saltzer water (น้ำแร่ชนิดหนึ่ง)
เครื่องดื่มที่ให้คุณค่าปานกลางคือ ไวน์แดง
แนวทางการดำเนินชีวิต
1. รู้จักวางแผนงานและเป้าหมายให้เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นแผนประจำวัน แผนรายสัปดาห์ รายเดือนและรายปี เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานแบบหุนหันพลันแล่น
2. เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ค่อยๆ เปลี่ยนทีละน้อย อย่าพรวดพราด ใจร้อน
3. รับประทานอาหารครบทุกมื้อ รวมทั้งอาหารว่าง
4. เคี้ยวช้าๆ วางช้อนพักไว้ก่อนขณะเคี้ยว
5. หลีกเลี่ยงการตัดสินใจหรือการใช้จ่ายเงินเมื่อกำลังเครียด
6. เมื่อรู้สึกกังวลใจ ควรหันไปเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ เช่น ออกกำลังกาย
7. ออกกำลังกายชนิดแอโรบิคประมาณ 45-60 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
หมู่เลือด เอ
การบริโภคเนื้อสัตว์
ชายบริโภคครั้งละ 4-6 ออนซ์ หญิงและเด็ก 2-5 ออนซ์ 0-3 ครั้งต่อสัปดาห์ คือกินไม่เกิน 3 ครั้ง หรือไม่กินเลยก็ได้
แผน 1
เนื้อสัตว์ที่ต้องงดคือ หมู แฮม เบคอน วัว ควาย เป็ด แพะ ห่าน แกะ ม้า แพะ กระต่าย เต่า กวาง ตับวัว หัวใจ
แผน 2
เนื้อสัตว์ที่ต้องหลีกเลี่ยงคือ นกกระทา
เนื้อสัตว์ที่ให้คุณค่าปานกลางคือ ไก่ ไก่งวง นกกระจอกเทศ
อาหารทะเล ปลาและสัตว์ทะเลเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุดสำหรับเลือดหมู่เอ ชายกินครั้งละ 4-6 ออนซ์ หญิงกินครั้งละ 2-5 ออนซ์ จำนวน 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์
แผน 1
สัตว์ทะเลที่ให้ประโยชน์สูงคือ ปลาแมค-เคอเรล พิคเคอเรล แซลมัน ซาร์ดีน หอยทาก (escargot)
สัตว์ที่ต้องงดคือ ปู กุ้ง หอยพัด (scallop) หมึก (octopus) หอยแมลงภู่
&nb sp; แผน 2
ปลาไหล กบ คาร์เวีย หอยนางรม หมึก (squid)
นม เลือดหมู่เอควรบริโภคนมแต่น้อย ชายบริโภคครั้งละ 4-6 ออนซ์ หญิงและเด็กครั้งละ 2-5 ออนซ์ ไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือไม่บริโภคเลยก็ได้
โยเกิร์ต ให้คุณค่าปานกลาง
เนยแข็ง ไม่มีเนยแข็งที่ให้ประโยชน์สูงสำหรับคุณ แต่มีเนยแข็งที่ให้ประโยชน์ปานกลาง เช่น feta cheese, goat chees, mozzarella cheese, ricota cheese
ไข่ บริโภคครั้งละ 1 ฟอง 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ได้แก่ ไข่ไก่ ไข่เป็ด ไข่นกกระทา
ถั่ว เนื่องจากเลือดหมู่เอไม่เหมาะที่จะบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์มากนัก แต่หมู่เอกลับได้ประโยชน์จากพืชมาก โปรตีนจากพืชจึงเป็นแหล่งสำคัญสำหรับหมู่เลือดเอ ถั่วเหลืองและเต้าหู้จึงให้ประโยชน์สูง
เมล็ดพืช เมล็ดพืชเป็นแหล่งโปรตีนอันดับสองรองจากถั่ว
แผน 1
เมล็ดพืชที่ให้ประโยชน์สูงคือ flaxseed วอลนัท ถั่วลิสง เนยถั่วลิสง
< /SPAN>แผน 2
เมล็ดพืชที่ต้องงดคือ บราซิลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พิซตาชิโอ
พืชที่ให้คุณค่าปานกลางคือ อัลมอนด์ เชสนัท แมคคาเดเมีย งา เมล็ดทานตะวัน ข้าวและแป้ง
แผน 1
แป้งที่เป็นประโยชน์ได้แก่ แป้งข้าวโอ๊ต แป้งข้าวไร แป้งข้าวเจ้า ขนมปังแป้งถั่วเหลือง
แผน 2
ต้องงดจมูกข้าวและรำข้าวสาลีแต่บริโภคผลิตภัณฑ์แป้งสาลีชนิดโฮลวีทได้
ผัก
แผน 1
ผักที่เป็นประโยชน์มากคือ แครอท ขิง กระเทียม บร็อคโคลิ ฟักทอง ผักโขม
แผน 2
ผักที่ให้ประโยชน์สูงได้แก่ หอมแดงและเหลือง ผักที่ต้องงดคือกระหล่ำจีน แดงและขาว มะเขือยาว มันเทศ มะเขือเทศ
ผลไม้
แผน 1
ผลไม้ที่มีประโยชน์มากคือแบล็คเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เครนเบอร์รี่ มะนาว เกรปฟรุ๊ต สับปะรด พลัม พรุน
ผลไม้ที่ให้โทษคือ กล้วย และ ส้ม
แผน 2
ผลไม้ที่ให้ประโยชน์สูงคือ แอปริคอต
ผลไม้ที่ต้องงดคือ มะพร้าว มะม่วง มะขาม
น้ำมัน
แผน 1
น้ำมันที่ให้คุณสูงคือ น้ำมันมะกอก น้ำมันวอลนัท น้ำมันแฟล็ก (flaxseed)
แผน 2
น้ำมันที่ให้ประโยชน์คือ น้ำมันแบล็ค-เคอร์แรน (black currant)
น้ำมันที่ต้องงดคือ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันข้าวโพด น้ำมันฝ้าย น้ำมันถั่วลิสง
เครื่องดื่ม
แผน 1
เครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์สูงคือ ไวน์แดง ชาเขียว งดเว้น เหล้า โซดา โคลา
แผน 2
เครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์สูงคือ กาแฟ ทั้งชนิดมีคาเฟอีนและชนิดสกัดคาเฟอีนออก งดเว้นเบียร์
แนวทางการดำเนินชีวิต
1. หัดใช้ความคิดสร้างสรรค์และการแสดงออกทางความรู้สึก
2. วางแผนงานประจำวันให้แน่นอน
3. เข้านอนไม่เกิน 5 ทุ่ม นอนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงหรือเกินนั้น เมื่อตื่นแล้ว อย่าโอ้เอ้ รีบลุกขึ้นทันที
4. พักย่อยช่วงละ 20 นาที 2 ช่วงในระหว่างวันทำงานเพื่อทำสมาธิ
5. อย่าข้ามมื้ออาหาร
6. กินโปรตีนให้มากมื้อแรก ลดปริมาณลงจนถึงมื้อสุดท้ายกินโปรตีนน้อยที่สุด
7. อย่ากินเวลาเครียด
8. แบ่งเป็นอาหารมื้อเล็ก 6 มื้อ แทน มื้อหนัก 3 มื้อ
9. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด เพราะเลือดหมู่เอมีกรดในกระเพาะต่ำ ย่อยอาหารค่อนข้างยาก
10. เลือกบริหารร่างกายแบบเบาๆสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
& nbsp; ถ้าคุณผู้อ่านอ่านรายการอาหารของทั้งหมู่เลือดโอและเอ จะเห็นว่ามีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
อาหารที่เป็นประโยชน์ต่อหมู่เลือดหนึ่ง กลับเป็นโทษต่ออีกหมู่เลือดหนึ่ง เช่น กาแฟ เป็นประโยชน์ต่อหมู่เลือดเอ แต่กลับเป็นโทษ กับหมู่เลือดโอ มะม่วงให้คุณกับหมู่โอแต่ให้โทษกับหมู่เอ เนื้อสัตว์ที่ให้คุณค่าแก่เลือดหมู่โอ ทั้งหมดกลายเป็นสิ่งที่หมู่เอต้องงดเว้น
ขออนุญาติแชร์นะคะ มีประโยชน์มากๆ